เรียนรู้กระบวนการย้อนเวลาของสมองกัน !

ลบ แก้ไข

              เรียนรู้กระบวนการย้อนเวลาของสมองกัน !

         


 ขอบคุณข้อมูลจาก DMH Staffs กรมสุขภาพจิต

การที่เราตอบว่า “ไม่มีอะไร” ในขณะที่เราดูเหมือน “กำลังทำบางสิ่งบางอย่างและเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยสักอย่าง” (ดังเช่นพฤติกรรมของคนที่กำลังทำท่าใจลอยทั้งหลาย) นั่นแปลว่าเราพึ่งสอบผ่านในวิชาตรรกะและเหตุผล แต่เราสอบตกในเรื่องวิทยาศาสตร์สมอง

วงจรมืด (dark network)

การทำหน้าที่ของจิตใจของผู้คนบางอย่าง เช่น การนับเลขในใจ การคาดการณ์รูปร่าง และแยกแยะใบหน้า เหล่านี้เป็นต้น มีผลทำให้แต่ละส่วนของเซลล์ในสมองมีการทำงานแตกต่างกันด้วย และเราสามารถมองเห็นการทำงานของสมองในขณะนั้นได้โดยทำการสแกนสมอง

ภาพสแกนที่ปรากฏจะเห็นการทำงานของเซลล์สมองบริเวณเกรย์แมทเตอร์ (ซึ่งเป็นเซลล์สมองสีเทา มีงานวิจัย ยืนยันแล้วสมองส่วนนี้เกี่ยวข้องกับสติปัญญา โดยพบว่าบริเวณเซลล์สีเทาจะหนาขึ้นในระดับสติปัญญาที่สูงขึ้น) แสดงสีแยกให้เห็นเด่นชัดจากบริเวณอื่น บริเวณสมองส่วนแสดงสีสว่างในขณะที่บริเวณอื่นที่แสดงสีมืด โดยส่วนที่มีความมืดนี้เราเรียกว่า วงจรมืด (dark network ซึ่งประกอบไปด้วยบริเวณสมองส่วนฟรอนตอล พารีอ์ตอล และมีเดียลเทมโพรอล)

แต่ก่อนเข้าใจว่าส่วนที่กล่าวมานี้ไม่ได้ทำงาน แต่เร็วๆนี้นักวิจัยสามารถยืนยันได้ว่าในขณะที่สมองส่วนอื่นๆทำงาน บริเวณวงจรมืด (ที่อาจจะเข้าใจว่าไม่ได้ทำงาน) ก็กำลังทำงานเช่นกัน ถ้าเราต้องการคำตอบที่ชัดเจนเพื่อดูการทำงาน ก็ต้องทำการแสกนสมองด้วยเอฟเอ็มอาร์ไอ จะสามารถมองเห็นการทำงานของสมองส่วนวงจรมืดเป็นเหมือนรังผึ้ง ดูเผินๆจะเหมือนผึ้งในรังถูกแช่แข็งไว้เครือข่ายต่างๆตกอยู่ในความเงียบ มีความเป็นไปได้ว่า เมื่อไรก็ตามที่ดูเหมือนว่าเราไม่ได้ทำอะไร แต่จริงๆแล้วอวัยวะบางส่วนกำลังทำบางสิ่งบางอย่างอย่างชัดเจน แล้วสิ่งนั้นคืออะไร

คำตอบคือ อาจเป็นไปได้ว่าไทม์แมชชีนของสมองกำลังทำงานหรือไม่

โดยปกติแล้ว ในขณะที่คนเรามีความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบสิ่งใด ร่างกายของคนเราจะขยับเพื่อตอบสนองต่อสิ่งนั้นด้วยความเร็วในอัตราวินาทีต่อวินาที

แต่จิตใจของคนเรานั้น สามารถเดินทางทะลุเวลาได้ในทุกช่องทางและทุกความเร็วของการสื่อสาร ความสามารถบางอย่างของคนเรานั้น ให้เราลองหลับตาและจินตนาการถึงความสนุกในการแข่งขันฟุตบอลนัดที่เราเป็นแฟนพันธ์แท้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึง
 

 UploadImage
photo credit : deciphermylife.blogspot.com


หรือทบทวนความทรงจำอันลิงโลดที่เกิดขึ้นในคืนก่อนวันหยุดเทศกาลปีใหม่หรือวันหยุดเทศกาลอื่นใด คงพอจะต่อภาพจิ๊กซอออกถึงศักยภาพของการทำหน้าที่ของสมองมนุษย์ ซึ่งถือเป็นพรสวรรค์ที่ยอดยิ่งในกลุ่มอาณาจักรสัตว์ด้วยกัน

สมองของคนเรามีการทำงานเหมือนเครื่องไทม์แมชชีนที่มหัศจรรย์ มีความสามารถเดินทางไปในที่แห่งใดก็ได้ รวมถึงความเป็นอัจริยภาพในการจัดลำดับกาลเวลาที่จะเดินทางตามความต้องการที่จะไป ในทางตรงข้ามถ้าเครื่องไทม์แมชชีนเครื่องนี้ของเรามีปัญหาไม่ว่าจะเป็น จากความเจ็บป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม อุบัติเหตุทางสมอง เราคงจะประสบปัญหาอย่างใหญ่หลวงในการจินตนาการภาพดังที่กล่าวมาได้ การอุดตันของเส้นใยประสาทที่เหมือนเน็ทเวิร์คขนาดใหญ่จะสร้างปัญหาให้กับความจำในวันวานและความนึกฝันในอนาคตอย่างมากมายมหาศาลทีเดียว

การเดินทางอย่างน่าอัศจรรย์ ไปอนาคต... กลับอดีต...ได้อย่างไร้ขีดจำกัด.....

ทำไมวิวัฒนาการการสร้างสมองของคนเราจึงมีการเดินทางอย่างน่าอัศจรรย์ คำตอบอาจจะเป็นเพราะประสบการณ์เลวร้ายบางอย่างที่สูญเสียไป การเผชิญโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยอันตราย ซึ่งบางครั้งประสบการณ์เล็กๆน้อยในอดีตบางอย่างก็เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ในวัยเด็กที่เราถูกห้ามว่า “อย่าจับเตาร้อน” หรือเรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆที่พ่อแม่ห้ามโดยที่ไม่ทราบเหตุผลนั้น เมื่อกาลเวลาผ่านไปเราก็สามารถเรียนรู้ว่าความร้อนของหม้อนั้นมันทำอันตรายให้กับเรา เราจะหาวิธีป้องกัน เป็นต้น

การเรียนรู้ใหม่ของคนเราอาจจะถูกจ่ายไปสำหรับประสบการณ์ครั้งเดียวหรือหลายๆครั้งก็ได้ การเดินทางไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบันของสมองทำให้คนเราสามารถทบทวนเรื่องราวต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์การเรียนรู้ใหม่ทีหลังได้ เหมือนซื้อตั๋วเครื่องเดียวดูหนังได้หลายรอบนั่นเอง
 



เมื่อไรก็ตามที่เราอยู่ในเหตุการณ์วุ่นวายบางอย่าง เช่น การอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กๆ หรือจราจรที่ติดขัดสับสนวุ่นวาย วงจรมืดในสมองของเราก็จะตกอยู่ในความเงียบ แต่ในทันทีที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยุ่งเหยิงเหล่านั้น วงจรมืดในสมองก็จะตื่นตัวและทำงานทันที ขณะเดียวกันก็เริ่มเดินทางไปในอดีตและปัจจุบัน เส้นใยประสาทที่เหมือนเน็ทเวิร์คขนาดใหญ่ในสมองจะมีการเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นโครงสร้างการประสานงานขนานใหญ่ เพื่อหาทางออกว่าเราจะทำอะไรได้บ้างในการปลดปล่อยตัวเราให้เป็นอิสระจากความวุ่นวายรอบตัวนั้น

 

การเรียนรู้ของสัตว์โดยทั่วไปได้จากการประสบการณ์ซ้ำๆและความผิดพลาด แต่ในสัตว์ที่ฉลาดกว่าจะเรียนรู้จากความผิดพลาดน้อยครั้งกว่าสัตว์ทั่วไป

การเดินทางผ่านเวลาของสมองของคนเราเปรียบเสมือนกับเครื่องไทม์แมชชีน ที่พาเราไปไปในอดีตและอนาคตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ซึ่งการเดินทางไปในอดีตจะต้องใช