เปิดโปง...โรงเรียนสถาปัตย์
- โรงเรียนสถาปัตย์ > คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นักเรียนสถาปัตย์ > นิสิต นักศึกษา
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยมักถูกเรียกว่าเด็กถาปัด ชาวบ้าน>คนที่ไม่เคยเข้าไปในโรงเรียนแห่งนี้
มักจะมีข้อสงสัยนักเรียนโรงเรียนเรามากมาย นี่คือการเปิดโปงครั้งยิ่งใหญ่
- ที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมเด็กแนว พวก บ้า สติ เพี้ยน คนเหล่านี้มีจิตวิญญานที่สามารถมองเห็นอนาคต
สร้างสิ่งสวยงามให้แก่โลกต่อไปขึ้นอยู่กับพวกนักเรียนเหล่านี้
- คนที่อยากจะเรียนโรงเรียนนี้ต้องผ่านการฝึกฝนทำข้อสอบวิชาความถนัดสถาปัตยกรรม หรือวิชาเฉพาะ
เป็นวิชาที่ไม่มีคะแนนเต็ม
- โรงเรียนมี ค่าเทอมสูง ค่าอุปกรณ์สูง ค่าครองชีพก็สูง เพื่อที่จะได้มาเงินเดือนสูง
พ่อแม่นักเรียนหลายคนยอมขายลูกหลายฝูง เพื่อจะส่งควายเรียน
- คุณสมบัติผู้ที่จะเรียน ต้องเก่งทั้งด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ มีความคิดสร้างสรร จินตนาการกว้างไกล
จริงๆแค่มีความขยัน และ ความสามารถในการอดนอนสูงก็พอ
- นักเรียนถือข้าวของรุงรังเป็นเรื่องปกติ นอกจากย่ามขนาดใหญ่ใส่อุปกรณ์
มีซูมใส่แบบไม่ใช่กระบอกข้าวหลาม
และยังแบกโมเดลแบบจำลองที่คนอื่นนึกเข้าใจว่าขยะหารู้ไม่ว่ามันคือสถาปัตยกรรมในอนาคต
- นักเรียนสถาปัตย์ จะรู้ถึงความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง
เพราะสถาปัตยกรรมเป็นมากกว่าสิ่งก่อสร้างที่มีสุทรียภาพและการใช้สอย
- ในอดีต นักเรียนมักมีแต่ผู้ชายซึ่งมีความเป็นผู้นำ ในการสร้างบ้านเมืองให้เจริญ
ปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เพราะมีความขยัน ตั้งใจกว่าผู้ชาย อนาคตนักเรียนคาดว่าจะมีแต่เกย์
กระเทย ทอม เพราะพวกนี้มีครีเอทีฟสูงกว่าคนทั่วๆไป
- หนุ่มถาปัด ว่าเท่ สาวถาปัด ว่าบ้า ความยุติธรรมอยู่ที่เธอไม่ชอบอาบน้ำ
- มีนิสัยชอบบ่น วิจารณ์ ทุกสิ่งที่คิดว่าไม่ดีไม่สวย หลังจากโดนอาจารย์ด่ามา ทำให้เกิดการเก็บกด
เหมือนตัวเองออกแบบได้ทั้งโลก
- มักมีโลกส่วนตัวเป็นของตัวเอง รักสันโดด ไม่ค่อยพูด รังเกียจสังคม
แต่พออยู่กับเพื่อนพวกเดียวกันกับตรงกันข้าม เพราะไม่ได้อาบน้ำ แปรงฟัน เหมือนกัน
จริงสังคมน่าจะรังเกียจมากกว่า
- นักเรียนสถาปัตย์มักทำตัวไม่เหมือนชาวบ้านเพราะมีเอกลักษณ์ 5 ยอ บ่งบอก ถึงความ เซอ อย่างไม่ตั้งใจ
แต่จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อได้เข้ามาใช้ชีวิตในโรงเรียนแห่งนี้
- ย1 ผมยาว เป็นทรงที่ถูกใจที่สุด หลังจากเปลี่ยนทรงมาแล้วนับไม่ถ้วน จากการเรียนประวัติศาสตร์ สมัยก่อน
คนที่ไว้ผมยาวต้องเป็นเป็นผู้นำ ผู้สร้าง ทำให้มี อำนาจ บุญบารมี บ้าหนังสงคราม กำลังภายใน
การหวีไม่ได้ช่วยให้เวลาแต่งตัวมีมากขึ้น
- ย 2 เสื้อยับ เมื่อถึงเวลาเรียนมักจะนึกได้ว่า ลืมซักเสื้อ นอกจากได้ลวดลายเสื้อจากการหาในตะกร้าแล้ว
เสื้อนักเรียนมัธยมบางครั้งก็มีประโยชน์ จะรีดให้เปลืองไฟไปทำไม
- ย 3 กางเกงยีนส์ รักสัตว์ โดยการให้กางเกงเป็นที่อยู่อาศัยของ หนู แมลงสาบ หลังจากโดนแทะ ขาด
ยังช่วยระบายอากาศ รับลมเวลาใส่ไปเรียน แต่ส่งกลิ่นไปถึงคนรอบข้าง เพราะไม่ซักมาหลายเดือน
- ย 4 รองเท้ายาง แตะคีบ เปลี่ยนมาใส่แทน หลังจากทนกลิ่นรองเท้าผ้าใบของตัวเอง ที่ไม่เคยซักไม่ได้
รองเท้าคู่ใหม่ระบายอากาศได้ดีเช่นกัน
- ย 5 สะพายย่าม ขนาดเป็นเรื่องสำคัญนอกจากใช้ใส่ ดินสอ ยางลม โม่ สี สเกล ฉากปรับมุม
เครื่องดื่มชูกำลัง สเปร์ยระงับกลิ่น แปรงสีฟัน มุ้ง ผ้าห่ม ยังสามารถใช้เป็นหมอนไปในตัว
- นอกจากนี้ยังมี แว่นตากันแดดแดด จำเป็นสำหรับตอนกลางวัน กันแสงแดดแสบตาเป็นแค่ผลพลอยได้
แท้จริงคือต้องการปกปิดอาการหมีแพนด้า ตาบวม
- การแต่งตัวของนักเรียนทั้งหมดออกแบบให้เหมาะสมภูมิอากาศบ้านเรา จะแต่งถูกระเบียบตามต่างประเทศทำไม
สรุปคือนักเรียนเราถูกแต่งถูกระเบียบผิด มึน ด้านการออกแบบ
- การเขียนแบบ สะอาด เนี้ยบ เรียบร้อย เส้นคม มีน้ำหนัก ตรงข้ามกับการแต่งตัว เพี้ยน บ้า เซอ สถุน
รุงรัง เสียงดัง ตังไม่มี
- เป็นเรื่องแปลกที่การแต่งตัวของนักเรียนปัจจุบันต่างกันคนละขั้วกับนักเรียนที่จบไปเป็น สถาปนิก
นักออกแบบ เนี๊ยบ เรียบร้อย ดูดี น่าเชื่อถือ เพราะต้องทำงานในสังคมชั้นสูง มีฐานะ ตอนนี้ยังไม่มีซักข้อ
- ค่าน้ำที่หอแถบจะไม่เสียเพราะไม่ค่อยได้ใช้ ตรงข้ามกับค่าไฟ
หลังจากที่ใช้โต๊ะดร๊าฟและคอมพิวเตอร์ตลอด24ชั่วโมง ทีนี้ก็จะรู้ข้อดีของการทำงานสตูที่คณะ
ไม่เสียทั้งค่าน้ำค่าไฟ
- นักเรียนทำตัวลึกลับหาตัวได้ยาก เนื่องจากกลางวันหลับ โดดเรียนLecture กลางคืนออกหากิน
ทำงานเป็นผีดิบ โต้รุ่ง
- เจอกันเพื่อนๆ พี่น้องโรงเรียน ที่ร้านเครื่องเขียนหรือเซเว่น บ่อยกว่าที่โรงเรียนเสียอีก
- เพื่อน คือ คนที่สอบเข้าพร้อมกัน รับน้องพร้อมกัน อดนอนพร้อมกัน ออนเอ็มพร้อมกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีอายุเท่ากัน ไม่มีใครแก่เกินเรียน
- แฟน คือ คนใช้ ถ้ามีอาจเป็นภาระแก่ใครก็ไม่รู้ ถ้ามีคุณสมบัติ
นอกจากน่ารักแล้วควรมีน้ำใจมากถึงมากที่สุด
- การรับน้อง คือ การแปรสภาพพฤติกรรมน้องจากเด็ก เรียบร้อย ดูดีมีชาติตระกูล ให้กลายมาเป็น เด็ก บ้า
กล้าแสดงออก
- เน่า คือ การทำผลงานที่จะส่งเสียโดยไม่ได้ตั้งใจทางออกที่ดีควรจะเริ่มทำใหม่
- เผา คือ ความสามารถในการทำงานอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีเวลาส่งมากดดัน คุณภาพมักไม่ค่อยดี
เมื่อเกิดอาการเน่าและเผามักมีอาการปวดหัวตามมา
- ตัดโม คือการทำโมเดลแบบจำลอง ด้วยกระดาษกับกาวพริตซ์ และวัสดุอื่นๆแล้วแต่แนวคิด
โดยการลดสเกลของจริงลงมาเป็นผลงาน3มิติ ต้องอาศัยการอดนอนอยู่หลายวัน
- ยิงตีฟ คือการเขียนทัศนียภาพ เป็นการนำเสนอผลงานที่สำคัญที่สุด แต่มักทำทีหลัง แปลน รูปตัด รูปด้าน
ทำให้ไม่ค่อยจะเสร็จ
- รู้ข้อดีของการออกแบบเรียบง่าย ก็ตอนตัดโมเดล งานสลับซับซ้อนของตัวเอง
- การฟังวิทยุจะรู้ว่าทั้งคืน มีอยู่เปิดไม่กี่เพลง สะล้อ ซอ ซึง แร๊พประเทศเพื่อนบ้าน
และอื่นๆที่ไม่เคยฟัง เป็นอีกทางเลือกที่ดี
- ออกแบบห้องให้คนอื่นเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การทำให้ห้องตัวเอง เป็นระเบียบ เรียบร้อย เป็นเรื่องยาก
- จะรู้ว่าห้องตัวเองรกก็ต่อเมื่อไม่มีทางสำหรับเดิน การหาอุปกรณ์ไม่เจอจะตามมา
มักจะเจออีกทีตอนที่ส่งงานเสร็จแล้ว
- รู้ตัวเองกำลังว่าเบลอ ตอนหยิบแชมพูมาใช้ล้างหน้า ใช้โฟมล้างหน้ามาแปรงฟัน รสชาติมันเปลี่ยนไป
- การทำงานโต้รุ่งดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าเป็นประจำทำให้ ความสามารถในการเผางานเร็วขึ้น
เน่าหรือไม่เน่าเป็นเรื่องที่น่าลุ้น
- ตอนส่งงานสามารถวิ่งเร็วเหมือนเจอผี เสร็จจากนั้นก็จะงง
ตัวเองอดนอนมาหลายวันไปเอาเรี่ยวแรงวิ่งมาจากไหน
- สามารถหลับมาราธอนได้2-3วันหลังจากส่งงานเสร็จ ตุนไว้ล่วงหน้าหรือว่าทดแทนคืนที่ผ่านๆมา
- หลังจากเข้ามาใช้ชีวิต จะรู้สึกว่าตัวเอง หุ่นดี เซ็กซี่ขึ้น หลังจากกินแล้วไม่นอน มันยอดมาก
- นักเรียนมักตกจะวิชานอก เพราะไม่เคยอ่านไปสอบ ไปเรียนก็บุญแล้ว ยังจะไม่ให้หลับอีก
ตรงข้ามกับวิชาในขยัน ทำงาน ส่งงานกันมากมาย ไม่งั้นโดนไทล์ได้กับไปเลี้ยงควายที่บ้าน
- ได้ F วิชา Eng แต่ชอบใช้ศัพท์อังกฤษที่พูดรู้เรื่องเฉพาะพวกเดียวกัน Space Funtion Mass Form Texture
- เรียนวิชา ดีไซน์ คอน ประวัติศาสตร์ ปรัญชา สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม
ทำให้รู้ทุกอย่างเพื่อที่จะเอาไปออกแบบ การส่งงานทุกวันทำให้เรารู้ว่าเป็น"เด็กถาปัด" >
เป็ดมีปีกแต่บินไม่ได้ แต่ตอนเป็น "สถาปนิก นักออกแบบ" > เทพไม่มีปีกก็บินได้
- การที่เกรดตัวเองลดลงไม่ได้แปลว่าตัวเองเรียนแย่ลง แต่เป็นเพราะเพื่อนเรียนดีขึ้น
ทำไมมันลดกันหมดทุกคนเลย
- ไม่แปลกที่เห็นนักเรียนบางคนวาดรูปคน เป็นปลาโลมา เพราะนักเรียนคนนั้นหันไปพึ่งพาคอมพิวเตอร์แทน
- วชาญโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3Dmax Cad Photoshop แต่ใช้โปรแกรม Excel Acces ไม่เป็น
- ซื้อนิตยสาร Art4d Birdeyeview Room ทุกเล่มที่ออกแผง แต่ไม่เคยได้อ่าน
-ใช้เวลาว่างหลังส่งงานให้เป็นประโยชน์โดยการออกกำลังกาย เล่นกีฬา โดยเฉพาะวินนิ่ง ตีปัง เพราะ
ประหยัดเวลาและไม่เหนื่อยดี หรือไม่ก็เล่นดนตรี ร้องเพลง สังสรรค์ เสียงดัง
รบกวนชาวบ้านที่จะอ่านหนังสือสอบ
- กลับบ้านไม่เกินปีละสองครั้ง มักจะไม่มีใครจำได้ โดยเฉพาะพ่อแม่
มักรับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของลูกแต่พอเรียนกับ ภูมิใจ ในภาพพจน์อาชีพอันมีเกียรติของลูกตัวเอง
- การออกทริป ทัศนศึกษา คือการไปเที่ยวไม่ใช่การไปเรียน หรือ ดูงานนอกสถานที่
- เข้าวัดบ่อยแต่ไม่ได้ไปทำบุญ เพราะจำเป็นต้องไปยุ่งกับ ช่อฟ้า ซุ้มประตู องค์ประกอบ เจดีย์ วิหาร
อุโบสถ มีแต่คนแก่ๆทั้งนั้นเลย
- ชอบการถ่ายรูปเป็นชีวิต จิตใจ โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้าง อาคาร วัดวาอาราม
แต่ไม่ชอบถ่ายรูปตัวเองเพราะโทรมได้ทุกวัน
- เลี้ยงแฟมน้องรหัสไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรจากน้อง แต่ถ้าไม่ไปช่วยพี่ทำงาน แกต้องตาย
- วิทยานิพนธ์ปีสุดท้าย > การทำโครงการก่อสร้าง ร้อยล้าน พันล้าน ตามที่ตัวเองใฝ่ฝัน พิพิธภัณฑ์
รีสอร์ท โรงแรม สนามกีฬา บางคนฝันออกแบบสนามบิน อาจทำได้แค่ออกแบบสนามเด็กเล่น แล้วแต่ความเทพของแต่ละคน
ทำกันทั้งปี ทำแล้วก็ไม่ได้สร้าง ไม่ทำก็ไม่จบ
- เมื่อใกล้เวลาส่งวิทยานิพนธ์ก็ถึงสัปดาห์รวมญาติหรือว่าสัปดาห์นรก สตูทำงานกับเปลี่ยนเป็นโรงงานนรก
ที่รกมากจนถึงมากที่สุด
- โรงเรียนแห่งนี้นอกจากจะผลิตสถาปนิก และ ดีไซเนอร์ ยังผลิต สถาปนึก นึกได้แต่สร้างไม่ได้ และ
ดีไซเปอร์ เรียนไม่น้อยกว่า5ปี เปอร์ได้ไทล์ก็ อดจบพร้อมเพื่อน
- ละคอนถาปัด คือ ละครเวทีที่ไร้สาระที่สุด แต่กลับมีคนอยากดูมากที่สุด
เป็นกิจกรรมเดียวที่ชาวบ้านจะได้รับรู้ ถึงจินตนาการอันกว้างไกล สร้าง ฉากอลังการงานนี้ไม่มีเผา
เรียนไม่รุ่งมักจะมุ่งแสดงละคอน
- ถาปัด รักออกแบบไม่ได้ ออกแบบได้ตั้งแต่ไม่จิ้มฟันยันเรือรบ แต่กลับออกแบบความรักไม่ได้
สมควรแล้วที่ไม่มีแฟน
- โรงเรียนแห่งนี้นอกจากสอนให้เรารู้จักคิด รู้จักสร้าง รู้จักวางแผน
และยังสอนประสบการณ์ให้เราใช้เวลาอย่าคุ้มค่า ขยัน มีวินัย มีความเป็นผู้นำกล้าคิดกล้าแสดงออก
ใครมีโอกาสเดินเข้ามาที่แห่งนี้ก็จะได้รู้ว่า..โรงเรียนสถาปัตย์..มีคำตอบมากกว่าที่คิดเล่ายังไงก็ไม่จบ
อ่านด้วย คอมเมนด้วย