Blowing in the Wind : ความทุกข์ แห่งปฐพี ..

ลบ แก้ไข

 

โอเปอร่าเฮาส์ ที่นครซิดนีย์หลังม่านฝุ่นทราย

 

 

 

วิวสีฝุ่นแดงของฮาเบอร์บริดจ์

 

 

ข่าวออนไลนส์จากหลายสำนักข่าวต่างประเทศ ในค่ำวันที่ ๒๓ ที่ผ่านมา ทำให้ข้าพเจ้าต้องคลิกเข้าไปอ่านด้วยความกังวล

 

 

 

Wild winds whip up massive dust storms  ! หรือ

 

Dust storm blankets Sydney as drought bites! และ

 

Record Dust Storm Wallops East Australia! …

 

 

 

วันแรกที่เพิ่งเริ่มมีพายุฝุ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้คนอายุไม่ถึงเจ็ดสิบปีต่างไม่เคยเห็นภาพและความรุนแรงของพายุฝุ่นทรายที่หอบผิวดินสีแดง

จากที่ราบกลางประเทศออสเตรเลีย  ห่างนับพันไมล์ ..พัดพามายังที่ราบชายฝั่งตะวันออก

และปกคลุมชายฝั่งทะเลตะวันออกที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนและตัวเมืองชั่วคืนเดียว ..ทั้งเมืองซิดนีย์

และบางส่วนของแคนเบอร่า

 

 

 

พายุหอบฝุ่นและผิวดินสีแดง มายังที่ราบชายฝั่งตะวันออก

 

 

 

ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ไปหาน้องสาวที่ซิดนีย์ในเช้าวันที่ ๒๓ ทราบว่าทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยฝุ่นทรายสีแดงตั้งแต่เช้า

พายุฝุ่นพัดเข้ามตั้งแต่ตอนพลบค่ำตลอดคืนวันที่ ๒๒  ทำให้อนูเล็กๆสีแดงเล็ดลอดเข้ามาในบ้าน

 

 

ไม่มีใครออกจากบ้านหากไม่จำเป็น เพราะมีพายุลมแรงที่พัดพาเอาผิวดินส่วนบน หอบข้ามแผ่นดินอันกว้างใหญ่

ของประเทศมายังฝั่งตะวันออก ตามกระแสลมที่แรงต่อเนื่องทั้งวัน

 

 

 

 

นักธรณีวิทยาให้ความเห็นว่า ภาวะอากาศร้อนที่เป็นสาเหตุไฟไหม้ผืนป่าของออสเตรเลีย (Bush Fire)

ที่ทวีความรุนแรงจากภาวะโลกที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้แผ่นดินที่เคยชุ่มฉ่ำจากปริมาณฝน

และป่าต้นน้ำแห้งแล้งต่อเนื่องหลายปี

 

 

 

 

แหล่งที่อยู่ของผู้คนที่อพยพมาตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม

ตั้งรกรากอยู่ชายฝั่งแทบทั้งสิ้น เมืองใหญ่ๆ

ของออสเตรเลียทุกเมือง เป็นมืองเกาะขอบชายฝั่งมหาสมุทร

 

 

 

 

 

ที่นี่มีภูมิประเทศที่น่าสนใจ มีความต่างที่ไม่เหมือนแห่งใดในโลก

 

 

 

กล่าวคือ เป็นทั้งเกาะที่ใหญ่ที่สุด แม้จะเป็นทวีปที่เล็กที่สุด แต่เป็นทวีปที่มีประเทศเดียว

ที่ราบกลางประเทศเป็นทะเลทรายหลายผืนต่อเนื่องกัน

รวมๆ กันแล้วใหญ่กว่าพื้นที่ทะเลทรายแต่ละผืนของโลก นอกนั้นเป็นภูเขาหินและป่าและแหล่งน้ำเพียงบางส่วน

 

 

 

ข้าพเจ้าเคยคิดเล่นๆว่า หากเครื่องบินตกขณะข้ามออสเตรเลียแล้วรอดชีวิตมา

คงมีชีวิตอยู่กลางทะเลทรายก่อนหน่วยกู้ภัยมาเป็นแน่..

 

 

 

 

ทบเป็นปรากฎการณ์เหลือเชื่อในชั่วชีวิตคนชราวัยใกล้ ๗๐ ที่ยังมีถิ่นพำนักในประเทศออสเตรเลียที่เดียว..

ท้องฟ้าเป็นสีแดง อวลด้วยธุลีทุกอนูในบรรยากาศที่ต้องหายใจเข้าไป คลุ้งกระจายอย่ารวดเร็วตามแรงลม

ที่พัดไปยังฝั่งตะวันออกด้วยความเร็วกว่า ๑๐๐ กม.ต่อชั่วโมง

 

 

ชคดีที่ภัยของโลกครั้งนี้ ไม่มากพอที่จะก่อความเสียหายต่ออาคารและบ้านเรือน

สิ่งที่มีผลกระทบต่อชีวิตคือธุลีฝุ่นที่เข้าไปในระบบหายใจของผู้คนเมืองในช่วงเวลาสองวัน

คนสูงวัยอายุใกล้เคียงกันบอกไม่เคยเห็นภัยธรรมชาติในมิตินี้ ที่รุนแรงมากเท่าครั้งนี้

นับแต่ปี บันทึกไว้ตั้งแต่คศ ๑๙๔๐ ( พ.ศ. ๒๔๘๓) มาก่อน..

 

 

 

เขาหล่านั้น ได้แต่หวังว่า ภาวะอากาศที่แปรเปลี่ยนไปของเกาะใหญ่

ที่เรียกว่า ออสเตรเลีย จะไม่นำภาวะพายุฝุ่นที่ไม่เคยพานพบในชั่วชีวิตกลับมาอีก ..

 

 

 

 

 

 

 

...........................................................................................................

credit :

by

athenaz