เรื่อง: 46
ผู้ชม: 371608
ชอบ: 72
สารพันเทคนิคการขับขี่ปลอดภัย
ก่อนอื่นต้อง ตรวจสอบเป็นประจำในเรื่องต่อไปนี้
-น้ำมันเชื้อเพลิง ควรเติมเต็มถังอยู่เสมอ น้ำมันก้นถังจะสกปรกและเกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์
-.น้ำมันหล่อลื่น ควรมีระดับที่ใกล้กับขีดบนของก้านวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นอย่าเติมจนเกินขีดบน เพราะอาจส่งผลเสียหายกับซีลแหวนกันน้ำมันและปะเก็นต่าง ๆ
-.น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ เติมให้ถูกต้องตามคู่มือรถยนต์
-.น้ำหล่อเย็น (น้ำผสมน้ำยา) ในถังสำรองควรอยู่ในระดับ ของขีดที่กำหนดเสมอ
-.น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ต้องอยู่ระหว่างขีดต่ำสุดและสูงสุด
-ที่กรองอากาศ ควรเปลี่ยนตามช่วงเวลาที่ผู้ผลิตรถกำหนดยกเว้นรถใช้งานบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก ควรเปลี่ยนที่กรองอากาศเร็วขึ้น
-รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์แบบโอเวอร์เฮดแคมชาฟต์ (มีเพลารางลิ้นอยู่ด้านบนของลูกสูบ) ต้องเปลี่ยนสายพานขับตามที่ผู้ผลิตกำหนดมิฉะนั้นหากสายพานขาด เครื่องยนต์จะเสียหายมาก
-ควรทดสอบเบรกเท้าทุกวันระดับน้ำมันเบรกควรเติมถึงระดับที่หนังสือคู่ มือรถกำหนดอยู่เสมอ ปรับระดับเบรกมือให้เหมาะสมกับการใช้งาน การปรับตั้ง หรือเปลี่ยนผ้าเบรก ให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้ชำนาญงานเท่านั้น ถ้าไฟเตือนที่แสดงสภาพของเบรกสว่างขึ้นต้องนำรถเข้าตรวจสอบกับศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถทันที
-ไฟหน้าอยู่ในตำแหน่งที่ขับขี่ สามารถมองเห็นได้ไกลเพียงพอและไม่ระคายเคืองต่อผู้ใช้ถนนรายอื่น และอยู่ในสภาพที่ดีมีความสว่างที่สม่ำเสมอไม่สกปรก
-ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟทุกประเภทของรถ ต้องอยู่ในสภาพที่สว่างและทำงานได้ถูกต้อง
-ที่ปัดน้ำฝนต้องใช้งานได้ดี และเติมน้ำในถังน้ำล้างกระจกให้เต็มเสมอ
-.ยาง ตรวจสอบความดันลมยางให้อยู่ในอัตราที่คู่มือรถกำหนดตรวจสอบการสึกหรอมากให้เปลี่ยนยางใหม่ แต่ถ้าการสึกหรอของยางตามแนวขวางและตามแนวยาวไม่สม่ำเสมอ อาจมีกลไกในการขับเคลื่อนบางอย่างบกพร่อง ให้นำรถยนต์เข้าศูนย์บริการหรืออู่รถเพื่อตรวจสอบ
-ระบบพวงมาลัย ทดสอบความฟรีและความหลวมหากระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว ถือว่าผิดปกติ ควรรีบแก้ไข เพราะจะลุกลามทำให้ยางสึกหรอเร็ว และส่งผลต่อเฟืองท้ายโดยตรง
-.สภาพโช้คอัพ ให้ตรวจสอบสภาพการรั่วไหลของน้ำมัน
-.นำรถเข้ารับการตรวจสอบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน อุปกรณ์ส่วนควบ และชิ้นส่วนต่างๆ จากช่างผู้ชำนาญของศูนย์บริการ หรือ อู่ซ่อมรถตามระยะเวลาที่คู่มือรถกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
-.ศึกษาและทบทวนวิธีใช้อุปกรณ์ของรถ ตามคู่มือรถให้เกิดความเข้าใจและสามารถใช้ได้ อย่างถูกต้องและทันท่วงที
2. เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัย
-.ศึกษาเส้นทาง ควรศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง
-.พักผ่อนให้เพียงพอ ความเหนื่อยล้า ความเจ็บป่วย ความวิตกกังวลและความโกรธ ทำให้สมรรถนะในการขับขี่ของคุณ ลดลงการตัดสินใจ จะเชื่องช้าหรือขาดความรอบคอบการตัดสินใจก็จะเชื่องช้าตามไปด้วย
-ตรวจสอบรถของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่ารถของคุณพร้อมอยู่ในการใช้งาน
-.คาดเข็มขัดนิรภัย คุณควรคาดเข็มขัดนิรภัย ทุกครั้งที่ขับรถ ไม่ว่าระยะทางจะใกล้ไกลเพียงใด คาดเข็มขัดนิรภัยก่อนสตาร์ทรถ และตลอดเวลาที่ขับขี่และอย่าลืมเตือนผู้โดยสาร ให้คาดด้วย
-เมาไม่ขับ อย่าขับรถ หากคุณดื่มสุรามา เพราะคุณอาจไม่สามารถควบคุมการขับขี่ได้ดีพอ แอลกอฮอล์และของมึนเมามีผลกระทบ ต่อการขับรถและการตัดสินใจมากหรือน้อยขั้นอยู่กับปริมาณที่เสพ ถ้าเสพในระดับหนึ่งจะทำให้เกิดความคึกคะนอง ก้าวร้าว ตัดสินใจเร็วจะนำไปสู่ความประมาทและผิดพลาดได้ แต่ถ้าเสพมากถึงอีกระดับหนึ่งจะทำให้ประสาทสั่งการช้าหรืออาจถึงหลับใน และถ้าเสพมากจนเกินขนาด อาจทำให้ร่างกายไม่ปฏิบัติตามที่สมองสั่งการ
-.อย่าขับรถเมื่ออยู่ในอารมณ์ไม่ปกติเพราะหากอยู่ในอารมณ์ดังกล่าว จะทำให้สมาธิในการขับขี่ถดถอยลง
-ควบคุมความเร็ว ข้อกำหนดเรื่องความเร็วบนทางหลวงเป็นสิ่งควรปฏิบัติตาม เพราะหากคุณ ขับรถเกินอัตราที่กำหนด อาจทำให้รถคุณเสียการทรงตัว และนำไปสู่อุบัติเหตุ
-อย่าจี้ท้าย ควรเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้าพอสมควร ระยะประมาณ 4 วินาทีก่อนประชิด จะทำให้คุณสามารถหลบหลีกได้ในกรณีฉุกเฉิน
-.แซงปลอดภัย หากคุณรู้สึกว่ารถคันข้างหน้าขับช้า คุณสามารถแซงได้ แต่ควรทำอย่าง ปลอดภัยโดยให้สัญญาณและเปลี่ยนเลนอย่างระมัดระวัง
-.ขับปลอดภัยกรณีฝนตก เมื่อฝนตก ไม่ควรขับเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และให้เว้นระยะห่างก่อนประชิดรถคันหน้าประมาณ 6 วินาที เปิดไฟหน้าในกรณีที่ฝนตกหนัก เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นคุณ
-.คุยเรื่องสบายๆ การได้พูดคุยระหว่างเดินทางจะช่วยทำให้การเดินทางมีชีวิตชีวาขึ้น แต่เรื่องที่สนทนาควรเป็นเรื่องสบายๆ เรื่องเครียด หรือเรื่องหนักๆ อาจเบนความสนใจ ของผู้ขับจากการควบคุมรถมากเกินไป และไม่มีสมาธิในการขับขี่
- พักเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย ถ้าคุณขับรถระยะทางยาวๆ พยายามอย่าขับติดต่อกันนาน เกินสอง ชั่วโมงเพราะจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและสูญเสียสมาธิ หากรู้สึกเหนื่อย ให้หาที่จอดรถเพื่อพัก อาจเป็นจุดแวะพักที่ไหนสักแห่ง เพื่อให้คุณได้พักผ่อน หรือดื่มกาแฟสักแก้ว และเดินทางต่อ
- มีน้ำใจและเอื้อเฟื้อ ต่อผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน
3. การขับรถให้นุ่มนวลและปลอดภัย
- อ่านสิ่งต่าง ๆ บนถนนอย่างละเอียดสังเกตสิ่งต่าง ๆ บนถนนให้ถี่ถ้วนแล้วคุณจะคาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สภาพการจราจรข้างหน้าจะผันแปรไปอย่างไร ควรกวาดสายตาไปทั่ว ๆ มองใกล้ มองไกล และจากฟากหนึ่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน แล้วมองกระจกส่องหลังสลับกันไปด้วย อย่ามองจับนิ่งอยู่จุดใดจุดเดียวนาน ๆ
- คันเร่ง ตัวบงการความเร็ว ช้าหรือ นุ่มนวล ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของผู้ขับ
เหยียบคันเร่งเบา ๆ ค่อย ๆ เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน จะทำให้ขับรถได้นุ่มนวลมีความปลอดภัยสูง สามารควบคุมรถได้ดี และยังประหยัด น้ำ มันเชื้อเพลิงอีกด้วย ใส่ รองเท้าที่สะดวก ต่อการขับขี่ไม่ควรสวมรองเท้าส้นหนามาก ๆ หรือมีน้ำหนักมากเกินไป จะทำให้ไม่รู้น้ำหนักที่เหยียบคันเร่ง
4. ก่อนที่จะขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยอันดับแรกที่ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงคือสภาพร่างกายและจิตใจ
- สุขภาพและสมรรถนะทางกายมีผลต่อการขับขี่ ความบกพร่องทางกายที่ไม่ใส่ใจหรือเพราะไม่รู้ความบกพร่องของตัวเอง อาจพาคุณไปสู่อุบัติเหตุได้ ฉะนั้นการตรวจร่างกายและสายตาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้คุณรู้ความบกพร่องของตัวเอง ก่อนที่จะสายไป
- ความเหนื่อยล้าทำให้สมรรถนะในการขับขี่ของคุณลดลง การตัดสินใจก็จะเชื่องช้าตามไปด้วย
- แอลกอฮอล์และของมึนเมา มีผลกระทบต่อการขับรถมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่เสพ อุปนิสัยและพฤติกรรมในการขับขี่จะเปลี่ยนไป รวมทั้งมีผลต่อการตัดสินใจอีกด้วย
แอลกอฮอล์หรือของมึนเมา ถ้าเสพถึงระดับหนึ่งจะทำให้เกิดความคึกคะนอง ก้าวร้าว ตัดสินใจเร็วและผิดพลาดจนกลายเป็นความประมาท ถ้าเสพมากถึงอีกระดับหนึ่งจะทำให้ประสาทสั่งการช้าหรืออาจถึงหลับใน ถ้าเสพมากจนเกินขนาด อาจทำให้ร่างกายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสมอง
"กฎของนักขับรถในเชิงป้องกันอุบัติเหตุคือ ถ้าดื่มต้องไม่ขับ และถ้าขับต้องไม่ดื่ม"
- ความเจ็บป่วยและผลข้างเคียงของยาแก้ไข้หลายชนิด มีผลต่อสมรรถนะในการขับขี่ทางกายแล้วยังทำให้สมาธิในการขับรถต้องเสียไปอีกด้วย ตรวจสอบตัวเองเสียก่อน ถ้าไม่ไหว อย่าฝืนขับไปจะเข้าตำรา "ได้" ไม่คุ้ม "เสีย"
- ความวิตกกังวล จะทำให้ความสนใจและเอาใจใส่สิ่งต่างๆ ในถนนลดลงประสิทธิภาพในการสังเกตการณ์ไม่ดีเช่นปกติ และการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาก็จะพลาดไปด้วย พึงระลึกไว้เสมอว่า การขับรถอย่างปลอดภัยต้องการความตั้งใจเต็มพิกัดตลอดเวลา
- ความโกรธ หรืออารมณ์ค้าง อีกจุดหนึ่งของอันตรายในการขับรถ อย่าใช้การขับรถเป็นเครื่องระบายความโกรธ หรืออารมณ์ใส่ผู้อื่น ทั้งเขาและเราอาจต้องเอาชีวิตไปทิ้งในอุบัติเหตุ
- เอาใจใส่กับสิ่งที่เห็นหรือกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเส้นทางเสมอ มองจากสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่เกิดแล้วคาดการณ์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน จะเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร? ต้องเลิกกังวลกับเรื่องราวต่างๆ เสียบ้าง ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า สมาธิต้องอยู่ที่การขับรถ
ที่่มา : www.one2Car.com
มีเรื่องดีๆแบบนี้อีกมากมาย คลิกเลย รถยนต์ ให้ลิงค์ไปที่เว็บของเรา
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
- ประกาศแล้ว วิชาเฉพาะแพทย์และวิศวกรรม
- การซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก
- ซื้อรถมือสองมาแล้ว ทำอย่างไรต่อไป
- สน. ประกันภัย ข้อเสนอแนะและวิธีการแก้ไข
- การขายรถเองด้วยวิธีที่ถูกต้อง
- ประกันประเภท3 แบบอภิสิทธิ(ซ่อมเขา-ซ่อมเรา)
- รู้ทันพนักงานเคลม
- 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสมจริงหรือ
- ถ้าขับรถออกถนนควรอ่าน
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่ปลอดภัย
- สารพันเทคนิคการขับขี่
- อุลตร้าบอร์ดี้ กับสตราด้าL200
- สารพันดูแลยางรถยนต์
- วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เรียน ป.โท โลจิสติกส์
- ตำรวจขึ้นบัญชีรุ่นพี่หัวโจก หวั่นก่อเหตุวิวาท
- นักธุรกิจทั่วโลกกำลังฮิต หลักสูตร Online MBA
- ทุนรัฐบาลเบลเยียม เรียนต่อ ป.โท ฝึกอบรม
- มศว. รับรอบหลังแอดมิชชั่น 2555
- สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) รับน.ศ.ตรี-โ
- ISIS ม.ศรีปทุม ขอเชิญร่วมสัมมนา
- ม.รังสิต เปิดรับสมัครบุคลากร
- สาขาธุรกิจค้าปลีก ปัญญาภิวัฒน์ รับถึง 20 พ.ค.
- มาแล้ว! ค่ายวิศวะเคมี ม.มหิดล ครั้งที่ 6
- ทุกคำถามหลักสูตรอินเตอร์จุฬาฯ กับ ดร.จักรกฤษณ
- ทุกคำถามหลักสูตรอินเตอร์ Stamford กับ ดร. อภิ
- Research Positions in Computational and Syste
- The European Institutes for Advanced Study (E
- 2012 Wells Mountain Foundation Scholarship fo
- 2012 ASEAN Scholarships for Applicants from T
- United Nations/ Japan Long-term Fellowship, 2
- อยากขอทุนภาษาบาลีและสันสกฤต
- 2012 BYU Undergraduate Scholarships at Brigha
- 2012 SAARC Media Fellowship for SAARC Countri
