Warning: Cookie names can not contain any of the following '=,; \t\r\n\013\014' in /home/admin/domains/blog.eduzones.com/public_html/blog/stat.inc.php on line 15
สารพันเทคนิคการขับขี่
แจกฟรี หนังสือ TOEFL-ช้าอด[เฉพาะกทม] << คลิกที่นี่ | ดาวน์โหลดคะแนนสูง-ต่ำ แอดฯ55 | AppFB บอกโลกว่าข้าแอดฯติด
ผลแอดฯ55 แยกตามมหาวิทยาลัย | ผลแอดฯ55 แยกตามโรงเรียน | ผลแอดฯ55 ตามรหัส | มหาวิทยาลัยยอดนิยม
EZ Contributors
CARS
บทความต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ รถมือสอง

เรื่อง: 46
ผู้ชม: 371608
ชอบ: 72


สารพันเทคนิคการขับขี่ปลอดภัย
ก่อนอื่นต้อง ตรวจสอบเป็นประจำในเรื่องต่อไปนี้
-
น้ำมันเชื้อเพลิง ควรเติมเต็มถังอยู่เสมอ น้ำมันก้นถังจะสกปรกและเกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์
-.
น้ำมันหล่อลื่น ควรมีระดับที่ใกล้กับขีดบนของก้านวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นอย่าเติมจนเกินขีดบน เพราะอาจส่งผลเสียหายกับซีลแหวนกันน้ำมันและปะเก็นต่าง
-.
น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ เติมให้ถูกต้องตามคู่มือรถยนต์
-.
น้ำหล่อเย็น (น้ำผสมน้ำยา) ในถังสำรองควรอยู่ในระดับ ของขีดที่กำหนดเสมอ
-.
น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ต้องอยู่ระหว่างขีดต่ำสุดและสูงสุด
-
ที่กรองอากาศ ควรเปลี่ยนตามช่วงเวลาที่ผู้ผลิตรถกำหนดยกเว้นรถใช้งานบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก ควรเปลี่ยนที่กรองอากาศเร็วขึ้น
-
รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์แบบโอเวอร์เฮดแคมชาฟต์ (มีเพลารางลิ้นอยู่ด้านบนของลูกสูบ) ต้องเปลี่ยนสายพานขับตามที่ผู้ผลิตกำหนดมิฉะนั้นหากสายพานขาด เครื่องยนต์จะเสียหายมาก
-
ควรทดสอบเบรกเท้าทุกวันระดับน้ำมันเบรกควรเติมถึงระดับที่หนังสือคู่ มือรถกำหนดอยู่เสมอ ปรับระดับเบรกมือให้เหมาะสมกับการใช้งาน การปรับตั้ง หรือเปลี่ยนผ้าเบรก ให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้ชำนาญงานเท่านั้น ถ้าไฟเตือนที่แสดงสภาพของเบรกสว่างขึ้นต้องนำรถเข้าตรวจสอบกับศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถทันที
-
ไฟหน้าอยู่ในตำแหน่งที่ขับขี่ สามารถมองเห็นได้ไกลเพียงพอและไม่ระคายเคืองต่อผู้ใช้ถนนรายอื่น และอยู่ในสภาพที่ดีมีความสว่างที่สม่ำเสมอไม่สกปรก
-
ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟทุกประเภทของรถ ต้องอยู่ในสภาพที่สว่างและทำงานได้ถูกต้อง
-
ที่ปัดน้ำฝนต้องใช้งานได้ดี และเติมน้ำในถังน้ำล้างกระจกให้เต็มเสมอ
-.
ยาง ตรวจสอบความดันลมยางให้อยู่ในอัตราที่คู่มือรถกำหนดตรวจสอบการสึกหรอมากให้เปลี่ยนยางใหม่ แต่ถ้าการสึกหรอของยางตามแนวขวางและตามแนวยาวไม่สม่ำเสมอ อาจมีกลไกในการขับเคลื่อนบางอย่างบกพร่อง ให้นำรถยนต์เข้าศูนย์บริการหรืออู่รถเพื่อตรวจสอบ
-
ระบบพวงมาลัย ทดสอบความฟรีและความหลวมหากระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว ถือว่าผิดปกติ ควรรีบแก้ไข เพราะจะลุกลามทำให้ยางสึกหรอเร็ว และส่งผลต่อเฟืองท้ายโดยตรง
-.
สภาพโช้คอัพ ให้ตรวจสอบสภาพการรั่วไหลของน้ำมัน
-.
นำรถเข้ารับการตรวจสอบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน อุปกรณ์ส่วนควบ และชิ้นส่วนต่างๆ จากช่างผู้ชำนาญของศูนย์บริการ หรือ อู่ซ่อมรถตามระยะเวลาที่คู่มือรถกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
-.
ศึกษาและทบทวนวิธีใช้อุปกรณ์ของรถ ตามคู่มือรถให้เกิดความเข้าใจและสามารถใช้ได้ อย่างถูกต้องและทันท่วงที


2. เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัย
-.
ศึกษาเส้นทาง ควรศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง
-.
พักผ่อนให้เพียงพอ ความเหนื่อยล้า ความเจ็บป่วย ความวิตกกังวลและความโกรธ ทำให้สมรรถนะในการขับขี่ของคุณ ลดลงการตัดสินใจ จะเชื่องช้าหรือขาดความรอบคอบการตัดสินใจก็จะเชื่องช้าตามไปด้วย
-
ตรวจสอบรถของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่ารถของคุณพร้อมอยู่ในการใช้งาน
-.
คาดเข็มขัดนิรภัย คุณควรคาดเข็มขัดนิรภัย ทุกครั้งที่ขับรถ ไม่ว่าระยะทางจะใกล้ไกลเพียงใด คาดเข็มขัดนิรภัยก่อนสตาร์ทรถ และตลอดเวลาที่ขับขี่และอย่าลืมเตือนผู้โดยสาร ให้คาดด้วย
-
เมาไม่ขับ อย่าขับรถ หากคุณดื่มสุรามา เพราะคุณอาจไม่สามารถควบคุมการขับขี่ได้ดีพอ แอลกอฮอล์และของมึนเมามีผลกระทบ ต่อการขับรถและการตัดสินใจมากหรือน้อยขั้นอยู่กับปริมาณที่เสพ ถ้าเสพในระดับหนึ่งจะทำให้เกิดความคึกคะนอง ก้าวร้าว ตัดสินใจเร็วจะนำไปสู่ความประมาทและผิดพลาดได้ แต่ถ้าเสพมากถึงอีกระดับหนึ่งจะทำให้ประสาทสั่งการช้าหรืออาจถึงหลับใน และถ้าเสพมากจนเกินขนาด อาจทำให้ร่างกายไม่ปฏิบัติตามที่สมองสั่งการ
-.
อย่าขับรถเมื่ออยู่ในอารมณ์ไม่ปกติเพราะหากอยู่ในอารมณ์ดังกล่าว จะทำให้สมาธิในการขับขี่ถดถอยลง
-
ควบคุมความเร็ว ข้อกำหนดเรื่องความเร็วบนทางหลวงเป็นสิ่งควรปฏิบัติตาม เพราะหากคุณ ขับรถเกินอัตราที่กำหนด อาจทำให้รถคุณเสียการทรงตัว และนำไปสู่อุบัติเหตุ
-
อย่าจี้ท้าย ควรเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้าพอสมควร ระยะประมาณ 4 วินาทีก่อนประชิด จะทำให้คุณสามารถหลบหลีกได้ในกรณีฉุกเฉิน
-.
แซงปลอดภัย หากคุณรู้สึกว่ารถคันข้างหน้าขับช้า คุณสามารถแซงได้ แต่ควรทำอย่าง ปลอดภัยโดยให้สัญญาณและเปลี่ยนเลนอย่างระมัดระวัง
-.
ขับปลอดภัยกรณีฝนตก เมื่อฝนตก ไม่ควรขับเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และให้เว้นระยะห่างก่อนประชิดรถคันหน้าประมาณ 6 วินาที เปิดไฟหน้าในกรณีที่ฝนตกหนัก เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นคุณ
-.
คุยเรื่องสบายๆ การได้พูดคุยระหว่างเดินทางจะช่วยทำให้การเดินทางมีชีวิตชีวาขึ้น แต่เรื่องที่สนทนาควรเป็นเรื่องสบายๆ เรื่องเครียด หรือเรื่องหนักๆ อาจเบนความสนใจ ของผู้ขับจากการควบคุมรถมากเกินไป และไม่มีสมาธิในการขับขี่
-
พักเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย ถ้าคุณขับรถระยะทางยาวๆ พยายามอย่าขับติดต่อกันนาน เกินสอง ชั่วโมงเพราะจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและสูญเสียสมาธิ หากรู้สึกเหนื่อย ให้หาที่จอดรถเพื่อพัก อาจเป็นจุดแวะพักที่ไหนสักแห่ง เพื่อให้คุณได้พักผ่อน หรือดื่มกาแฟสักแก้ว และเดินทางต่อ
-
มีน้ำใจและเอื้อเฟื้อ ต่อผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน


3.
การขับรถให้นุ่มนวลและปลอดภัย

-
อ่านสิ่งต่าง บนถนนอย่างละเอียดสังเกตสิ่งต่าง บนถนนให้ถี่ถ้วนแล้วคุณจะคาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สภาพการจราจรข้างหน้าจะผันแปรไปอย่างไร ควรกวาดสายตาไปทั่ว มองใกล้ มองไกล และจากฟากหนึ่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน แล้วมองกระจกส่องหลังสลับกันไปด้วย อย่ามองจับนิ่งอยู่จุดใดจุดเดียวนาน
-
คันเร่ง ตัวบงการความเร็ว ช้าหรือ นุ่มนวล ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของผู้ขับ
เหยียบคันเร่งเบา ค่อย เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน จะทำให้ขับรถได้นุ่มนวลมีความปลอดภัยสูง สามารควบคุมรถได้ดี และยังประหยัด น้ำ มันเชื้อเพลิงอีกด้วย ใส่ รองเท้าที่สะดวก ต่อการขับขี่ไม่ควรสวมรองเท้าส้นหนามาก หรือมีน้ำหนักมากเกินไป จะทำให้ไม่รู้น้ำหนักที่เหยียบคันเร่ง


4. ก่อนที่จะขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยอันดับแรกที่ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงคือสภาพร่างกายและจิตใจ
-
สุขภาพและสมรรถนะทางกายมีผลต่อการขับขี่ ความบกพร่องทางกายที่ไม่ใส่ใจหรือเพราะไม่รู้ความบกพร่องของตัวเอง อาจพาคุณไปสู่อุบัติเหตุได้ ฉะนั้นการตรวจร่างกายและสายตาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้คุณรู้ความบกพร่องของตัวเอง ก่อนที่จะสายไป
-
ความเหนื่อยล้าทำให้สมรรถนะในการขับขี่ของคุณลดลง การตัดสินใจก็จะเชื่องช้าตามไปด้วย
-
แอลกอฮอล์และของมึนเมา มีผลกระทบต่อการขับรถมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่เสพ อุปนิสัยและพฤติกรรมในการขับขี่จะเปลี่ยนไป รวมทั้งมีผลต่อการตัดสินใจอีกด้วย
แอลกอฮอล์หรือของมึนเมา ถ้าเสพถึงระดับหนึ่งจะทำให้เกิดความคึกคะนอง ก้าวร้าว ตัดสินใจเร็วและผิดพลาดจนกลายเป็นความประมาท ถ้าเสพมากถึงอีกระดับหนึ่งจะทำให้ประสาทสั่งการช้าหรืออาจถึงหลับใน ถ้าเสพมากจนเกินขนาด อาจทำให้ร่างกายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสมอง
"
กฎของนักขับรถในเชิงป้องกันอุบัติเหตุคือ ถ้าดื่มต้องไม่ขับ และถ้าขับต้องไม่ดื่ม"
-
ความเจ็บป่วยและผลข้างเคียงของยาแก้ไข้หลายชนิด มีผลต่อสมรรถนะในการขับขี่ทางกายแล้วยังทำให้สมาธิในการขับรถต้องเสียไปอีกด้วย ตรวจสอบตัวเองเสียก่อน ถ้าไม่ไหว อย่าฝืนขับไปจะเข้าตำรา "ได้" ไม่คุ้ม "เสีย"
-
ความวิตกกังวล จะทำให้ความสนใจและเอาใจใส่สิ่งต่างๆ ในถนนลดลงประสิทธิภาพในการสังเกตการณ์ไม่ดีเช่นปกติ และการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาก็จะพลาดไปด้วย พึงระลึกไว้เสมอว่า การขับรถอย่างปลอดภัยต้องการความตั้งใจเต็มพิกัดตลอดเวลา
-
ความโกรธ หรืออารมณ์ค้าง อีกจุดหนึ่งของอันตรายในการขับรถ อย่าใช้การขับรถเป็นเครื่องระบายความโกรธ หรืออารมณ์ใส่ผู้อื่น ทั้งเขาและเราอาจต้องเอาชีวิตไปทิ้งในอุบัติเหตุ
-
เอาใจใส่กับสิ่งที่เห็นหรือกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเส้นทางเสมอ มองจากสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่เกิดแล้วคาดการณ์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน จะเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร? ต้องเลิกกังวลกับเรื่องราวต่างๆ เสียบ้าง ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า สมาธิต้องอยู่ที่การขับรถ

ที่่มา : www.one2Car.com

มีเรื่องดีๆแบบนี้อีกมากมาย คลิกเลย รถยนต์ ให้ลิงค์ไปที่เว็บของเรา

print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้ 

usamaneerattana ขอบคุณค่ะ .
ความคิดเห็นที่ 1
สมาชิกเมื่อ : 30/10/2008
เรื่องอื่นๆ ของฉัน


ENN: ศูนย์ข่าวการศึกษา

เรียนต่อ ขอทุน