เรื่อง: 46
ผู้ชม: 371608
ชอบ: 72
90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสมจริงหรือ?
.....นานมากแล้วที่กฎหมายบ้านเรากำหนดความเร็วบังคับไว้ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ต่อมาบนทางด่วนพิเศษ(เสียตังค์)จะเพิ่มเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว แต่ถ้ามองย้อนเรื่องความเป็นจริงแล้วมันเหมาะสมหรือเปล่าที่ถนนหลวงโดยทั่วไปที่สร้างจากเงินภาษีของประชาชนยังบังคับให้แค่ไม่เกิน 90กิโลเมตรต่อชั่วโมง......
ในอดีต
เมื่อก่อนโน้นรถยนต์ส่วนมากค่าความจุของกระบอกสูบยังไม่สูงมากส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วง 1000-1300ซีซี สำหรับเบนซิน หรือไม่เกิน 2200ซีซีสำหรับดีเซล กอปรกับความแรงหรือสมรรถนะของรถก็ยังไม่สูงมาก จำนวนรถก็มีน้อย ถนนหนทางก็โล่งถึงแม้จะเป็นเลนที่วิ่งสวนกันก็ตาม การกำหนดค่าความเร็วที่ไม่เกิน 90กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงถือว่าเหมาะสมดีแล้ว
ปัจจุบัน
แม้จะยังมีถนนแบบวิ่งสวนกันอยู่แต่ถนนสายหลักๆหรือถนนส่วนมากนั้นเป็นสี่เลนหรือมากกว่านั้นกันหมดแล้ว และสมรรถนะของรถหรือระบบความปลอดภัยของรถหรือความแรงของรถหรือความจุของกระบอกสูบของรถก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย
90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงปลอดภัยจริงหรือ?
อันนี้เป็นความจริงว่าจากสถิติอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้ามองลึกลงไปในอุบัติเหตุนั้นๆกลับพบว่าล้วนเกิดจากผู้ขับขี่เองทั้งสิ้น ทั้งเมาสุรา-ยาเสพติดหรือมักอ้างว่าหลับในเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ว่าขับเท่าไหร่จะช้าหรือเร็วก็มักเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุแทบทั้งนั้น จึงไม่น่าจะเป็นข้อสรุปสุดท้ายที่จะพูดว่าขับไม่เกิน 90กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วจะปลอดภัย
90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงประหยัดน้ำมันจริงหรือ?
ถ้ามองรถที่ออกแบบเพื่อจำหน่ายในบ้านเราโดยเฉพาะจะพบว่ามีการเชื่อมโยงกับกฎหมายหรือความเร็วที่กำหนดคือรถจะถูกออกแบบมาให้ได้แรงส่วนใหญ่ของทั้งหมดออกมาใช้งานมากที่สุดในช่วงความเร็วดังกล่าวคือในช่วง 60-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าหันไปมองรถนำเข้าจากต่างปะเทศที่กฎหมายเขากำหนดความเร็วอื่นเช่น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่าแรงที่นำออกมาใช้งานที่มากที่สุดและประหยัดที่สุดดังกล่าวก็จะไปอยู่ที่ช่วงความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นต้น ยิ่งยุคน้ำมันแพงนี้เรื่องการแข่งขันด้านความประหยัดกำลังรุนแรงถ้าท่านปรับเพิ่มข้อกำหนดความเร็วรถขึ้นมีรึที่บริษัทผู้ผลิตเขาจะไม่ออกแบบหรือผลิตตาม(ความจริงประเทศอื่นหลายๆประเทศเขาทำมานานแล้ว)
แล้วความเร็วเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม?
หันมามองความจริงกันบ้างว่าตามถนนทั่วๆไปทุกวันนี้มีรถซักกี่คันที่ยังวิ่งไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ ผมว่ากว่า 90%วิ่งเกิน 100กันทั้งนั้น อย่างว่าช้าๆเลยก็ 100 ยืนพื้น ซึ่งมันกลายเป็นช่องทางหากินของคนชั่วในหน่วยงานของรัฐบางหน่วยมากกว่า มีหลายๆท่านบ่นให้ฟังว่าน่าเจ็บใจมากๆคือป้ายที่ว่ารถช้าชิดซ้าย(แต่ซ้ายนั้นมันปลักควายชัดแถมรถเร็วก็ห้ามวิ่งขวาก็ไม่รู้ว่าจะสร้างถนนไว้ทำตะบวยอะไร) แถมไอ้คำว่าขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนี่เมื่อไหร่จะเลิกใช้เสียที ก็ดุลยพินิจท่านบอกว่าผิดก็ต้องผิดอย่างเดียวเลย ลองเถียงไปเจออีกข้อหาหมิ่นเจ้าพนักงานบอกกันจะๆไปเลยว่าจะเอายังไงหรือผิดข้อหาอะไรจะดีกว่า เคยมีนักการเมืองที่ชื่อ ส. (แฮะๆขอใช้อักษรย่อตามสมัยนิยมนะครับ)ที่เคยนำเสนอว่าควรจะปรับความเร็วจาก 90 เพิ่มเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประชาชนฮือฮาทั่วไปและเห็นด้วยแต่พอเข้าที่ประชุมคณะอะไรก็ไม่รู้..แล้วเรื่องก็เงียบ..เงียบ..และเงียบตราบเท่าทุกวันนี้ ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ไม่ทราบว่าความเร็วเท่าไหร่มันจึงจะเหมาะสมแต่ที่แน่ๆผมว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่มันก็ไม่เหมาะสมเหมือนกันแหละกับสถานะการณ์ปัจจุบันน่าจะซัก 120 กำลังดีเพราะดูจากทางด่วนพิเศษแล้วผมก็ว่ามันใช้ได้ดีทีเดียวสำหรับความเร็วขนาดนี้และอาจจะปรับปรุงความเร็วทางด่วนที่เสียเงินวิ่งออกไปอีกซัก 160 ก็กำลังสวย แต่ที่สำคัญน่าจะมีการแบ่งเป็นโซนเช่นเขตชุมชนใหญ่ไม่เกิน 60 / ชุมชนทั่วไปไม่เกิน 80/ นอกเขตชุมชนรถวิ่งสวนทางไม่เกิน 100/ ถนนที่ไม่ต้องวิ่งสวนทาง 120 / ทางด่วนพิเศษ 160 และทั้งหมดมีค่าบวกได้ไม่เกิน 10กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นต้น(ต้องเผื่อค่าความผิดพลาดของมาตรวัดให้ด้วย) แล้วอาจจะใช้สีของเส้นกลางถนนต่างสีกันออกไปเพื่อเป็นตัวกำหนดหรือบอกผู้ขับขี่ว่าถนนเส้นไหนใช้ความเร็วได้เท่าไหร่ แล้วเพิ่มโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ฝ่าฝืนเอาแบบจริงๆจังๆและหนักๆโหดๆไปเลยเช่นยึดใบขับขี่หรือห้ามขับขี่ยวดยานต์ทุกชนิด 1 ปีเป็นต้นฝ่าฝืนปรับครั้งละ 1แสนบาทอะไรประมาณนั้น
ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีคนหนึ่ง
อยากเรียกร้องว่า ควรจะมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงๆจังๆเสียที พวกนักวิชาการทั้งหลายแหล่หรือแม้แต่คนของรัฐเองน่าจะทำการศึกษาข้อมูลกันได้แล้ว(เหมือนเรื่องน้ำหนักรถบรรทุกนั่นแหละเห็นรวดเร็วทันใจดีจัง)หรือทำแบบสอบถามหรือทำประชาพิจารณ์กันไปเลยแล้วหาข้อสรุปออกมา ตื่นจากฝันกันเสียที และวิงวอนผ่านไปยังผู้ที่มีอำนาจหรือชื่อเสียงทางสังคมที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนซักคนออกมาเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้ ผมว่าถ้าท่านต้องการรายชื่อประชาชนเพื่อสนับสนุนแค่ 5หมื่นชื่อนี่มันเล็กไปน่าจะเอาซัก 1ล้านชื่อผมก็ว่าไม่ใช่เรื่องยากแต่ประการใด อย่างน้อยท่านจะมีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์แน่นอน ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่จะร่วมลงชื่อกับท่านและจะสนับสนุนท่านเท่าที่จะทำได้
ที่่มา : www.one2Car.com
มีเรื่องดีๆแบบนี้อีกมากมาย คลิกเลย รถยนต์ ให้ลิงค์ไปที่เว็บของเรา
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
- ประกาศแล้ว วิชาเฉพาะแพทย์และวิศวกรรม
- การซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก
- ซื้อรถมือสองมาแล้ว ทำอย่างไรต่อไป
- สน. ประกันภัย ข้อเสนอแนะและวิธีการแก้ไข
- การขายรถเองด้วยวิธีที่ถูกต้อง
- ประกันประเภท3 แบบอภิสิทธิ(ซ่อมเขา-ซ่อมเรา)
- รู้ทันพนักงานเคลม
- 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสมจริงหรือ
- ถ้าขับรถออกถนนควรอ่าน
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่อย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
- ขับขี่ปลอดภัย
- สารพันเทคนิคการขับขี่
- อุลตร้าบอร์ดี้ กับสตราด้าL200
- สารพันดูแลยางรถยนต์
- วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เรียน ป.โท โลจิสติกส์
- ตำรวจขึ้นบัญชีรุ่นพี่หัวโจก หวั่นก่อเหตุวิวาท
- นักธุรกิจทั่วโลกกำลังฮิต หลักสูตร Online MBA
- ทุนรัฐบาลเบลเยียม เรียนต่อ ป.โท ฝึกอบรม
- มศว. รับรอบหลังแอดมิชชั่น 2555
- สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) รับน.ศ.ตรี-โ
- ISIS ม.ศรีปทุม ขอเชิญร่วมสัมมนา
- ม.รังสิต เปิดรับสมัครบุคลากร
- สาขาธุรกิจค้าปลีก ปัญญาภิวัฒน์ รับถึง 20 พ.ค.
- มาแล้ว! ค่ายวิศวะเคมี ม.มหิดล ครั้งที่ 6
- ทุกคำถามหลักสูตรอินเตอร์จุฬาฯ กับ ดร.จักรกฤษณ
- ทุกคำถามหลักสูตรอินเตอร์ Stamford กับ ดร. อภิ
- Research Positions in Computational and Syste
- The European Institutes for Advanced Study (E
- 2012 Wells Mountain Foundation Scholarship fo
- 2012 ASEAN Scholarships for Applicants from T
- United Nations/ Japan Long-term Fellowship, 2
- อยากขอทุนภาษาบาลีและสันสกฤต
- 2012 BYU Undergraduate Scholarships at Brigha
- 2012 SAARC Media Fellowship for SAARC Countri
