แจกฟรี หนังสือ TOEFL-ช้าอด[เฉพาะกทม] << คลิกที่นี่ | ดาวน์โหลดคะแนนสูง-ต่ำ แอดฯ55 | AppFB บอกโลกว่าข้าแอดฯติด
ผลแอดฯ55 แยกตามมหาวิทยาลัย | ผลแอดฯ55 แยกตามโรงเรียน | ผลแอดฯ55 ตามรหัส | มหาวิทยาลัยยอดนิยม
EZ Contributors
CARS
บทความต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ รถมือสอง

เรื่อง: 46
ผู้ชม: 371608
ชอบ: 72


90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสมจริงหรือ?


.....นานมากแล้วที่กฎหมายบ้านเรากำหนดความเร็วบังคับไว้ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ต่อมาบนทางด่วนพิเศษ(เสียตังค์)จะเพิ่มเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว แต่ถ้ามองย้อนเรื่องความเป็นจริงแล้วมันเหมาะสมหรือเปล่าที่ถนนหลวงโดยทั่วไปที่สร้างจากเงินภาษีของประชาชนยังบังคับให้แค่ไม่เกิน 90กิโลเมตรต่อชั่วโมง......

ในอดีต


เมื่อก่อนโน้นรถยนต์ส่วนมากค่าความจุของกระบอกสูบยังไม่สูงมากส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วง 1000-1300ซีซี สำหรับเบนซิน หรือไม่เกิน 2200ซีซีสำหรับดีเซล กอปรกับความแรงหรือสมรรถนะของรถก็ยังไม่สูงมาก จำนวนรถก็มีน้อย ถนนหนทางก็โล่งถึงแม้จะเป็นเลนที่วิ่งสวนกันก็ตาม การกำหนดค่าความเร็วที่ไม่เกิน 90กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงถือว่าเหมาะสมดีแล้ว

ปัจจุบัน

แม้จะยังมีถนนแบบวิ่งสวนกันอยู่แต่ถนนสายหลักๆหรือถนนส่วนมากนั้นเป็นสี่เลนหรือมากกว่านั้นกันหมดแล้ว และสมรรถนะของรถหรือระบบความปลอดภัยของรถหรือความแรงของรถหรือความจุของกระบอกสูบของรถก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย

90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงปลอดภัยจริงหรือ?


อันนี้เป็นความจริงว่าจากสถิติอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้ามองลึกลงไปในอุบัติเหตุนั้นๆกลับพบว่าล้วนเกิดจากผู้ขับขี่เองทั้งสิ้น ทั้งเมาสุรา-ยาเสพติดหรือมักอ้างว่าหลับในเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ว่าขับเท่าไหร่จะช้าหรือเร็วก็มักเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุแทบทั้งนั้น จึงไม่น่าจะเป็นข้อสรุปสุดท้ายที่จะพูดว่าขับไม่เกิน 90กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วจะปลอดภัย


90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงประหยัดน้ำมันจริงหรือ?


ถ้ามองรถที่ออกแบบเพื่อจำหน่ายในบ้านเราโดยเฉพาะจะพบว่ามีการเชื่อมโยงกับกฎหมายหรือความเร็วที่กำหนดคือรถจะถูกออกแบบมาให้ได้แรงส่วนใหญ่ของทั้งหมดออกมาใช้งานมากที่สุดในช่วงความเร็วดังกล่าวคือในช่วง 60-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าหันไปมองรถนำเข้าจากต่างปะเทศที่กฎหมายเขากำหนดความเร็วอื่นเช่น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่าแรงที่นำออกมาใช้งานที่มากที่สุดและประหยัดที่สุดดังกล่าวก็จะไปอยู่ที่ช่วงความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นต้น ยิ่งยุคน้ำมันแพงนี้เรื่องการแข่งขันด้านความประหยัดกำลังรุนแรงถ้าท่านปรับเพิ่มข้อกำหนดความเร็วรถขึ้นมีรึที่บริษัทผู้ผลิตเขาจะไม่ออกแบบหรือผลิตตาม(ความจริงประเทศอื่นหลายๆประเทศเขาทำมานานแล้ว)


แล้วความเร็วเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม?


หันมามองความจริงกันบ้างว่าตามถนนทั่วๆไปทุกวันนี้มีรถซักกี่คันที่ยังวิ่งไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ ผมว่ากว่า 90%วิ่งเกิน 100กันทั้งนั้น อย่างว่าช้าๆเลยก็ 100 ยืนพื้น ซึ่งมันกลายเป็นช่องทางหากินของคนชั่วในหน่วยงานของรัฐบางหน่วยมากกว่า มีหลายๆท่านบ่นให้ฟังว่าน่าเจ็บใจมากๆคือป้ายที่ว่า”รถช้าชิดซ้าย(แต่ซ้ายนั้นมันปลักควายชัดแถมรถเร็วก็ห้ามวิ่งขวาก็ไม่รู้ว่าจะสร้างถนนไว้ทำตะบวยอะไร)” แถมไอ้คำว่า”ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน”นี่เมื่อไหร่จะเลิกใช้เสียที ก็ดุลยพินิจท่านบอกว่าผิดก็ต้องผิดอย่างเดียวเลย ลองเถียงไปเจออีกข้อหา”หมิ่นเจ้าพนักงาน”บอกกันจะๆไปเลยว่าจะเอายังไงหรือผิดข้อหาอะไรจะดีกว่า เคยมีนักการเมืองที่ชื่อ “ส.” (แฮะๆขอใช้อักษรย่อตามสมัยนิยมนะครับ)ที่เคยนำเสนอว่าควรจะปรับความเร็วจาก 90 เพิ่มเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประชาชนฮือฮาทั่วไปและเห็นด้วยแต่พอเข้าที่ประชุมคณะอะไรก็ไม่รู้..แล้วเรื่องก็เงียบ..เงียบ..และเงียบตราบเท่าทุกวันนี้ ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ไม่ทราบว่าความเร็วเท่าไหร่มันจึงจะเหมาะสมแต่ที่แน่ๆผมว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่มันก็ไม่เหมาะสมเหมือนกันแหละกับสถานะการณ์ปัจจุบันน่าจะซัก 120 กำลังดีเพราะดูจากทางด่วนพิเศษแล้วผมก็ว่ามันใช้ได้ดีทีเดียวสำหรับความเร็วขนาดนี้และอาจจะปรับปรุงความเร็วทางด่วนที่เสียเงินวิ่งออกไปอีกซัก 160 ก็กำลังสวย แต่ที่สำคัญน่าจะมีการแบ่งเป็นโซนเช่นเขตชุมชนใหญ่ไม่เกิน 60 / ชุมชนทั่วไปไม่เกิน 80/ นอกเขตชุมชนรถวิ่งสวนทางไม่เกิน 100/ ถนนที่ไม่ต้องวิ่งสวนทาง 120 / ทางด่วนพิเศษ 160 และทั้งหมดมีค่าบวกได้ไม่เกิน 10กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นต้น(ต้องเผื่อค่าความผิดพลาดของมาตรวัดให้ด้วย) แล้วอาจจะใช้สีของเส้นกลางถนนต่างสีกันออกไปเพื่อเป็นตัวกำหนดหรือบอกผู้ขับขี่ว่าถนนเส้นไหนใช้ความเร็วได้เท่าไหร่ แล้วเพิ่มโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ฝ่าฝืนเอาแบบจริงๆจังๆและหนักๆโหดๆไปเลยเช่นยึดใบขับขี่หรือห้ามขับขี่ยวดยานต์ทุกชนิด 1 ปีเป็นต้นฝ่าฝืนปรับครั้งละ 1แสนบาทอะไรประมาณนั้น


ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีคนหนึ่ง


 

อยากเรียกร้องว่า ควรจะมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงๆจังๆเสียที พวกนักวิชาการทั้งหลายแหล่หรือแม้แต่คนของรัฐเองน่าจะทำการศึกษาข้อมูลกันได้แล้ว(เหมือนเรื่องน้ำหนักรถบรรทุกนั่นแหละเห็นรวดเร็วทันใจดีจัง)หรือทำแบบสอบถามหรือทำประชาพิจารณ์กันไปเลยแล้วหาข้อสรุปออกมา ตื่นจากฝันกันเสียที และวิงวอนผ่านไปยังผู้ที่มีอำนาจหรือชื่อเสียงทางสังคมที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนซักคนออกมาเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้ ผมว่าถ้าท่านต้องการรายชื่อประชาชนเพื่อสนับสนุนแค่ 5หมื่นชื่อนี่มันเล็กไปน่าจะเอาซัก 1ล้านชื่อผมก็ว่าไม่ใช่เรื่องยากแต่ประการใด อย่างน้อยท่านจะมีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์แน่นอน ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่จะร่วมลงชื่อกับท่านและจะสนับสนุนท่านเท่าที่จะทำได้

ที่่มา : www.one2Car.com

มีเรื่องดีๆแบบนี้อีกมากมาย คลิกเลย รถยนต์ ให้ลิงค์ไปที่เว็บของเรา

print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้ 

สมาชิกเมื่อ : 30/10/2008
เรื่องอื่นๆ ของฉัน


ENN: ศูนย์ข่าวการศึกษา

เรียนต่อ ขอทุน