อิทธิพลต่างๆ ที่มีต่อลักษณะสถาปัตยกรรม

ลบ แก้ไข

 

อิทธิพลต่างๆ ที่มีต่อลักษณะสถาปัตยกรรม


ภูมิภาค

ในตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 12 ยุโรปก็แบ่งออกเป็นนครรัฐและราชอาณาจักรต่างๆ บริเวณที่รวมทั้งในปัจจุบันที่เป็นเยอรมนีเนเธอรแลนด์เบลเยียมลักเซมเบิร์กสวิตเซอร์แลนด์ออสเตรีย, ทางตะวันออกของฝรั่งเศส และส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของอิตาลียกเว้นเวนิสก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และประมุขของท้องถิ่นก็ยังคงมีอำนาจพอสมควร ฝรั่งเศส สกอตแลนด์ สเปน และ ซิซิลี ต่างก็เป็นราชอาณาจักรอิสระ รวมทั้งอังกฤษที่ปกครองโดยกษัตริย์แพลนทาเจเน็ทผู้ปกครองดินแดนส่วนใหญ่ในฝรั่งเศสในขณะเดียวกันด้วย. นอร์เวย์มาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอังกฤษ ขณะที่ประเทศสแกนดิเนเวียอื่นๆ และโปแลนด์อยู่ภายใต้อิทธิพลของเยอรมนี กษัตริย์อองชูเป็นผู้นำวัฒธรรมกอธิคไปเผยแพร่ยังอิตาลีใต้

ยุโรปโดยทั่วไปในช่วงนั้นอยู่ในระหว่างความรุ่งเรืองทางการค้าที่เป็นผลมาจากความเจริญของเมืองต่างๆ เยอรมนีและกลุ่มประเทศต่ำมีเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองที่รุ่งเรืองมั่งคั่งที่แข่งขันกันอย่างสันติ และบางกลุ่มก็มารวมตัวกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเช่นกลุ่มสันนิบาตฮันเซียติก การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างสำคัญที่เป็นของเมืองก็กลายมาเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาของเมือง แต่ทางอังกฤษและฝรั่งเศสยังคงอยู่ในระบบการปกครองแบบศักดินาซึ่งทำให้สถาปัตยกรรมยังเป็นการเน้นการก่อสร้างสำหรับผู้ครองอาณาจักร แทนที่จะเป็นตึกเทศบาลเมืองหรือสิ่งก่อสร้างที่เป็นของประชาชนผู้มั่งคั่งในเมือง


วัสดุ

ภายในวิหารของบาดโดเบอรันในเยอรมนีที่ใช้อิฐอันมีสีสรรค์, ค.ศ. 1386

ปัจจัยอื่นที่เป็นอิทธิพลของท้องถิ่นก็คือวัสดุก่อสร้าง ในฝรั่งเศสหินปูนเป็นสิ่งที่มีอยู่โดยทั่วไปหลายระดับ ตั้งแต่ชนิดที่ละเอียดในบริเวณคอง (Caen) ที่เป็นที่นิยมของประติมากรในการใช้แกะสลัก อังกฤษมีหินปูนแต่หยาบกว่า และหินทรายสีแดง และ หินอ่อนเพอร์เบ็คสีเขียวคร่ำที่มักจะใช้ในการตกแต่ง

ทางตอนเหนือของเยอรมนี, เนเธอรแลนด์, สแกนดิเนเวีย, ประเทศในบอลติค และ ทางตอนเหนือของโปแลนด์ก็มีหินแต่การก่อสร้างนิยมการใช้อิฐซึ่งเป็นลักษณะที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมกอธิคอิฐ (Backsteingotik) และมักจะเป็นนัยยะถึงกลุ่มสันนิบาตฮันเซียติก

ในอิตาลีหินใช้ในการก่อสร้างป้อมปราการ แต่อิฐเป็นที่นิยมในการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ นอกจากนั้นอิตาลีก็ยังมีหินอ่อนเป็นจำนวนมากและหลายแบบ ด้านหน้าของสิ่งก่อสร้างจึงมักจะทำด้วยหินอ่อนบนด้านในที่เป็นอิฐ ฉะนั้นบางครั้งจึงพบสิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จที่ด้านหน้ายังคงเป็นอิฐที่รอการต่อเติมให้เป็นหินอ่อนในเวลาต่อมา

การใช้ไม้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรม เช่นในการก่อสร้างเพดานที่ใช้คานแฮมเมอร์ (hammer-beam) อันวิจิตรของอังกฤษเป็นการก่อสร้างที่มีผลมาจากการขาดไม้ที่ตรงและยาวในตอนปลายของยุคกลาง เมื่อป่าถูกถางไปสร้างเรือและเพดานขนาดใหญ่


ศาสนา

ในสมัยยุคกลางตอนต้นยุคกลางตอนต้นเป็นสมัยของความรุ่งเรืองของสำนักสงฆ์นิกายต่างๆ ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นและแพร่ขยายไปทั่วยุโรป ลัทธิที่นำหน้ากว่าลัทธิอื่นคือลัทธิเบ็นนาดิคตินผู้สร้างแอบบีขนาดใหญ่มากมายกว่าลัทธิอื่นใดในอังกฤษ ลัทธิเบ็นนาดิคตินมักจะสร้างแอบบีภายในตัวเมือง ไม่เหมือนกับลัทธิซิสเตอร์เชียนที่มักจะสร้างในชนบท ลัทธิซิสเตอร์เชียนและลัทธิคลูนีจะเป็นลัทธิที่แพร่หลายในฝรั่งเศส สำนักสงฆ์ที่คลูนีสร้างกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่ใช้เป็นสำนักสงฆ์ที่เป็นระเบียบแบบแผนที่กลายมามีอิทธิพลต่อการก่อสร้างกลุ่มสิ่งก่อสร้างสำหรับสำนักสงฆ์เป็นเวลาหลายร้อยปีต่อมา

ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 นักบุญฟรานซิสแห่งอาซิซิก็ตั้งลัทธิฟรานซิสกัน หรือที่เรียกว่า "พระเทา" (Grey Friars) สาขาที่แยกออกมาลัทธิโดมินิกันที่ก่อตั้งโดยนักบุญโดเมนิโคในตูลูส และ โบโลนยามีอิทธิพลต่อการก่อสร้างสถาปัตยกรรมกอธิคในอิตาลี


Credit >>>
th.wikipedia.org/wiki/

 



loading...


โดย JeanZal2 ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 16 ก.ย. 54 20:50 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 7,062 ครั้ง