การจัดค่ายกิจกรรมทางวิชาการ

ลบ แก้ไข

การจัดค่ายกิจกรรมทางวิชาการ
 
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับความรู้พื้นฐานในการจัดค่าย ปฏิบัติการง่ายๆคลายโลกร้อน ผู้เขียนได้ศึกษา ค้นคว้ารวบรวมข้อมูลจากวารสาร บทความ รายงานผลการดำเนินงาน รวมทั้งเว็บไซต์บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยขอนำเสนอตามลำดับ ดังนี้
  1. ความหมายของคำว่าค่ายและการอยู่ค่ายพักแรม
  2. จุดมุ่งหมายของการจัดค่าย
  3. ลักษณะของค่ายที่ดี
  4. หลักการจัดค่าย
  5. ประเภทของกิจกรรมในค่าย
  6. การบริหารจัดการค่าย
 
1.  ความหมายของคำว่าค่ายและการอยู่ค่ายพักแรม
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของคำว่า “ค่าย”หมายถึง ที่ตั้งกองทหาร มีรั้วล้อมรอบ ที่ตั้งกองทหาร ที่พักกองทัพ ที่พักแรมชั่วคราวของคนเป็นจำนวนมาก เช่น ค่ายลูกเสือ ค่ายผู้อพยพ และให้ความหมาย“ค่ายเยาวชน”ไว้ว่า เป็นสถานที่ซึ่งจัดขึ้นหรือใช้ฝึกอบรมเยาวชนให้รู้จักการดำรงชีวิตเป็นหมู่คณะโดยให้ร่วมกิจกรรมต่างๆ ให้รู้จักช่วยตนเอง ช่วยหมู่คณะ รู้จักระเบียบวินัย
                   สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2547 ก :47) กล่าวว่า คำว่า “ค่าย”(Camp) มาจากภาษาละตินว่า “Campus”ตรงกับคำว่า “Field”หมายถึง บริเวณทุ่งนาหรือที่โล่งแจ้ง ในสมัยโบราณจะใช้เฉพาะทางทหารเท่านั้น ต่อมาพลเรือน ได้นำมาใช้ในลักษณะที่หมายถึง การออกไปนอกบ้านเพื่อพักค้างแรมหรือใช้ชีวิตในที่โล่งแจ้งหรือป่า ในระยะเวลาหนึ่งเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ จนถึงปัจจุบันได้มี การพัฒนารูปแบบการจัดค่ายอย่างเป็นระบบมากขึ้น
                   สมาคมค่ายพักแรมแห่งสหรัฐอเมริกา (อ้างถึงใน กรรณิการ์ สุวรรณศิลป์, 2546 : 31) ได้ให้ความหมายว่า “ค่าย”เป็นแหล่งสร้างสรรค์ทางการศึกษาในบรรยากาศใช้ชีวิตร่วมกันกลางแจ้ง โดยอาศัยทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติรอบตัวเป็นเครื่องช่วยพัฒนาสติปัญญา ร่างกาย สังคม และจิตใจ ภายใต้การแนะนำช่วยเหลือจากผู้นำที่ได้รับการฝึกมาแล้ว
                   สภาสังคมสงเคราะห์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Social Welfare Assembly,อ้างถึงใน กรรณิการ์  สุวรรณศิลป์, 2546 : 31) กล่าวว่า การอยู่ค่ายพักแรมที่จัดระเบียบแล้ว  หมายถึง  การจัดประสบการณ์ในทางสร้างสรรค์ และในทางการศึกษาของการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นคณะนอกเมือง (out of door) ซึ่งเป็นการนำเอาทรัพยากรของธรรมชาติมาจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยการแนะนำของผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วโดยเฉพาะ
                   สำหรับความหมายของการอยู่ค่ายพักแรม ก็มีนักวิชาการได้ให้ความหมายไว้หลายประการ ดังนี้
                   จุลินทร์  ตกแต่ง (2512  อ้างถึงใน สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร, 2546 : 29) ได้ให้ความหมายของการอยู่ค่ายพักแรม หมายถึง  กิจกรรมของการกินอยู่นอกสถานที่ ที่ไกลจากสิ่งรบกวนภายนอก ซึ่งอาจใช้กระโจมหรืออาคารถาวรเป็นที่พักอาศัยมีหัวหน้าหรือผู้นำ มีกำหนดระยะเวลาและมีโอกาสปฏิบัติงานร่วมกัน
                   ดิม็อค  (Dimock, 1952 อ้างถึงใน สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร, 2546 : 29)  ได้กล่าวว่า การอยู่ค่ายพักแรม เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งของการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ลักษณะของค่ายพักแรมประกอบด้วยบุคคลที่ใช้ชีวิตกลางแจ้ง การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นหมู่คณะ การสัมผัสชุมชน ความเป็นผู้นำ การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อตอบสนองความต้องการและความสนใจของบุคคลตลอดจนการส่งเสริมให้บุคคลได้มีโอกาสพัฒนาตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจรวมทั้งการพัฒนาสังคม
จึงอาจกล่าวได้ว่า การอยู่ค่ายพักแรม หมายถึง  การที่กลุ่มบุคคลไปใช้ชีวิตร่วมกันในบริเวณแห่งใดแห่งหนึ่ง อาจเป็นที่โล่งแจ้งหรือนอกเมือง หรือที่เหมาะสมอื่นๆ ในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน การปรับตัว การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น  หรือ  เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรมจึงเหมาะกับบุคคลทุกวัย ทุกอาชีพที่ได้ใช้เวลาในการเรียนรู้ร่วมกัน ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ได้เรียนรู้ทั้งทฤษฏีและการปฏิบัติจริง ทำให้เกิดความผ่อนคลายเมื่อได้สัมผัสกับกิจกรรมที่เป็นธรรมชาติและได้รับความรู้ ประสบการณ์ใหม่ๆที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต อาจเป็นค่ายพักแรมสุดสัปดาห์ ค่ายครอบครัว หรือค่ายเช้าไปเย็นกลับ ตามแต่โอกาสจะอำนวยให้
 
2.  จุดมุ่งหมายของการจัดค่าย
มีนักการศึกษาได้สรุปจุดมุ่งหมายของการจัดค่าย ไว้ดังนี้
คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (2532  อ้างถึงในสถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร, 2546 : 29) ได้สรุปจุดมุ่งหมายของการจัดค่ายไว้ ดังนี้
  1. เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้
  2. เพื่อช่วยปรับปรุงพัฒนาบุคลิกลักษณะและอุปนิสัยใจคอ
  3. เพื่อช่วยฝึกการเป็นผู้นำให้แก่สมาชิกชาวค่าย
  4. เพื่อช่วยให้ได้รับมิตรภาพใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
  5. เพื่อเป็นการฝึกให้รู้จักความรับผิดชอบ
  6. เพื่อให้มีโอกาสทำความรู้จัก เข้าใจซาบซึ้งและเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ ความงดงาม
     ของธรรมชาติ
  7. เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน
  8. เพื่อฝึกความอดทน ความอดกลั้นและการมีน้ำใจ
  9. เพื่อช่วยเพิ่มพูนและเสริมสร้างทัศนคติที่ดีของการอยู่ค่ายพักแรม
  10. เพื่อช่วยพัฒนาจิตใจของคนเราให้เป็นไปในทางส่งเสริมมิใช่ทำลาย
  11. เพื่อช่วยให้คนเราได้มีโอกาสเรียนรู้ฝึกความชำนาญใหม่ๆ
  12. เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพ อนามัยให้สมบูรณ์แข็งแรง
  13. เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้มีโอกาสฝึกสิ่งที่เรียนรู้มา
  14. เพื่อมุ่งส่งเสริมระบบประชาธิปไตยให้แก่เด็กและเยาวชน
ดิม็อค (Dimock, 1952  อ้างถึงในสถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร,2546 :29) ได้กล่าวถึง จุดมุ่งหมายของการจัดค่าย ดังนี้
  1. เพื่อพัฒนาความรู้สึกที่ใกล้ชิดสัมพันธ์กับธรรมชาติและศิลปะการใช้ชีวิตกลางแจ้ง
  2. ศึกษาและเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะและปลอดภัย
  3. เรียนรู้การสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ในเวลาว่าง
  4. ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพ
  5. เรียนรู้การอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มและวิถีประชาธิปไตย
  6. พัฒนาด้านคุณธรรมของจิตใจ
สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2547 ข : 47) กล่าวถึงจุดหมายของการจัดค่ายไว้ว่า
  1. เพื่อให้สมาชิกค่ายได้ร่วมกิจกรรมด้วยความสนุกในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย และได้รับการดูแลที่ถูกต้อง
  2. เพื่อกระตุ้น ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และเกิดทักษะจากการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในค่าย ซึ่งจะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปได้
  3. เพื่อให้มีสุขภาพกายสมบูรณ์ จิตใจที่รื่นรมย์
  4. เพื่อกระตุ้น ส่งเสริมการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเข้าใจ มีสัมพันธภาพที่ดี
  5. เพื่อพัฒนาความเข้าใจในค่านิยมที่ถูกต้อง บนพื้นฐานของความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม
  6. เพื่อส่งเสริมให้อยู่ร่วมกันแบบประชาธิปไตย ทั้งนี้โดยการเน้นการยอมรับบุคคลอื่น สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมระบอบประชาธิปไตย เข้าใจและรับผิดชอบต่อส่วนรวม
 
 
กรรณิการ์  สุวรรณศิลป์ (2546 : 32) กล่าวถึง จุดมุ่งหมายของการจัดค่ายไว้ดังนี้
  1. เพื่อให้มีสุขภาพอนามัยแข็งแรง ในการเข้าค่ายจะมีการส่งเสริมชาวค่ายให้ออกกำลังกาย การเล่นกีฬา เดินทางไกลและกิจกรรมต่างๆ ที่จะส่งเสริมให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ เป็นผลให้มีสุขภาพแข็งแรง
  2. เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน การเข้าค่ายจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้ผู้เข้าค่ายได้ปฏิบัติหลากหลายในแต่ละกิจกรรมก็จะมีจุดประสงค์แตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้เข้าค่ายไม่เบื่อและอยากร่วมกิจกรรมทำให้เพลิดเพลินกับการทำกิจกรรม ย่อมส่งผลให้จิตใจเบิกบานอารมณ์แจ่มใส มั่นคง มีสมาธิ ไม่อ่อนไหวง่าย
  3. เพื่อให้มีมิตรสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การเข้าค่ายเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าค่ายทุกคนได้มีการพบปะสังสรรค์กับสมาชิกคนอื่นๆ ได้มีการเรียนรู้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้กินได้นอนด้วยกัน สร้างความสนิทสนมทำให้เกิดมิตรภาพแน่นแฟ้น
  4. เพื่อฝึกการปรับตัวเข้าหาบุคคลอื่น การอยู่ในค่ายจะอยู่ร่วมกันอย่างมีระบบ เป็นหมู่คณะหรือในรูปของคณะกรรมการประกอบกิจกรรมรวมกลุ่มร่วมกัน และใช้ชีวิตในค่ายร่วมกันทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ช่วยให้สามารถปรับตัวเข้าหากันได้
  5. เพื่อฝึกให้มีความรับผิดชอบ ผู้เข้าค่ายทุกคนจะได้รับมอบหมายภารกิจหน้าที่ ดังนั้นผู้ที่ได้รับมอบหมายจะต้องรับผิดชอบและตัดสินใจด้วยตนเอง เพื่องานที่รับผิดชอบสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งเป็นการฝึกให้ทุกคนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนอันเป็นการสร้างนิสัยให้มี ความรับผิดชอบในชีวิตต่อไป
  6. เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพ กิจกรรมในค่ายพักแรมจะช่วยให้ผู้เข้าค่ายได้แสดงออกทั้งในด้านของความคิดเห็นและด้านท่าทางร่างกาย ตลอดจนฝึกให้เกิดความสามรถในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่ตื่นเต้น ไม่ประหม่า
  7. เพื่อฝึกเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีในการอยู่ค่ายด้วยกัน ต้องทำงานด้วยกันให้ความช่วยเหลือกัน ร่วมมือกันในการการทำกิจกรรมเกิดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งจะนำมาสู่การเป็นผู้นำและผู้ตาม  ที่ดีในโอกาสต่อไป
  8. เพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การเข้าค่ายส่วนใหญ่จะอาศัยสถานที่ ที่เป็นป่าเขาหรือทุ่งหญ้าเป็นที่จัดค่าย เพื่อให้ผู้เข้าค่ายได้มีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังทำกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้รักธรรมชาติด้วย
  9. เพื่อฝึกความอดทน กิจกรรมต่างๆ ที่มีในค่าย จะทำให้ผู้เข้าค่ายเกิดการเรียนรู้และประสบการณ์โดยตรง แต่การที่จะได้มาซึ่งความรู้ต่างๆ นั้น ผู้เข้าค่ายจะต้องมีความอดทน การทำกิจกรรม อาจจะยากบ้าง ง่ายบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในที่สุดจะเป็นการฝึกความอดทนให้กับผู้เข้าค่าย
  10. เพื่อส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย  ในการกำหนดกฎของค่าย ผู้ใดฝ่าฝืนย่อมได้รับการลงโทษ
จึงอาจกล่าวได้ว่า กิจกรรมค่ายพักแรมส่วนใหญ่ จะมีจุดมุ่งหมายโดยรวมที่คล้ายๆ กัน คือ ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ให้สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพ ให้ชาวค่ายได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีความสนุกสนาน มีอารมณ์แจ่มใสและส่งเสริมความรับผิดชอบในหน้าที่และมีความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี
 
3.  ลักษณะของค่ายที่ดี
สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2547 : 51) กล่าวว่า ค่ายพักแรมที่ดี จะมีลักษณะที่เหมือนกันอยู่  6 ประการ คือ
  1. สภาพทางธรรมชาติ ค่ายพักแรมต้องมีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ อาจจะมีสถานที่ตั้งอยู่ริมทะเล เกาะ ภูเขา หรือ ริมทะเลสาบก็ได้
  2. มีโครงสร้างของค่ายพักแรมที่ประกอบด้วย สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งนี้อาจจะสมบูรณ์แบบหรือเป็นแบบที่ง่ายๆ ก็ได้
  3. การให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลเอาใจใส่ชาวค่ายในด้านสุขภาพและความปลอดภัย
  4. มีนโยบายและวิธีการบริหารค่ายพักแรมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  5. มีการวางแผนในการจัดค่ายและกิจกรรมสำหรับชาวค่าย
  6. มีเจ้าหน้าที่และผู้นำค่ายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการดำเนินงานค่ายให้สำเร็จตามเป้าหมาย
 
4.  หลักการจัดค่าย
ในการจัดค่ายควรได้ยึดหลักการจัด ดังต่อไปนี้
  1. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม
  2. ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
  3. ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ จินตนาการที่เป็นประโยชน์และสัมพันธ์กับวิถีชีวิต
  4. มีทั้งกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมนันทนาการที่ให้ผู้เข้าค่ายได้ทั้งความรู้และความสนุกสนาน ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อเสริมสร้าง ความสามัคคี มนุษยสัมพันธ์ ความเป็นผู้นำ และควรมีครูเป็นที่ปรึกษา หรือพี่เลี้ยงประจำกลุ่มไว้ด้วย ตลอดจนเป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังเจตคติที่ดี                             ต่อสิ่งแวดล้อม
  5. ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในด้านต่างๆ เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร เป็นต้น
  6. จัดให้เหมาะสมกับ ความสนใจ ความถนัดและความสามารถของผู้เข้าค่าย เหมาะสมกับเพศ  ระดับอายุ วุฒิภาวะและวัฒนธรรมที่ดีงาม
  7. จำนวนสมาชิกมีความเหมาะสมกับกิจกรรม  กิจกรรมใดๆที่กำหนดขึ้น ควรให้ผู้เข้าค่ายร่วมกันทำเป็นกลุ่ม เพื่อที่จะให้ผู้เข้าค่ายได้กระบวนการกลุ่มและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จำนวนคนที่อยู่ในกลุ่มต้องมีความเหมาะสมไม่มากและน้อยเกินไป ขึ้นอยู่กับกิจกรรมนั้นๆเป็นหลักและในแต่ละกลุ่มมีจำนวนคนใกล้เคียงกัน
  8. สื่อวัสดุอุปกรณ์ต้องน่าสนใจ    แต่ละกิจกรรมควรจะมีสื่อหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการทำกิจกรรม เพราะสื่อหรืออุปกรณ์สามารถดึงดูดความสนใจและเป็นตัวเร้าให้ผู้ข้าค่ายอยากศึกษาหาความรู้ และอยากทำกิจกรรมนั้น ๆ
  9. มีการกำหนดระยะเวลาในการทำกิจกรรมให้เหมาะสม   ในแต่ละกิจกรรมจะต้องกำหนดเวลาในการทำกิจกรรมให้แน่นอน เป็นการฝึกให้ผู้เข้าค่ายตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น
  10. ส่งเสริมความรักความสามัคคี การเข้าค่ายเป็นการที่คนหมู่มากมาอยู่รวมกันและทำกิจกรรมร่วมกัน ดังนั้น การสร้างกระบวนการกลุ่มและความสามัคคี  เป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องปลูกฝังให้กับผู้เข้าค่าย
  11. กิจกรรมควรอาศัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก  การอาศัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนมีความรักและหวงแหนธรรมชาติ  เข้าใจในธรรมชาติและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่ากลมกลืน
  12. ควรเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทัศนคติที่ดี  สร้างความคิดในแง่บวก หรือการมองโลกในแง่ดี  เป็นสิ่งที่ควรให้เกิดขึ้นกับผู้เข้าค่ายเป็นอย่างยิ่ง  เพราะจะเป็นการนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม
สำหรับค่ายปฏิบัติการง่ายๆคลายโลกร้อน นอกจากจะจัดค่ายตามหลักสากลแล้ว ยังเน้นการใช้ชีวิตประจำวันที่กินอยู่อย่างพอเพียงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยยึดหลัก “พอเพียงวิถี  ชีวีสุขสบาย Green Use Good  Life”เป็นหัวใจของการจัดค่าย
 
 
 
 
5ประเภทของกิจกรรมในค่าย
                   การจัดค่าย กิจกรรมต่างๆนับเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่จะกระตุ้นให้ชาวค่ายเกิดการเรียนรู้ มีความประทับใจและได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ โดยทั่วไปในการจัดค่ายควรมีกิจกรรมหลัก  2  ประเภท คือ กิจกรรมวิชาการและกิจกรรมนันทนาการ หรือ อาจมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยก็ได้ถ้ามีโอกาสทำได้
5.1  กิจกรรมวิชาการ 
กิจกรรมวิชาการจัดได้หลากหลายรูปแบบ แต่ควรเป็นกิจกรรมที่แตกต่างจากการเรียนในหลักสูตรปกติ กล่าวคือ กิจกรรมมีความน่าสนใจ สนุก  ท้าทาย มีความอิสระทางความคิด เปิดโอกาสให้ปฏิบัติมากที่สุดและผู้เข้าค่ายทุกคนได้แสดงออกถึงศักยภาพของตนองอย่างเต็มที่  ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญ ดังนี้
  1. มีการกำหนดวัตถุประสงค์และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม
  2. บูรณาการวิชาการกับชีวิตจริง ให้ผู้เข้าค่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสนุกสนานกับการใฝ่รู้ใฝ่เรียน
  3. เน้นการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เป็นเรื่องราวที่เป็นปัญหาสำคัญของสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น ที่ทุกคนควรรับรู้ถึงความรุนแรงของปัญหาและร่วมมือกันหาทางแก้ไข โดยใช้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ ใช้ภูมิปัญญาในชุมชนเป็นครูผู้สอน
  4. เป็นกิจกรรมที่ผู้เข้าค่ายมีโอกาสใช้ความคิดของตนเองอย่างอิสระ และได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติด้วยตนเอง
  5. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเข้าค่ายนอกจากผู้เข้าค่ายจะได้รับความรู้และความสนุกสนานแล้ว ควรจะส่งเสริมให้ผู้เข้าค่ายมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักคิดและสามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
  6. ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นแหล่งค้นคว้า เป็นห้องสมุดธรรมชาติที่มีคุณค่า ทำให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ผู้เข้าค่ายแสวงหาคำตอบจากการสังเกต สัมผัส รับรู้เกิดความเข้าใจ                         เป็นประสบการณ์ที่มีความหมาย นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ ข้อสรุปที่จำได้ดีและคงทน ถ้าสิ่งนั้นผู้เรียนค้นพบด้วยตนเอง  โดยมีกิจกรรม/ใบงาน มอบหมายให้แต่ละคนหรือกลุ่มย่อยไปค้นหาคำตอบ
  7.  ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ จินตนาการที่เป็นประโยชน์และสัมพันธ์กับวิถีชีวิต
  8. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม ด้วยวิธีที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
 
 
สำหรับค่ายปฏิบัติการง่ายๆคลายโลกร้อน ได้จัดกิจกรรมวิชาการไว้หลายลักษณะ ดังนี้
  1. การสำรวจภาคสนาม เป็นการจัดประสบการณ์ตรงให้ผู้เข้าค่าย เน้นการศึกษาจากสถานที่ต่างๆ จากสภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้ผู้เข้าค่ายได้สัมผัสกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ได้สำรวจและรวบรวมข้อมูลทั้งทางกายภาพ ชีวภาพและความรู้สึก ทัศนคติของคนในชุมชนเช่น กิจกรรมสิ่งที่พบ กิจกรรมสัญญาณอันตราย
  2. กิจกรรมแก้ปัญหา เป็นกิจกรรมที่กำหนดสถานการณ์ให้  เพื่อท้าทายให้ผู้เข้าค่ายหาทางออก หาวิธีการแก้ปัญหา โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ข้อมูลจากประสบการณ์  ข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมและข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่ม ประกอบการตัดสินใจ เช่น กิจกรรมใครหนอทำให้โลกร้อน กิจกรรมพลังงานแอบแฝงกับภาวะโลกร้อน
  3.  การบรรยายทางวิชาการ เน้นวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถมาถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้         ผู้เข้าค่ายได้รับความรู้และทักษะกระบวนการแก้ปัญหาอย่างถ่องแท้ มีกิจกรรมภาคปฏิบัติไปพร้อมกัน เช่น การระดมพลังสมอง การตอบปัญหา  การแข่งขัน เป็นต้น
  4. กิจกรรมฝึกความคิดสร้างสรรค์ โดยผู้เข้าค่ายจะได้แสดงออกอย่างอิสระถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จะออกมาในรูปของชิ้นงาน การจัดแสดงผลงาน การแสดงความคิดเห็นและการแสดงรอบกองไฟ เช่น กิจกรรมพลังงานแอบแฝงกับภาวะโลกร้อน กิจกรรมสัญญาณอันตราย
  5. กิจกรรมการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าค่ายได้เรียนรู้จากการเล่นเกม ที่ท้าทาย แปลกใหม่และสนุกสนานพร้อมกับสามารถสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเล่น
 
                   5.2  กิจกรรมนันทนาการ
                   การจัดค่ายพักแรมและกิจกรรมนันทนาการเป็นของคู่กัน การที่คนจำนวนมากไปอยู่ร่วมกันเป็นเวลาหลายวันหลายคืน และมีกิจกรรมหลักที่จะต้องทำให้เสร็จในเวลาที่จำกัด ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและความเครียดย่อมมีเป็นธรรมดา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหากิจกรรมที่เป็นสื่อสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพตลอดจนคลายความเครียด ซึ่งกิจกรรมที่ช่วยได้ดีที่สุด ก็คือ กิจกรรมนันทนาการนอกจากจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดแล้ว กิจกรรมนันทนาการ ยังช่วยสร้างเจตคติที่ดีต่อการอยู่ค่ายไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือกระบวนการ ช่วยฝึกให้มีวินัย ความมีน้ำใจ ความเสียสละ ความอดทน ความสนุกสนาน ส่งเสริมการแสดงออก ความสามัคคีและความเป็นผู้นำ ผู้เข้าค่ายจะมีความรู้สึกประทับใจมากน้อยเพียงใดในการอยู่ค่าย  ขึ้นอยู่กับการจัดกิจกรรมนันทนาการ หากได้มีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมแล้ว   ผู้เข้าค่ายจะเกิดความประทับใจต่อการอยู่ค่าย กิจกรรมนันทนาการในค่ายปฏิบัติการง่ายๆคลายโลกร้อน กำหนดไว้  6ประเภทได้แก่
  1. กิจกรรมละลายพฤติกรรม
  2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์การเรียนรู้
  3. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
  4. กิจกรรมประกอบเพลง
  5. กิจกรรมวอร์คแรลลี่ (Walk rally)
  6. กิจกรรมรอบกองไฟ
                   ในการจัดกิจกรรมนันทนาการ ควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ก่อนหรือหลังกิจกรรมวิชาการหรือแทรกระหว่างกิจกรรมวิชาการ เพื่อผ่อนคลายความเครียดหรือจัดช่วงเวลาไว้สำหรับกิจกรรมนันทนาการโดยเฉพาะ เช่น ในเวลากลางคืนหลังรับประทานอาหารเย็นแล้ว อย่างไรก็ตาม            การจัดกิจกรรมนันทนาการนั้นสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและแก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพในแต่ละวันได้ ไม่ควรมีการกำหนดตายตัว เพราะในทางปฏิบัติจริง  อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้
 
6.  การบริหารจัดการค่าย
                   ในการดำเนินกิจกรรมใดๆระบบบริหารจัดการมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน มักเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ คนกับระบบ ถ้าคนดีระบบไม่ดี คนดีคนเก่งก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก  แต่ถ้าระบบดี ก็ยังพอจะพัฒนาคนให้ทำงานตามระบบได้ การจัดค่ายก็เช่นเดียวกัน ต้องวางระบบการบริหารจัดการให้ดี เพื่อให้เกิดปัญหาในการดำเนินงานน้อยที่สุด การบริหารจัดการค่าย เป็นการจัดการที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เทคนิคการทำงานกับคน จึงเป็นหัวใจของการบริหารงานค่าย นอกจากนี้ยังต้องเน้นการประสานงานกับหน่วยงานเครือข่ายที่มาร่วมจัดค่ายอีกด้วย             ซึ่งควรมีหลักการบริหารจัดการค่าย ดังนี้
  1. สายบังคับบัญชาต้องสั้น จากจุดปฏิบัติงานในพื้นที่ถึงจุดตัดสินใจหรือการอนุมัติสั่งการต้องไม่ห่างไกลหรือใช้เวลามาก เพราะจะทำให้งานช้าลง
  2. ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ  ต้องไม่มีหลายคนซ้อนกัน ในลักษณะหลายนาย หลายคำสั่งเพราะผู้ปฏิบัติ อาจสับสนว่าจะทำตามคำสั่งใครดี
  3. ระบบการบริหารค่ายต้องมีความคล่องตัว  เป็นอิสระพอสมควร เพราะเมื่อออกไปปฏิบัติงานในพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบควรมีอำนาจในการตัดสินใจเพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้งานล่าช้าและบางเรื่องเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ต้องได้รับการแก้ปัญหาทันที
  4. การกำหนดบทบาทหน้าที่ของฝ่ายต่างๆต้องชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน และมีภาระงานที่ใกล้เคียงกัน เพื่อไม่เกิดความรู้สึกบางฝ่ายงานหนัก บางฝ่ายงานน้อยหรือการเกี่ยงงานกัน
  5. เมื่อต้องเดินทางไปศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ต้องลดงานด้านเอกสารให้น้อยลง เพราะจะทำให้เสียเวลา เอกสารทุกอย่างควรเตรียมไปให้พร้อม การสื่อสารและการสั่งการด้วยวาจาเป็นสิ่งสำคัญ
  6. ระบบการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องรวดเร็วและมีความพร้อมตลอดเวลาเพราะมากคนจะมากเรื่อง หากเตรียมให้พร้อมก็จะสามารถสร้างความพึงพอใจให้ทุกคนได้
  7. ระบบการสื่อสารภายในค่ายและการสื่อสารกับหน่วยงานภายนอกต้องสามารถทำได้สะดวกและรวดเร็ว เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการหรือมีเรื่องฉุกเฉินจะได้แก้ปัญหาได้             ทันการ
 
โครงสร้างการบริหารจัดการค่าย
                   ค่ายพักแรมควรมีระบบบริหารและสายการปฏิบัติงาน ดังแผนภูมิต่อไปนี้

ผู้อำนวยการค่าย
เลขานุการค่าย
 
 
 
 


 ฝ่ายส่งเสริมและบริการ
ฝ่ายนันทนาการ
ฝ่ายวิชาการ
               
 
                                              ภาพที่ 2.1  โครงสร้างการบริหารจัดการค่าย
 
บทบาทหน้าที่และขอบข่ายงานของฝ่ายต่างๆ
ในการแบ่งงานและกำหนดบทบาทหน้าที่ต้องคำนึงถึงหลักการจัดคนให้เหมาะสมกับงานและงานไม่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งแต่ละฝ่ายควรมีบทบาทหน้าที่ ดังนี้
 
บุคลากร/ฝ่าย บทบาทหน้าที่
ผู้อำนวยการค่าย
  1. อำนวยความสะดวกทุกเรื่อง
  2. ให้การสนับสนุนด้านการจัดสรรงบประมาณ การอนุมัติแผนการดำเนินงาน การใช้อาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ การติดต่อประสานงานกับแหล่งเรียนรู้และหน่วยงานภายนอก
  3. ตัดสินใจในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้การดำเนินงานไม่สะดุด
  4. ให้คำปรึกษาแนะนำ ติดตามประเมินผลการดำเนินงานในภาพรวม
  5. ชื่นชมผลงานและให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน
เลขานุการค่าย
  1. จัดทำโครงการและแผนปฏิบัติการ
  2. แต่งตั้งคณะทำงาน
  3. รับผิดชอบงานธุรการต่างๆ เช่น จัดทำป้ายชื่อ การลงทะเบียน การรับรายงานตัว สูจิบัตร  หนังสือเชิญ  หนังสือขอบคุณ  คำกล่าวรายงาน                    คำกล่าวเปิด-ปิดค่าย ฯลฯ
  4. ประสานความร่วมมือทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆได้ตาม แผนตลอดจนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการจัดค่าย
  5. ช่วยเหลือผู้อำนวยการค่ายในส่วนที่ยังขาดตกบกพร่องหรือส่วนที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วนเฉพาะหน้า
  6. กรองงานต่างๆก่อนเสนอผู้อำนวยการค่าย
ฝ่ายวิชาการ
  1. วางแผน  ออกแบบและจัดทำรายละเอียดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหมด
  2. ประสานงานกับวิทยากรในการจัดกิจกรรมวิชาการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้น
  3. ประสานแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษาดูงานหรือการสำรวจชุมชน
  4. ดูแลรับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมวิชาการให้เป็นไปตามกำหนดเวลาและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้นๆ
  5. จัดทำ/จัดหาเอกสาร สื่อทางวิชาการทั้งหมด เช่น คู่มือ ใบความรู้ ใบงาน แบบประเมินผล
  6. ประเมินผลการจัดค่าย
  7. ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ตามความเหมาะสม
ฝ่ายนันทนาการ
  1. วางแผน  ออกแบบและจัดทำรายละเอียดการจัดกิจกรรมนันทนาการทั้งหมด
  2. ดูแลรับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมนันทนาการให้เป็นไปตามกำหนดเวลาและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้นๆ
  3. จัดทำ/จัดหาสื่อและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมนันทนาการ
  4. ช่วยสร้างบรรยากาศภายในค่ายให้สนุกสนาน ให้สมาชิกทุกคนรู้จักและสนิทสนมกันมากขึ้น
  5. สังเกตอารมณ์ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ปรับรูปแบบหรือวิธีการดำเนินกิจกรรม  ให้เหมาะสม
  6. ร่วมเป็นวิทยากรในการจัดกิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม
 
 
ฝ่ายส่งเสริมและบริการ อำนวยความสะดวกให้การจัดค่ายดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีความคล่องตัว ฝ่ายส่งเสริมและบริการมีหลายงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ งานพัสดุการเงิน  งานพิธีการ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานอาหาร-เครื่องดื่ม                 งานรักษาพยาบาล งานรักษาความปลอดภัย  งานเทคโนโลยี งานประชาสัมพันธ์ และพี่เลี้ยง ซึ่งแต่ละงานมีบทบาทหน้าที่ ดังนี้
  1. งานพัสดุการเงินมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจัดหาวัสดุ เบิกจ่ายงบประมาณ ให้รวดเร็วและตรวจสอบหลักฐานการเบิกจ่ายให้ถูกต้อง
  2. งานพิธีการ  มีหน้าที่กำหนดรูปแบบ ขั้นตอนการทำพิธี  ประสานงานผู้เกี่ยวข้อง กำหนดบุคคลผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนและจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในพิธี
  3. งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ  มีหน้าที่ติดต่อประสานงานจัดหาสถานที่จัดค่ายและสถานที่ที่เป็นแหล่งเรียนรู้  จัดเตรียมสถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆให้พร้อม เช่น สถานที่จัดฐานวิชาการ  สถานที่จัดพิธีเปิด-ปิดค่าย  ที่จัดกิจกรรม Walk rally  ที่จัดกิจกรรมรอบกองไฟ  ฯลฯ จัดเตรียมและดูแลที่พัก ห้องน้ำ ให้สะอาดและเพียงพอ รวมทั้งจัดเตรียมยานพาหนะให้พร้อมใช้งาน
  4. งานอาหารและเครื่องดื่ม  มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ เรื่องอาหารการกินและน้ำดื่ม ภายในค่ายและระหว่างการออกไปศึกษานอกสถานที่ ให้พอเหมาะพอดีและถูกหลักอนามัย
  5. งานรักษาพยาบาลมีหน้าที่จัดเตรียมยารักษาโรคที่จำเป็นให้พร้อม ให้การปฐมพยาบาลและกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต้องพร้อมที่จะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
  6. งานรักษาความปลอดภัย  มีหน้าที่จัดเวรยามดูแลและรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณค่ายตลอดเวลาและระมัดระวังจุดที่อาจเกิดอันตรายได้ง่าย เช่น  บ่อน้ำ ทะเล หลุม รังต่อ  รังผึ้ง ฟืนไฟ ฯลฯ
  7. งานเทคโนโลยี   มีหน้าที่ในการจัดหา  จัดเตรียมและจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ให้พร้อมใช้งานและเหมาะสมกับกิจกรรม เช่น เครื่องเสียง เครื่องบันทึกภาพ เครื่องฉายภาพ และระบบไฟฟ้าตามสถานที่ต่างๆ 
 
  1. งานประชาสัมพันธ์มีหน้าที่บันทึกภาพการจัดกิจกรรมต่างและชีวิตความเป็นอยู่ภายในค่าย และนำผลการจัดกิจกรรมไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เช่น  จดหมายข่าว รายการวิทยุ website ฯลฯ
พี่เลี้ยง
  1. ดูแลกลุ่มเป้าหมายผู้มาเข้าค่ายทุกเรื่องตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ให้ปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของการอยู่ค่าย
  2. เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำและนัดหมายเวลา ในการทำกิจกรรมต่างๆ
  3. ให้ความช่วยเหลือ แก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น
  4. ประสานงานขอความช่วยเหลือจากฝ่ายต่างๆตามขั้นตอน
 
 
 



โดย Chamnan Napon ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 19 ก.พ. 55 19:47 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 32,037 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 32,037 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



คำฮิต

โรงเรียน7 วิชาสามัญ , enn gat pat 57 , open house ,Asean , twitter , เด็ก กยศ , กสพท , เกมคณิตศาสตร์ , เกมคิดเลข , อาเซียน , เกมส์คิดเลข , ขยายเวลา , ข่าวการศึกษาต่างประเทศ , ม.ต้น ,ข่าวอาเซียน , ค้นหาตัวเอง , ค่าย , คำขวัญวันเด็ก , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ของเล่นเคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , ทุนการศึกษา , แท๊บเล็ต คาถาชินบัญชร ประชาคมอาเซียน , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประวัติวันครู , เฟสบุ๊ค , ม.ทักษิณ , อาเซียน 10 ประเทศ , ม.รังสิต 57 , มมส 57 มศว. , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มหาวิทยาลัยพะเยา , รับตรง เกษตรศาสตร์ 57 , รับตรง มข 57 , ประกาศผลสอบ Admissions 57 ประถมศึกษารับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลวันตรุษจีน , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง , อ.วิริยะ , เว็บโรงเรียนตัวอย่างงานวิจัย,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บสำเร็จรูป , เว็บหน่วยงาน , ทำเว็บฟรี , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , รายชื่อโรงเรียนทั่วประเทศ , โครงงานวิทยาศาสตร์ , สารสนเทศโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT  , วันช้างไทย , วันสตรีสากล , MH17 , เครื่องบินตก  , โค้ชเช , วันสงกรานต์GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , บัตรสอบ , เอเชียศึกษา , บันทึกความดี , แฟ้มสะสมผลงาน , วันจักรี , Portfolio , ประกาศผล GAT/PAT 57 , วันอาสาฬหบูชาสทศ.Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ , มุดพกความดี , วันเข้าพรรษา , วันวิสาขบูชา , วันงดสูบบุหรี่โลก , ประกาศผลรับตรงโควตา ม.ศิลปากร ประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ , U-NET , ประกาศผลธรรมศาสตร์ , ประกาศผลจุฬา , ประกาศผลศิลปากร โควตา 28 จังหวัด , Variety , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , วันสุนทรภู่ , 

คำค้นหา

สอบตรง , อาเซียน , มหาวิทยาลัย ,โรงเรียน , ศึกษาต่อ , asean , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ประชาคมอาเซียน, ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ข่าวอาเซียน วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , ประวัติอาเซียน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , รถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, AEC, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวประชาสัมพันธ์, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ประเมินโอกาสติดแอดมิชชัน , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมขุดทอง , เกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ประกาศผลสอบ Admissions 57 , เว็บไซต์โรงเรียน,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  สารสนเทศ , วันวาเลนไทน์ , นิทาน , กสพท , วันศิลปินแห่งชาติ , รับตรง ม.เกษตร 57 , Varietyโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT , วันช้างไทย , แฟ้มสะสมผลงาน , MH17 , เครื่องบินตก , ประกาศผล O-NET ม.6 , โค้ชเช , วันสงกรานต์ , บัตรสอบ , GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , เคลียริ่งเฮาส์เอเชียศึกษา , อักษร ศิลปากร , วันโกหก , บันทึกความดี , Portfolioสมุดพกความดี , บริจาคโลหิตวันจักรี , โปรแกรมสร้างแฟ้มสะสมผลงาน , วันอาสาฬหบูชา , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ. , Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ , วันฉัตรมงคล , วันเข้าพรรษา , วันวิสาขบูชา , วันงดสูบบุหรี่โลก , ประกาศผลรับตรงโควตา 28 จังหวัด ม.ศิลปากรประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ ,  U-NET , ประกาศผลจุฬา , กฏอัยการศึก , รัฐประหาร , วาไรตี้ , ประกาศผล , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , เคลียริ่งเฮ้าส์ , วันสุนทรภู่