ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
Thai Educational Portal   |   ตั้ง eduzones.com เป็นหน้าแรก
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

ส่องสร้างสังคมไทย

เมื่อทุกสรรพส่งก่อ เกิด เปลี่ยนแปลง และดำรงอยู่ ในสภาวะ เราต้องเข้าใจถึงแก่นแท้ของปัญหา เพื่อไตร่ตรองด้วยปัญญา จะนำมาสู่พื้นฐานทางความคิดอันล้ำค่าและปราศจากอคติ
Bloger Profile

ส่องสร้างสังคม
อีเมล์ : noom_admission@hotmail.com
วันที่สร้าง : 26/10/2550
จำนวนเรื่อง : 19
จำนวนผู้ชม : 35107
จำนวนผู้โหวต : 8
คะแนนแฟนพันธ์แท้ : 4840
Calendar
<<  ตุลาคม 2008  >>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

respond01 พฤศจิกายน 2550

ว่าด้วย ภิกษุสันดานกา ความจริงในสังคมที่มิควรเปิดเผย?

ชลเทพ ปั้นบุญชู นักวิชาการอิสระด้านสังคม (ยุวโฆษกและกลุ่ม YPD)

เกริ่นนำ ภาค ฆราวาส

ผมเองได้ยินข่าวการถกเถียงเกี่ยวกับภาพเขียนชิ้นหนึ่งที่จัดแสดงในมหาวิทยาลัยศิลปากร ภาพนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดงานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 สาขาจิตรกรรม โดยอาจารย์อนุพงษ์ จันทร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ภาควิชาวิจิตรศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อดีตศิษย์เก่าก้นกุฏิมหาวิทยาลัยศิลปากร จนมีพระสงฆ์และกลุ่มนิสิตพระสงฆ์รั้วข้างๆวังท่าพระออกมาประท้วงและให้ระงับการแสดงอันเนื่องมาจากความไม่เหมาะสมและดูหมิ่นศาสนา ผมได้ไปอ่านข้อความที่ผู้เขียนภาพให้ความเห็นไว้ “ผมสร้างงานศิลปะขึ้นมาไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะทำลายศาสนา แต่ผมมองไปถึงปัญหาของสังคมในปัจจุบัน ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ให้คนในสังคมได้ฉุกคิด ภาพของผมต้องการสื่อว่า มีคนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยศาสนาเป็นเครื่องหาผลประโยชน์ โดยชื่อ ของ ผลงานผมก็ไม่ได้ตั้งขึ้นเอง แต่เอามาจากพระไตรปิฎก ที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ถึงภิกษุลามกรูปหนึ่ง ที่ไม่ควรค่าแก่การกราบไหว้”

วิวาทะแห่งข้อขัดแย้ง :จากฆราวาสสู่สังฆาวาส

ผมได้มีโอกาสชมรายการ ตัวจริงชัดเจน เมื่อคืนวันพุธที่ 3 ตุลาคม โดยมีพระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กับ ดร. ทวีวัฒน์ บุณฑริกวิวัฒน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศาสนาเปรียบเทียบ ม.มหิดล เป็นผู้ร่วมรายบการ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าจิตรกรมิอาจมาร่วมรายการได้เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งกับคณะสงฆ์ ก่อนอื่นผมต้องขออกตัวว่าสิ่งที่ผมจะวิพากษ์นี้มิได้มีเจตนาก้าวล่วงเบื้องสูงหรือลบหลู่ศาสนาแต่อย่างไร หากเป็นพลังบริสุทธิ์ที่อยากจะขอแสดงความคิดเห็นในมุมที่แตกต่าง ในมิติอื่นๆนอกเหนือจากในด้านความเหมาะสม? ในปริบทสังคมไทย

ประการแรก หลวงพ่อท่านกล่าวถึงความไม่เหมาะสมระหว่างภาพกับปริบทสังคมไทย อ้างถึงความไร้จริยธรรมต่อสังคมที่นำเสนอภาพ หากคนที่ไม่มีวิจารณญาณอาจเข้าใจผิดโดยการเหมารวมพระสงฆ์ว่ามีพฤติการณ์เป็นอีกาได้ ที่สำคัญยังนำเรื่องที่ไม่ควรพุดมาพูดในที่สาธารณะ (เรื่องเน่าๆในวงการผ้าเหลืองนะครับ) ผมตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่หลวงพ่อท่านพูด เป็นการดึงเอา วาทกรรมความศักดิ์สิทธิ มากดทับความจริงให้เลือนหายไป เพียงเพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงที่ต้องปิดเงียบไว้(พูดไปเดี่ยวบาปหนัก) อย่างนี้แหละครับเรื่องจริงก็ไม่ควรพูด เลยพูดกันแต่เรื่องไม่จริง จนมันกลายเป็นเรื่องจริงโดยปริยาย จนผมแอบคิดไม่ได้ว่า เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมที่ขัดกับบรรทัดฐานทางสังคมมักจะเจ็บปวดเสมอ ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บปวด ยิ่งตอกย้ำยิ่งเสียใจ

ประการที่สองผมคิดว่าหลวงพ่อท่านใจแคบที่จะเอาอคติทางวัฒนธรรมมาตัดสินภาพมากไปหน่อยโดยมิได้ดูสารัตถะของภาพ ทำให้มองเห็นแค่เปลือกของภาพโดยใช้บรรทัดฐานแบบสังคมจารีตประเพณี นิยม ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงสถาบันศาสนาเป็นสิ่งซึ่งแตะต้องมิได้ มิควรก้าวล่วง และวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งหมายถึงเรากำลังจาบจ้วง อำนาจ ของสถาบันเบื้องสูงจนผมนึกว่าตนเองอยู่ในประเทศไทยเมื่อสามร้อยปีที่ปกครองแบบเทวราชา มนุษย์เป็นเพียงเศษเสี้ยวธุลีหนึ่งที่ต้องถูกชี้นำโดย ผู้นำทางสังคม(ทั้งผู้มีอำนาจและมีความศักดิ์สิทธิ) หากใครก้าวล่วงต้องนำไปตัดลิ้น สิ่งนี้แหละครับที่เรียกว่า ยอมรับโดยปราศจากเงื่อนไข ผมกลับมองในมุมที่แตกต่าง ผมคิดว่าศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็จริง แต่ศาสนาเป็นสิ่งที่ยึดโยงสังคม รักษาบรรทัดฐานบางอย่างไว้ เพื่อควบคุมให้สังคม ดำรงไปในวิถีทาง แต่ศาสนาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคม และศาสนาก็มิได้แยกเดี่ยวพระสงฆ์ให้ทำหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนาเพียงกลุ่มเดียว หากยังต้องอาศัยศาสนิกชนอื่นสืบทอดด้วยอีกทาง ถึงแม้จะไม่ได้ปฏิบัติอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกับพระสงฆ์แต่ก็มีความเท่าเทียมที่จะธำรงรักษาศาสนาเช่นเดียวกับพระสงฆ์ ดังนั้นศาสนิกชนควรที่จะมีสิทธิที่จะแสดงออกได้อย่างมีเหตุมีผล เพื่อธำรงความบริสุทธิ์ ของหลักธรรม ศิลปะจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถสะท้อน ความเป็นจริง มากกว่าจะสร้าง วาทกรรม อำพราง แบบบิดเบือน จนเกิดการลักลั่นระหว่าง พุทธศาสนา กับลัทธิพิธี ที่นำพุทธศาสนาไปใช้เพื่อทางอวิชชา เพราะผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือคนละสิ่ง หรือถ้าหากเป็นสิ่งเดียวกันผมคิดว่ามันคืออลัชชี ในพุทธศาสนามากกว่า การประกอบเนื้อหาและเจตนาภาพนี้ชัดเจน และสะท้อนสังคมได้อย่างลุ่มลึกแสดงถึงปัญญาญาณของศิลปิน ที่สามารถสร้างอารมณ์ในภาพได้อย่างยอดเยี่ยม และนำสัญลักษณ์มาสื่อเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจสังคม และนี่คือวิถีทางหนึ่งที่ปัจเจกชนผู้ศรัทธาต่อศาสนาจะแสดงออกถึงสิ่งที่ผิดแผกแปลกปลอมให้สังคมได้ประจักษ์ถึงความเป็นจริง ทำให้ผู้ชมชื่นชอบเพราะสามารถใช้ประสบการณ์ตีความ สังเคราะห์ วิเคราะห์และร่วมคิดไปกับภาพได้

ประการสุดท้าย หลวงพ่อท่านเห็นว่า ภาพนี้แสดงถึงความวิปลาส ฟั่นเฟือนของผู้วาด และมองว่าผู้ให้รางวัลไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่สมควรที่จะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ มองมหาวิทยาลัยที่จัดไม่สำนึกต่อส่วนรวม อันนี้ผมรับข้อกล่าวหาไม่ได้ ผมกลับคิดว่าภาพนี้ศึกษา ธรรม มองสภาวะ ของความจริง และถ่ายทอดในเชิงสัญลักษณ์ จนเป็นผลงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของประเทศไทย(อย่างประเมินค่ามิได้) หลวงพ่อท่านกล่าวอ้างว่า สิ่งที่ศิลปินวาดมิได้มีระบุไว้พระไตรปิฎก แต่ผมกลับมองในมุมต่าง ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้นี่แหละ คือแรงบันดาลใจที่ได้รับจากพระไตรปิฎกจนเข้าใจถึงแก่นทางปรัชญาพุทธ และเรียบเรียงจากมโนทัศน์ออกมาสู่ ภาพเขียนเชิงวิพากษ์

ภาคสารัตถะ วิเคราะห์เนื้อหา และมุมองสังคมวิทยา

ภาพนี้ในมุมมองของผมแล้ว ผมกลับชอบมันมากเลยผมเห็นถึงภูมิปัญญา วิธีคิด และความกล้าหาญทางจริยธรรม ที่จะนำเสนอความเป็นจริงทางสังคมในเชิงประจักษ์ ก่อนอื่นผมเองก็เป็นศิษย์เก่าแห่งมหาวิทยาลัยดังกล่าและเคยได้ร่ำเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะมาบ้าง อยากออกมาวิวาทะ ซึ่งอาจนละขั้วกับพระสงฆ์ และศ.คุณหญิงไขศรี รมว.วัฒนธรรม (อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร)

เนื้อหาของภาพนี้นำเสนอความงมงายของพระสงฆ์ ที่มิได้มุ่งแสวงหาพระธรรม แต่กลับมุ่งแสวงหา วัตถุ เป็นสรณะ โดยการปลุกเสกเครื่องราง หมกมุ่นทางแห่งไสยศาสตร์ อันมิใช่ทางแห่งโลกุตรธรรม ลองไปมองซิครับว่าจริงๆแล้วสังคมพระเป็นอย่างนี้หรือไม่ ? ข่าวที่ลงอยู่ก็พอมีให้เห็นกรณีพระทำอัปรีย์ จัญไร มั่วโลกีย์ มุ่งการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เพื่อใช้วิถีแห่งความงมงายแก้ปัญหา มากกว่าที่จะใช้ปัญญาและหลักธรรม พระในปัจจุบันจึงไปยึดอาชีพใหม่ นั่นก็คือ เจ้าลัทธิพิธีทางไสยศาสตร์ ผมคิดว่านี่ไม่ใช่มรรควิถีที่ ผู้สืบทอดพุทธศาสนาอย่างพระสงฆ์พึงจะทำ หรือนี่คือศาสนารูปแบบใหม่ (แต่ที่แน่ๆไม่ใช่พุทธแน่นอน) แต่ใช้ผ้าเหลืองแอบอ้างเป็นพระมาหากินมากกว่า

ไม่ใช่ว่าภาพเขียนแบบนี้จะพึ่งปรากฏนะครับ ในยุโรปก็มีให้เห็นมากมาย ศิลปินอยู่คู่กับสังคม ภาพในยุคสมัยใหม่และหลังสมัยใหม่ จึงมุ่งเน้นถึงการมองและสะท้อนสังคมของจิตรกร ซึ่งอาจจะแตกต่างกับอดีตอย่างยุค บิแซนทีน เรเนอซอง หรือ นีโอคลาสสิค จิตรกรสมัยใหม่อย่าง กูเบต์ ซึ่งผลงานสะท้อนความจริงของเขาทำให้มีชื่อเสียงในฝรั่งเศสว่าเป็นจิตรกรเพื่อสังคมอย่างแท้จริง และเป็นผู้ที่ศึกษาปรัชญาการเมือง เป็นนักปราชญ์ที่เสนอมุมมองผ่านทางภาพเขียน ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นขุนนาง และผู้มีฐานันดรสูงกับ ชาวบ้านที่ต้องอดอยาก อยู่อย่างแร้นแค้นทำให้เราสามารถมองเห็นความเหลื่อมล้ำได้อย่างชัดเจน จิตรกรจึงเป็นผู้นำทางความคิดของฝรั่งเศสจนนำมาสู่การปฏิวัติ ผมคิดว่าจิตรกรในยุคสมัยใหม่จะมีอัตลักษณ์ที่เน้นความเป็นปัจเจกและกล้าที่จะสะท้อนสังคมอย่างตรงไปตรงมาผ่านสุนทรียศาสตร์จนมีความงามโดยสมบูรณ์ทั้งองค์ประกอบและเนื้อหา

แต่ภาพนี้อาจไปขัดระบอบทางสังคมแบบจารีตประเพณีนิยมในสังคมไทย ที่เห็นสมณะเป็นผู้มีฐานันดรสูงที่มิอาจก้าวล่วงได้ เพราะ “ศักดิ์สิทธิ” “สูงส่ง” จนห้ามแตะต้อง จิตรกรที่แสดงนาฏลักษณ์แบบกระจกเงาสะท้อนอัตลักษณ์ จึงถูกแบนอย่างไร้ซึ่งเหตุและผล การที่ให้คนนอกเป็นผู้สะท้อนความเป็นตัวตน ทำให้คนในอย่างพระสงฆ์ถึงกับอึ้งจนแทบพูดอะไรไม่ออก ภาพลักษณ์ที่เคยถูกมองไม่ดีจึงบ่นปี้ไปกันใหญ่ บาปบุญจึงเป็นอำนาจเพื่อควบคุมให้ข้อเท็จจริงถูกผลิตขึ้นชอบธรรมขึ้นมา วาทกรรมที่อำพราง จึงถูกกระบวนการทำให้เปลี่ยนรูป บิดเบือน เลือกสรร ที่จะนำเสนอ ของผู้มีอำนาจ ที่อยากจะลดทอด รูปส่วน ให้เป็นไปในทางที่ต้องการ ความเป็นจริงในสังคมจึงมิได้สะท้อนออกมาอย่างเปิดเผย แต่กลับแปรรูปให้บิดเบือนจากความเป็นจริง จนเสมือนหนึ่งว่าสิ่งเหล่านี้เป็นจริง อันนี้แหละครับ มายาคติของจริง

มายาคติของพระสงฆ์ที่มีภาพลักษณ์นักบวชผู้ใจบุญ ผู้แสวงหาทางธรรมเพื่อบรรลุสู่ความเป็น นิพาน จึงไม่อยากจะสูญเสีย หรือลดความน่าเลื่อมใสลง เพียงเพราะความเป็นจริงบางส่วนที่ถูกนำเสนอมีผลกระทบต่อสถานะภาพและบทบาทที่เป็นอยู่ ภาพลวงตา จึงเกิดขึ้นและถูกผลิตซ้ำจนเป็น วาทกรรมอำพราง ไปโดยปริยาย ภาพเขียนที่สะท้อนความเป็นจริงทางสังคมจึงถูกกีดกันเพราะเห็นว่าเป็นเพียงความไม่เหมาะสม l

จึงทำให้ผมไม่แปลกใจว่าทำไมผู้ที่ออกมาต่อต้านเป็นพระ สงสัยคงเพราะยอมรับความเป็นจริงไม่ได้ ? หรือ ไม่อยากยอมรับ?เลยไม่อยากให้เผยแพร่ ผมคิดว่าเมื่อภาพนี้ได้บังเกิดขึ้นแล้วจะทำให้พระสงฆ์(ทั้งแท้และเทียม) ได้ตระหนักถึงการรื้อถอนโครงสร้างกันใหม่ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ผมว่ามันก็เสื่อมทรามพอแรงอยู่แล้ว พระลุ่มหลงในรูปวัตถุ(มากกว่าสภาวธรรม) พระในคราบนักอวิชชาธุรกิจพุทธพานิชย์(โดยใช้บทบาทสถานะภาพมาเป็นเกราะกำบัง) จนกลายเป็นเรื่องสีเทาของกลุ่มวงการผ้าเหลือง

ผมในฐานะฆราวาสทำจึงมิอยากให้เรายึดติดกับภาพลักษณ์ที่ใช้มายาคติมอง แต่ลองมองให้เห็นถึง สัจจะ หรือความจริงที่เกิดขึ้นนั่นเอง

Posted by : ส่องสร้างสังคม
เวลา : 13:22
จำนวนผู้อ่าน : 2645 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://blog.eduzones.com/chonlathep/165
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (1)  respond แสดงความคิดเห็น
 

ความคิดเห็นที่ 1

วันที่ 05 มีนาคม 2551 เวลา 00:01
โดย : คนผ่านโลก
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 125.25.76.xxx
ไม่มีวงการใดดีร้อยเปอร์เซนต์หรอกนะ ผมเห็นมาหมดแล้ว ไม่ว่าสูงสุดหรือต่ำสุด เพียงแต่เราควรนำมาคิดหาวิธีที่ทำให้ดีขึ้น ในทางกลับกันคุณตัวดีแล้วหรือยัง ?

 

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ ใครคอกิจกกรมเชิญสมัครค่ายสิทธิมนุษยชน(ช่วงปิดเทรอมครับ)
+ จาก แฟรงค์เฟิร์ตสคูล สู่ เวทีพันธมิตร
+ ใครนักกิจกรรมและคอการเมืองเชิญทางนี้
+ จดหมายเปิดผนึกถึง “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ฉบับ นักศึกษา
+ ถอดรหัสวัฒนธรรม “เกาหลี” มโนทัศน์ ค่านิยม อุดมการณ์ทางสังคม นัยยะซ้อนผ่านละครซีรีส์
+ “รับน้อง(โหด)” ประเพณีโฉดฉบับ” อัปรีย์ชน” แห่งกรุงสยาม
+ “สังคมวิทยา”ศาสตร์แห่งการศึกษาสังคม : สังเคราะห์ผ่านประสบการณ์ภาคสนามสู่การสร้างความรู้ภาคทฤษฎี
+ ใครเป็นนักกิจกรรมยกมือขึ้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับypd เพื่อทำงานด้านสังคมกับเรา(ขอคุณกล้าและชอบความท้าทาย)
+ กลุ่มypd สุดยอดแห่งงานด้านประชาสังคม(socail democracy)รับสมัครสมาชิกใหม่เพื่อเป็นหนุ่มสาวที่ทำงานด้านประชาสังคมปี2551
+ รับสมัครสมาชิกYPD เพื่อเข้าค่าย อบรม และทำงานภาคประชาสังคม ใครสนใจการเมืองไม่ควรพลาด รับรองจะติดใจ
+ คำนิยม “รักแห่งสยาม” รางวัลสุพรรณหงษ์สุดยอดภาพยนตร์แห่งปี 2550
+ คำอัตวินิจฉัย การเลือกตั้งปี 50 “ประชาชน” “ประชาธิปไตย” “การเมืองไทย” หลังอำนาจรัฐประหาร
+ “รักแห่งสยาม” (เปิดตำนานรักฉบับสีม่วง)บทวิพากษ์หนัง ในมิติทางสังคมวิทยา
+ รักแห่งสยาม (เปิดตำนานรักฉบับสีม่วง)บทวิพากษ์หนัง ในมิติทางสังคมวิทยา
+ เพื่อน“กูรักมึงว่ะ” มหากาพย์ เกย์ บนจอเงิน :ถอดรหัสเนื้อหาและนาฏลักษณ์ตัวละคร ในมิติทางสังคมศาสตร์
+ Sex and the city: การปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์เยาวชนในบริบทแห่งนคราภิวัฒน์
+ ประวัติศาสตร์ เกย์ ในสยามประเทศ : ที่มาของคำเรียกเกย์ กะเทย ในบริบทสังคมไทย
+ ว่าด้วย ภิกษุสันดานกา ความจริงในสังคมที่มิควรเปิดเผย?
+ เพื่อน “กูรักมึงว่ะ” มหากาพย์ เกย์ บนจอเงิน :ถอดรหัสเนื้อหาและนาฏลักษณ์ตัวละคร ในมิติทางสังคมศาสตร์
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo

นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link


Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005