
| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
05 พฤษภาคม 2552
แพทยศาสตร์ ม. รังสิต
แพทย์จากที่นี่ จะฝากผีฝากไข้ได้หรือ เสียงหนาหูที่ล้วนเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อมหาวิทยาลัยรังสิต ริเริ่มเปิดคณะแพทยศาสตร์ซึ่งนับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรก และแห่งเดียวที่กล้าเปิดกล้าลงทุน ด้วยความคิดที่ว่าเมืองไทยยังต้องการแพทย์อีกมากต้องมีคณะแพทย์เกิดขึ้น เพราะบ้านเรายังมีแพทย์ไม่เพียงพอ
อัตราส่วนของแพทย์ ต่อจำนวนผู้ป่วยที่รอการรักษาในประเทศไทย เขตภาคอีสาน คิดเป็น 1 : 30,000 และในเขตเมืองคิดเป็น 1 : 1,000
ไม่ต้องวิเคราะห์ก็พอจะสรุปได้ว่าบ้านเรายังขาดแคลนแพทย์อยู่มากต่อให้หมอเก่งแค่ไหน ก็ไม่เพียงพอกับปริมาณคนไข้ที่รอรับการรักษา ซึ่งนับมีแต่จะเพิ่มขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะของรัฐหรือเอกชน ที่ต้องเร่งพัฒนาวิชาการและเปิดที่ว่างสำหรับนักศึกษาที่ยังต้องการเรียนแพทย์
รับกี่คน สมัครเข้าอย่างไร ไม่ยากมากใช่ไหม??
คณะแพทยศาสตร์ของ ม.รังสิต เปิดรับปีละ 100 คน โดยเปิดรับ 2 ทางคือ 50 คน มาจากการเอ็นท์ และอีก 50 คนมาจากการสอบตรง
อย่าชะล่าใจกับคำว่า สอบตรงเพราะที่นี่เขาคัดเลือกนักศึกษากันแบบที่เรียกว่า ไม่หมู และยากไม่ต่างจากการเอ็นทรานซ์ด้วยซ้ำ เพราะส่วนใหญ่ของนักเรียนที่เข้ามาสมัคร ก็ล้วนแต่เป็นผู้ที่อยู่ในระดับหัวกะทิ และรู้ตัวว่าสามารถเรียนแพทย์ได้ จึงเป็นลักษณะของการแข่งขันระหว่างคนเก่งกับคนเก่ง ในแต่ละปีจะมีผู้ที่สมัครสอบคัดเลือกกว่าพันคนโดยจะต้องผ่านการสอบข้อเขียน และการสัมภาษณ์ สุดท้ายทางคณะคัดเลือกเพียง 50 คนเท่านั้น หากคิดว่าพร้อมคณะแพทย์ศาสตร์ก็ยินดีต้อนรับ
เกือบ 2 ล้านกับการศึกษาคณะแพทยศาสตร์
อย่างที่เราทราบกันโดยทั่วไปว่ามหาวิทยาลัยเอกชนจะไม่มีงบประมาณจากรัฐมาสนับสนุน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องออกเองหมด และการศึกษาวิชาการแพทย์ก็ต้องอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ทันสมัยมากมายหลายอย่าง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะทุ่มงบประมาณมากเป็นพิเศษ เพื่อให้นักศึกษาได้ลงมือ และปฏิบัติกับของจริง ที่ไม่ต่างไปจากการเรียนแพทย์ในสถาบันอื่นเลย
ด้านการลงปฏิบัติจริงในโรงพยาบาลทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งสถาบันร่วมผลิตแพทย์ที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งอาจารย์แพทย์ที่นั่นจะคอยดูแลนักศึกษาที่เข้าไปทำการรักษาจริงด้วย
คุณเป็นหมอที่น่าเชื่อถือหรือไม่ขึ้นอยู่กับใบประกอบโรคศิลปะ
มาตรฐานความน่าเชื่อถือของแพทย์ไม่ ๆ ได้อยู่ที่สถาบันที่คุณจบ แต่อยู่ที่คุณมีความสามารถเพียงพอที่จะรักษาคนไข้ได้หรือไม่ ซึ่งตัวรับประกันความสามารถของแพทย์แต่ละคนก็คือ ใบประกอบโรคศิลปะ ซึ่งนักศึกษาแพทย์ที่เรียนจบไปแล้วต้องสอบให้ได้ วงการแพทย์เขาจึงจะยอมรับ และอนุญาตให้คุณรักษาคนไข้ ซึ่งปัจจุบันนักศึกษาที่นี่สามารถสอบผ่านได้เต็ม 100%
คนไข้จะไว้ใจให้เรารักษาหรือ
อย่าได้กังวลเรื่องที่จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากคนไข้ เพียงเพราะจบจากสถาบันเอกชน เพราะสถานศึกษาไม่ใช่สาระสำคัญที่คนไข้จะอยากรู้ เขาอยากรู้มากกว่าว่าคุณหมอคนนี้เชี่ยวชาญด้านไหน เป็นแพทย์ฝึกหัด หรือเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ถ้าเป็นอาจารย์แพทย์ได้ยิ่งดีแต่สิ่งที่สำคัญ คือ ชื่อเสียงของโรงพยาบาลที่สังกัด หากคุณอยู่ในโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ คุณก็คือแพทย์คุณภาพในสายตาคนทั่วไปโดยปริยาย
พัชรภรณ์ ชูสุทธิ์
นักศึกษาแพทย์ ปี 1 มหาวิทยาลัยรังสิต
นักศึกษาที่นี่จะได้ออกค่ายที่ต่างจังหวัดทุกปี เราจะไปตามโรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษาผู้ป่วย นอกจากจะได้ช่วยเหลือคนไข้แล้ว เราได้เรียนรู้ CASE ที่หลากหลายด้วย
ค่าธรรมเนียมการศึกษา 5,000 บาท/หน่วยกิต
ชั้นปี : ค่าเล่าเรียน / บาท
1 : 184,400
2 : 259,800
3 : 297,500
4 : 330,000
5 : 355,000
6 : 355,000
รวม : 1,781,700
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (7)
แสดงความคิดเห็น



โหห แพงได้จัยคะ

นี่เรียนศึกาจีน ที่ม.บูรพา ก้อปาเข้าไป 700000
วันที่ 03 ตุลาคม 2552 เวลา 01:48
โดย : pimnapa
IP 118.45.181.xxx