ครูพาลูกศิษย์ พิชิตดวงดาว...

ลบ แก้ไข
ครูพาลูกศิษย์ พิชิตดวงดาว...
 
ครูพาลูกศิษย์ พิชิตดวงดา

ผมได้รับคำบอกเล่ามาว่า...

“สิ่งที่เกิดกับตัวเองตอนนี้ คือ นักเรียน ม.1,3 และ 4 ที่ไม่สนใจส่งงาน ไม่แก้ไข ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองซะใหม่ โรงเรียนเราครูทุกคนต้องส่งเกรดให้แล้วเสร็จในวันที่ 10 ตุลาคม 2557 ถ้านักเรียนยังคงมีความพยายามและสำนึกในการที่จะเรียนรู้และแก้ไข ขอให้มาติดต่อส่งงานและสอบให้ได้ภายในวันที่ 8-9 ตุลาคมนี้ อย่าให้ได้ชื่อว่าเรียนแล้วไม่ได้อะไรเลยดีกว่านะคะ#ม.1,3 และ 4 โรงเรียน…. รายวิชาภาษาอังกฤษ ภาคเรียนที่ 1/2557”

ข้อความที่ยกมานี้ ได้จาก “การบ่นของคุณครู” ซึ่งก็น่าเห็นใจในความเหนื่อยยาก “กับนักเรียนส่วนหนึ่ง”ที่ไม่รับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ “ที่จะต้องส่งงานและสอบแก้ตัว”ตามระบบ “การเรียนการสอนแบบเก่า”..คือ การสอนวิชาความรู้ และ การอบรมบ่มนิสัยให้เกิดความรับผิดชอบชั่วดี...

ถ้า Learning by Doing ความยุ่งยากเหล่านี้..จะหมดไปทันที....

วงการศึกษาต้อง “ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน” เพื่อให้ทันโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง และบทความในวันนี้ ขอเสนอ การสอนแบบ Cognitive Constructivist approach คือ การเรียนการสอนที่เรียกว่า “การสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนด้วยตนเอง” มีหลักการดังนี้

1.กิจกรรมนี้เรียกว่า Academic Learning Activity เป็นคะแนนเก็บ 50 % ของคะแนนรายวิชา

2.ใช้หนังสือเรียน “รายวิชาเดียวกันทุกเล่ม” เป็นแหล่งข้อมูล และกิจกรรมนี้ ทำก่อนมีการสอบปลายภาค

3.การเลือกกลุ่มของนักเรียนให้คุณครู “พิจารณาเรื่อง เพื่อนช่วยเพื่อน Peer Learning” ไปก่อน เมื่อคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนได้รับการพัฒนาดีแล้ว..ต่อไปก็สาสามารถใช้ระบบ Trust the child ตามหลักการพัฒนา MI หรือ Multiple Intelligence ได้

4.คุณครูใช้ความสามารถ Incentive และ Motivation ในเชิงบวก Positive ให้ความรู้พื้นฐาน พอที่ทุกคนจะสามารถหาประสบการณ์ จากหนังสือเรียนได้ทุกคน ก่อนเริ่มกิจกรรม แต่ถือหลักว่า เป็น Teach less..Learn more..

5.ระหว่างที่ “นักเรียน Exploring for experience Learning” นั้น กิจกรรมของครู ก็คือ Classroom observation เพื่อการเสริมศักยภาพนักเรียนบางคนที่เรียกว่า Scaffolding เพราะช่วงที่มีการ Exploring learning นั้นเป็นกิจกรรมด้วยตนเอง..ครูทำ Classroom research..เก็บข้อมูลไว้ใน Portfolio..และในช่วงการเรียนแบบกลุ่มที่เรียกว่า Cooperative and Collaborative learning เพื่อทำ นวัตกรรมของกลุ่ม Group Innovation นั้น คุณครูก็คอย Guide และสนับสนุนให้เกิดการ ระดมความคิด หรือ Brainstorming ทุกๆคน..คุณครูต้องถือเป็นหลักการว่า “จะไม่ยอมทิ้งใครไว้เบื้องหลัง Will not leave anyone behind.”

กิจกรรมนักเรียน ทำดังนี้..

ให้ “นักเรียนทุกคน”สำรวจตรวจสอบและเก็บข้อมูลทุกด้านแล้วบันทึกไว้เป็นข้อๆ Collect data, Gather information,>>2.ครูวิจารณ์ และเสนอแนะการสำรวจ Exploring ที่คลอบคลุมทุกดาน หรือการหาข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดการข้อมูล >>3.แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย 3-5 คน เพื่อการ Brainstorming เรียนรู้จากกลุ่มด้วยวิธี Cooperative and Collaborative Learning มีการนำเสนอข้อมูลของตน สมาชิกของกลุ่มโต้แย้ง หรือยอมรับ และยืนยันความถูกต้อง เรียบเรียงใหม่ หลอมรวมข้อมูลของแต่ละคนเป็น “อันเดียวกัน” เรียกว่า การสร้าง “นวัตกรรม หรือ Innovation”ของกลุ่ม >>4.ทุกกลุ่มนำเสนอ Innovation หรือ ผลงานนวัตกรรมของกลุ่มตน >>5.ครู, นักเรียนในชั้น ทำหน้าที่ Feedback เพื่อความกระจ่างชัดถูกต้องตามความเป็นจริง >>6.คุณครูสรุปบทเรียน หรือ Summarizing >>7.นำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป..

ด้วยวิธีการเรียนแบบนี้ นักเรียนของท่านจะสามารถเอาชนะข้อสอบ “ทุกประเภท” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ..O-net,Gat,Pat,ฯ,และอื่นๆ และไม่ตั้องไปพึ่งโรงเรียนกวดวิชาใดๆอีกต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อยกระดับการเรียนรู้ของเยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21 อย่างถูกต้องและได้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงสุด ครับ

"นกตัวที่ตื่นก่อน และออกหากินเท่านั้น จึงจะเป็นนกตัวที่จับหนอนได้มากที่สุด ในวันนั้น"

สุทัศน์ เอกา....................บอกความ


ขอบคุณที่มา : Sutat Eaka

 
 



loading...


โดย Educational Leader ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 16 ต.ค. 57 16:47 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,435 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,435 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง