4 คำง่ายๆ ที่รู้ แต่ลืมทำ..

ลบ แก้ไข

4 คำง่ายๆ ที่รู้ แต่ลืมทำ
ขอขอบคุณที่มา share.psu.ac.th

UploadImage
ผู้คนต้องเร่งรีบ แข่งขันกัน จนลืม 4 คำนี้ไปหรือเปล่า?


สวัสดีคะ พี่น้องชาว EZ วันนี้ขอหยิบยกเรื่องใน blog ของ คุณรัตติยา เขียวแป้น มาให้อ่านกันนะคะ

ช่วงนี้ได้ยินหลาย ๆ คน พูดถึงคำว่า "วัฒนธรรมองค์กร"  ซึ่งไอ้เจ้าวัฒนธรรมองค์กรนี่หนะ มีความหมายว่าอย่างไร และสำคัญอย่างไร ทำไมหลาย ๆ องค์กร ถึงได้ให้ความสำคัญ  และหากสร้างได้แล้ว จะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ขององค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างไร

หากจะดูความหมายของคำว่า "วัฒนธรรมองค์กร" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้ความหมายว่า วัฒนธรรมองค์กร  หมายถึง  “พฤติกรรมและสิ่งที่คนในหมู่มาก ผลิต สร้างขึ้นด้วยกัน เรียนรู้จากกันและกัน และร่วมใช้อยู่ในหมู่พวกของตน”

ดังนั้นวัฒนธรรมองค์กรก็คือ พฤติกรรมที่สร้างขึ้นจากคนในองค์กรโดยมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และยึดถือปฏิบัติกันมาจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในองค์กรนั้น ๆ

ก็หมายความว่า ในแต่ละองค์กร อาจมีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่หลากหลาย  ซึ่งอาจเป็นสิ่งดี หรือไม่ดีก็ได้  ดังนั้น คนในองค์กร ควรเลือกที่จะปฏิบัติหรือยึดถือกันในสิ่งที่ดี ๆ เท่านั้น จึงจะส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จได้

มีหลายคนกล่าวว่า  หากจะดูว่า คนในองค์กรนั้น มีวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร  ให้ดูจากเบอร์หนึ่งขององค์กร  เพราะวัฒนธรรมองค์กรที่ดี  ๆ จะเกิดขึ้นได้ เบอร์หนึ่งต้องเป็นแบบอย่าง หรือเป็น Rold Model ที่ดีให้กับคนในองค์กร

ในที่นี้ จะไม่ขอพูดถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ลึกซึ้งนะคะ  ซึ่งหลายๆ  อย่างจะเกิดได้ต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจกัน ของคนในองค์กร ที่สำคัญต้องมีการสั่งสมกันมาอย่างยาวนาน  แต่จะขอพูดถึงวัฒนธรรมองค์กรง่าย ๆ ที่เรา ๆ สร้างให้เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง  ซึ่งหากแต่ละคนทำได้แล้ว  ปัญหาอุปสรรคเล็ก ๆ อันเกิดจากการทำงานก็จะหมดไปคะ

ตอนแรกก็มานั่งงง  ๆ อยู่ว่า  ไอ้เจ้าวัฒนธรรมองค์กรเนี่ย  จำเป็นไหมที่จะต้องอบรมให้ความรู้กับคนในองค์กร  จำเป็นไหมที่องค์กรจะต้องมานั่งระดมสมองกันว่า  วัฒนธรรมองค์กรที่ดี ๆ นั้น ควรมีอะไรบ้าง มันน่าจะมีแบบง่าย ๆ ที่เราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการระดมสมอง  และสามารถทำให้มันเป็นกิจวัตรประจำวัน หรือเป็นวิถีชีวิตของเราเองได้

ใช่เลย  การพูดอย่างสร้างสรรค์  ก็ถือเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ๆ ได้  เพียง 4 คำง่าย ๆ ค่ะ
 

สวัสดี,  ไม่เป็นไร, ขอโทษ และขอบคุณ

การทักทายกันด้วยคำว่า "สวัสดี"  พร้อมทั้งยิ้มให้กันอย่างจริงใจ หรือยกมือไหว้ทักทายกัน จะแสดงถึงความมีอัธยาศัยไมตรี แสดงความเป็นมิตร ความมีมารยาท ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นระหว่างกัน โดยไม่ต้องเสียเงินลงทุน

การพูดว่า "ไม่เป็นไร" แสดงถึงการให้อภัย ไม่ถือโกรธเคือง ผู้พูดก็จะรู้สึกสบายใจเพราะได้ให้อภัยแล้ว ส่วนผู้ฟังก็จะรู้สึกดีไปด้วย เพราะอีกฝ่ายไม่ถือโกรธเคือง

การกล่าวคำ "ขอโทษ" แสดงถึงการยอมรับผิด การอ่อนน้อมถ่อมตน แม้จะเป็นผู้ใหญ่กว่า แต่ถ้าทำผิดก็ควรขอโทษผู้น้อยได้เช่นกัน คำขอโทษจะช่วยให้อีกฝ่ายลดความรู้สึกโกรธเคืองลง ช่วยให้บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดดีขึ้นได้

สำหรับคำว่า "ขอบคุณ"  เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกในน้ำใจ หรือเห็นคุณค่าในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกชื่นใจ ดีใจ และอยากจะทำดีเช่นนั้นต่อไปอีกเรื่อย ๆ

 

เห็นไหมคะ  แค่ 4 คำง่าย ๆ ก็กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ๆ ได้ เพราะหากเราสามารถปรับปรุงการพูดให้ดีขึ้น  ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นที่ชื่นชอบของผู้ร่วมงาน ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทำงาน เกิดมิตรภาพที่ดีต่อกัน ทำให้ความเครียดในการทำงานลดลง  การทำงานเป็นทีมก็จะดีขึ้น ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอุปสรรคอย่างไร ต่างก็จะช่วยกันร่วมมือแก้ไข ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นได้

เห็นไหมค่ะว่า เราก็สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้วยตัวเราเองได้ แค่ 4 คำ ง่าย ๆ ท่อง และทำให้เป็นกิจวัตร ที่สำคัญต้องทำด้วยใจจริงด้วยนะคะ

มาร่วมสร้างวัฒนธรรมในองค์กรอย่างง่าย ๆ กันเถอะคะ


พี่นนนี่ของเสริมอีกนิดนะคะ องค์กรที่กล่าวถึงข้างต้นไม่เพียงแต่หมายถึง บริษัท ห้างร้าน ทั้งเล็กทั้งใหญ่นะคะ แต่ยังรวมถึงโรงเรียน ด้วยนะคะ ฝากน้องๆ ที่ยังเป็นนักเรียนด้วยนะคะ เรียนเก่งด้วยแล้ว ก็ต้องใช้ 4 คำง่ายๆ นี้ให้ติดปากนะคะ 


เขียนโดย NonY PauL
UploadImage

กด  เป็นกำลังใจให้พี่นนนี่ด้วยนะจ้า...

 

loading...


โดย NonY PauL ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 17 มี.ค. 54 08:52 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 9,044 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 9,044 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย MISSEEDA
IP : 122.155.5.***

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง