
08 พฤษภาคม 2551คุณสมบัติของผู้สมัครระบบ Admissions กลาง
1. คุณสมบัติทั่วไป
1.1 เป็นผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
1.2 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533) หรือหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 หรือประกาศนียบัตรอื่นที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า สำหรับผู้สมัคร ที่จบหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญ ต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการ ดำเนินงานการศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญศึกษา ( ฉบับที่ 3) พ . ศ .2544
1.3 เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
1.4 เป็นผู้ที่มีผู้รับรองว่าจะอุดหนุนค่าบำรุง และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาได้
1.5 เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อยและรับรองต่อมหาวิทยาลัยได้ว่า จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเต็มความสามารถ และ จะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ
1.6 เป็นผู้ที่ไม่ถูกให้ออกจากสถาบันอุดมศึกษาใดๆ มาแล้ว เพราะความประพฤติไม่เหมาะสมหรือกระทำความผิดต่างๆ ที่ไม่ใช่ทางด้านวิชาการ
1.7 ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาเกินกว่าชั้นปีที่ 1 ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ร่วมในการคัดเลือกนี้ เว้นแต่จะได้ลาออกจากสถาบันอุดมศึกษานั้นเสียก่อน
1.8 ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
1.9 จะต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาตามระบบโควตารับตรงที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด เว้นแต่จะได้สละสิทธิ์ที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าวเสียก่อน
1.1 0 จะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกลงโทษเนื่องจากการกระทำผิด หรือร่วมกระทำทุจริตในการสอบวัดความรู้เพื่อสมัครเข้าศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษา ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา
หากปรากฏในภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 1.1 ถึง 1.1 0 ข้อใดข้อหนึ่งและหรือหากตรวจสอบพบว่าเอกสาร ที่ใช้ในการสมัคร คัดเลือกเป็นเอกสารเท็จ นอกจากจะถูกดำเนินการตามที่ได้ระบุไว้แล้ว จะถูกตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้ และแม้ว่าจะได้รับการส่งชื่อ เข้ารับการศึกษา ในสถาบัน อุดมศึกษาใดแล้วก็ตาม จะถูกถอนสภาพจากการเป็นนิสิตนักศึกษาทันที
2. คุณสมบัติเฉพาะ
นอกจากคุณสมบัติทั้ง 1 0 ประการดังได้กล่าวมาแล้วนั้น สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ยังได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะขึ้นมาอีกดังต่อไปนี้ คือ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาแพทยศาสตร์
1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้หลังจากจบการศึกษาแล้ว ( ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน )
2. ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา 254 9 เป็นต้นไป เมื่อสำเร็จ การศึกษาวิชาแพทยศาสตร ์แล้วจะต้องผ่านการสอบ ขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่แพทย สภาจัดสอบ
3. ก่อนเข้าศึกษาต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียวหรือสัญญาปลายเปิด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2543 คือ เป็นสัญญาที่กำหนดหน้าที่ ของผู้รับทุนที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่ งของคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรฯ โดยต้องทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกันตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาลกับมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ผูกพัน ให้ส่วนราชการ ต้องบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานในหน่วยงานของรัฐ
4. ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะแพทยศาสตร์หรือประเภทวิชาเตรียมแพทยศาสตร์ของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ( ยกเว้นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน )
5. ผู้สมัครเข้าศึกษาสาขาแพทยศาสตร์ จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
5.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
5.2 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรคบุคลิก ภาพ แปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personalityรวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อัน เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
5.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง
5.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น
- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้ )
- โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- โรคความดันเลือดสูงรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร
- ภาวะไตวายเรื้อรัง
- โรคติดสารเสพติดให้โทษ
5.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง
5.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
- สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง
- สายตาข้างดีต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ
5.7 หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและ การได้ยิน (sensorineural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
5.8 โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการ ศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ / ผู้อำนวยการวิทยาลัย
อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้
หมายเหตุ - ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้ปรากฏเป็นความเท็จขึ้นภายหลังจะต้องถูกตัด สิทธิ์การศึกษา
- การพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้เข้าศึกษาด้วยเหตุผลทางคุณสมบัติเฉพาะ ต้องกระทำโดยกรรมการในรูปองค์คณะที่มี จำนวน กรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น