
08 พฤษภาคม 2551 คุณสมบัติเฉพาะทางการศึกษาของผู้สมัครคณะ / ประเภทวิชาแพทยศาสตร์
ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้
1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ .2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน (ยกเว้นผู้สำเร็จการศึกษาก่อนปีการศึกษา 2541)
2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษา อังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับ หมวดวิชาวิทยาศาสตร์ ให้แสดงหลักฐาน ว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน
คุณสมบัติเฉพาะทางการศึกษาของผู้สมัครคณะ / ประเภทวิชาวิศวกรรมศาสตร์
ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้
1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ .2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน ( ยกเว้น ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2542 และก่อนหน้านั้นให้ใช้เกณฑ์ตามคุณสมบัติเดิม คือ หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ (โครงสร้าง 2) 17.5 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ (โครงสร้าง 3) 14 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ (โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน)
2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษา อังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน
4. สำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ต้องสำเร็จการศึกษาประเภทช่างอุตสาหกรรม
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาทันตแพทยศาสตร์
1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว ( ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน )
2. ก่อนเข้าศึกษาต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2543 คือ เป็นสัญญาที่กำหนดหน้าท ี่ของผู้รับทุนที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรฯ โดย ต้องทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกัน ตามระเบียบและเงื่อนไข ของรัฐบาลกับมหาวิทยาลัย แต่ไม่ผูกพันให้ส่วนราชการต้องบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ หรือพนักงานในหน่วยงานของรัฐ
3. ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ และจะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ และปราศจากโรค อาการ ของโรคหรือความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังนี้
3.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
3.2 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือ โรคบุคลิกภาพแปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง
3.4 โรคไม่ติดต่อ หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบอาชีพทันตกรรม
- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรอง จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้ )
- โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการประกอบวิชาชีพ โรคภาวะความดันเลือดรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อน จนทำให้เกิดพยาธิสภาพ ต่ออวัยวะอย่างถาวร
- ภาวะไตวายเรื้อรัง
- โรคติดสารเสพติดให้โทษ
3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง
3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
- สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นสายตาแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง
- สายตาข้างที่ดีต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ
3.7 หูหนวก หรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน (sensor neural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
3.8 โรค หรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ อาจ แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้
หมายเหตุ
1. ผู้เข้าศึกษาให้ข้อมูลเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้แต่ปรากฏเป็นความเท็จขึ้นภายหลัง จะต้องถูกตัดสิทธิ์การศึกษา
2. การพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้เข้าศึกษาด้วยเหตุผลคุณสมบัติเฉพาะ ต้องทำในรูปแบบกรรมการซึ่งมีไม่น้อยกว่า 5 คน
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาเภสัชศาสตร์
1. ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะเภสัชศาสตร์ หรือประเภทวิชาเตรียมเภสัชศาสตร์ของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ( ยกเว้นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน )
2. ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะต้องได้รับการทดสอบความพร้อมในการศึกษาและ ความพร้อมในการประกอบอาชีพ ในวันสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย เช่น ความสามารถในการแยกแยะสี และผ่านการทดสอบดังกล่าวแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษา ( ข้อแนะนำ ควรตรวจตาบอดสีก่อนสมัครฯ )
3. ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยหลัก เกณฑ์การสอบความร ู้เพื่อ ขอขึ้น ทะเบียน และ รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ . ศ .2546
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาพยาบาลศาสตร์
เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิชาการพยาบาลศาสตร์ ซึ่งมีการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ต้องฝึกให้การ พยาบาลผู้รับบริการ ผู้สมัครเข้าศึกษาสาขา พยาบาลศาสตร์ จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือมีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ดังต่อไปนี้
1. มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
2. มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรค บุคลิกภาพแปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อัน เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
3. โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่จะมีผลต่อผู้รับบริการหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็น อุปสรรคต่อ การศึกษา
4. โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้ )
- โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- โรคความดันเลือดสูงรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร
- ภาวะไตวายเรื้อรัง
- โรคติดสารเสพติดให้โทษ
5. ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง
6. ความผิดปกติในการเห็นภาพโดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
- สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นตาแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง
- สายตาข้างดี ต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ
7. หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน (sensor neural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
8. โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ / ผู้อำนวยการวิทยาลัย
อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้
หมายเหตุ
- ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้ปรากฏเป็นความเท็จขึ้นภายหลังจะต้องถูกตัดสิทธิ์การศึกษา
- การพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้เข้าศึกษาด้วยเหตุผลทางคุณสมบัติเฉพาะต้องกระทำโดยกรรมการในรูปองค์คณะที่มีจำนวน กรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน
ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องเข้าสอบสัมภาษณ์และได้รับการตรวจร่างกาย ดังต่อไปนี้
1. ตรวจร่างกายทั่วไป
2. ตรวจระดับการได้ยิน
3. ตรวจตาบอดสี
4. ถ่ายภาพรังสีทรวงอก หรือแสดงผลภาพถ่ายรังสีทรวงอกที่ถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน
คุณสมบัติเฉพาะทางการศึกษาของผู้สมัครคณะ / ประเภทวิชาพยาบาลศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์
สาธารณสุขศาสตร์ สหเวชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ วิทยาลัยเทคนิคการสัตวแพทย์ และอุตสาหกรรมเกษตร
ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้
1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ .2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน
2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนราย วิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษาอังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน (ยกเว้นคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสต์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กำหนดให้ผู้ สมัครต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 1 และ 2 เท่านั้น)
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาสัตวแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์
สหเวชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ และวิทยาลัยเทคนิคการสัตวแพทย์ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะต้องได้รับการทดสอบความพร้อมในการศึกษา และความพร้อมในการประกอบอาชีพ ในวันสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย และผ่านการทดสอบดังกล่าวแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้า ศึกษา
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (4)
แสดงความคิดเห็น
น้องอยากเรียนพยาบาลน้องก็ต้องตั้งใจเรียนให้มากๆขยันอ่านหนักสือพยายามติดตามข่าวในอินเทอร์เน็ตหรืออาจารย์แนะแนว พี่ก็เรียนพยาบาลอยู่



อยากเรียนต่อพยาบาลต้องทำอย่างไงบ้างค่ะ..ช่วยบอกหน่อยค่ะ
โปรดส่งราลเอียดมาให้อ่านจะได้ไหมค่ะ..ว่าทางมหาวิทยาลัยเริ่มสอบ
กันวันไหนบ้างค่ะ...อยากทราบสอบตรงและรบบเอดมิชั่นนะค่ะ..
ขอบคุณมากค่ะ
เตย




ขอบคุนนะคะที่บอกรายละเอียด
แล้วเภสัชล่ะคะ เป็นแบบไหน
วันที่ 02 กรกฎาคม 2551 เวลา 19:17
โดย : ดาวเตะไร้ดวง
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 125.26.60.xxx