เรื่อง: 1024
ผู้ชม: 6482632
ชอบ: 1135

10 อาการ ที่ทำให้ ต้องผ่าตัดใหญ่ "การศึกษาไทย" (1)
คุณภาพการศึกษาพื้นฐานตกต่ำ : ความจำเป็นที่ต้องปฏิรูปการเรียนรู้
โดย ศ. (พิเศษ) ดร. ภาวิช ทองโรจน์
มีการอ้างว่าประเทศไทยได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ โดยเริ่มจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และต่อมามีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติขึ้นมาเป็นครั้งแรก ซึ่งได้ประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2542 รวมทั้งเกิดกฎหมายประกอบขึ้นมาอีกหลายฉบับ โดยมีความมุ่งหวังว่าการศึกษาของไทยจะได้รับการปฏิรูปในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการบริหาร การกระจายอำนาจ ตลอดจนถึงสาระที่สำคัญที่สุดของกระบวนการปฏิรูป อันได้แก่การปฏิรูปการเรียนรู้ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมสังคมไทยเข้าสู่โลกยุคใหม่ โดยมุ่งสร้าง "ทุนมนุษย์ ที่มีคุณภาพสูงและ ทุนทางปัญญา ที่จะนำประเทศให้อยู่รอดในสังคมใหม่ที่มีความรู้เป็นปัจจัยหลักของทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม
แต่นับจากการประกาศใช้กฎหมายสำคัญเหล่านั้นมาจนถึงปัจจุบัน กลับปรากฏว่า การศึกษาไทยก็ยังเต็มไปด้วยปัญหา คุณภาพการศึกษาดูจะตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ทุนมนุษย์และทุนปัญญาก็อับจน โครงสร้างที่ได้ปฏิรูปไปแล้วก็ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ เหมือนกับกำลังจะฟ้องตัวเองว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นพิมพ์เขียวที่ผิด
จนขณะนี้มีกระแสผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการศึกษารอบสอง ซึ่งดูไปแล้วก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น และอาจจะทำช้าไปแล้วด้วยซ้ำไป แต่การปฏิรูปรอบสองนี้ หากไม่วิเคราะห์ปัญหาให้รอบด้าน และหาแนวทางแก้ที่ถูกต้อง การศึกษาไทยก็อาจจะดิ่งลงเหวยิ่งขึ้นไปอีก บทความนี้จึงพยายามที่จะประมวลอาการต่างๆ ของการศึกษาไทยเพื่อประโยชน์ในการผ่าตัดใหญ่ครั้งต่อไปจะได้กระทำได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น
คุณภาพการศึกษาพื้นฐานตกต่ำ : ความจำเป็นที่ต้องปฏิรูปการเรียนรู้
มีหลักฐานต่างๆ สะท้อนให้สังคมไทยเห็นมาอย่างต่อเนื่องถึงคุณภาพการศึกษาของไทยที่ตกต่ำ ทั้งที่เป็นการสำรวจโดยองค์กรระหว่างประเทศ และการประเมินโดยองค์กรภายในประเทศ เช่น สมศ. หรือผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติ (NT) ซึ่งต่างก็พบภาพซ้ำๆกันว่า นักเรียนไทยส่วนใหญ่มีความรู้ต่ำกว่ามาตรฐาน ความรู้ที่ว่านี้หมายถึงวิชาที่สำคัญต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การคิดเชิงวิเคราะห์ ภาษาซึ่งรวมถึงภาษาไทย นักเรียนที่จัดว่ามีความรู้จริงที่พอมีอยู่บ้าง ก็มีจำนวนน้อย เช่น การศึกษาขององค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economics Co-operation and Development, OECD) ที่รู้กันในชื่อของ PISA (Programme for International Students Assessment) พบว่านักเรียนไทยที่จัดได้ว่ามีความรู้วิทยาศาสตร์อยู่ในระดับสูงมีเพียง 1% เท่านั้นเอง ซึ่งคงจะได้แก่นักเรียนที่ไปชนะการแข่งขันโอลิมปิควิชาการสาขาต่างๆ และย่อมไม่ได้หมายถึงคุณภาพโดยเฉลี่ยของระบบการศึกษาไทย PISA ยังพบว่า เด็กไทย 74% อ่านภาษาไทยไม่รู้เรื่อง คือมีตั้งแต่อ่านไม่ออก อ่านแล้วตีความไม่ได้ วิเคราะห์ความหมายไม่ถูก หรือแม้แต่ใช้ภาษาให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาวิชาอื่นๆ ไม่ได้
คุณภาพที่ตกต่ำย่อมหมายถึงวิชาการและองค์ความรู้ที่เรามีอยู่ในระบบการศึกษาไทยต่ำกว่ามาตรฐาน หมายถึงระบบการถ่ายทอดความรู้รวมทั้งครูผู้สอนมีความรู้ต่ำกว่ามาตรฐาน หมายถึงความด้อยคุณภาพของระบบสนับสนุนการเรียนรู้ต่างๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ เป็นต้น ซึ่งในที่สุดย่อมเป็นผลให้ผู้เรียนมีความรู้ต่ำกว่ามาตรฐาน
แต่ที่วิกฤตที่สุดเหนือวิกฤตทั้งหลาย คือ สภาพเหล่านี้ได้กลายมาเป็นความเคยชินและชีวิตประจำวันของระบบการศึกษาไทย ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูประบบการเรียนรู้ครั้งใหญ่เราคงหนีพ้นจากวังวนนี้ยาก
ติดตาม อาการที่ 2 ปัญหาของการปฏิรูปโครงสร้าง ที่นี่เร็วๆ นี้ "
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
- แนะนำวิธีการสมัคร มศว.ปีการศึกษา2556
- สอบ Gat Pat เดือนมิถุนายน 2555 มีจริงหรือ ???
- ทำอย่างไรเมื่อเจอเพื่อนที่ชอบและไม่ชอบ
- ไทยติดอันดับประเทศคุณภาพการศึกษาดีเลิศ!!!!
- ทุนการศึกษาสถาปัตย์ ม.กรุงเทพ
- ธรรมศาสตร์อนุมัติเปิดคณะเภสัชฯและคณะแพทยศาสตร
- อยู่ในร่มมากไปทำให้สายตาสั้น!!!
- รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาเข้มงวดการรับน้อง
- แฟชั่นชุดนิสิต นักศึกษา
- กิจกรรมรับน้อง...ให้น้องรัก
- สร้างความสุขกับความสำเร็จในเรื่องธรรมดาๆ
- เรียนในสิ่งที่ชอบเพราะจะทำได้ดีกว่า byสองPARA
- คนรักการอ่านฟังทางนี้
- วางแผน>>การเรียนในมหาวิทยาลัย
- ว่าที่ ... น้องใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยเชิญฟังทา
- พยาบาลที่เปิดรับแอดมิดชั่นส์ 2555
- สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์สถาบันใหม่ในระบบAd
- ภาษาและวัฒนธรรมไทยสาขาเดียวในประเทศไทยที่ ม.ห
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัยเรียนจบแล้วไปทำงานอะ
- มารู้จัก คณะการแพทย์แผนจีน กัน^^
- กรมสรรพากร เชิญคนรุ่นใหม่ร่วมโครงการ
- ค่ายวิทยาศาสตร์ครั้งที่ 10.5 (Sci-Camp #10.5)
- รับเพิ่มพิเศษ หลัง Admission ม.อ.
- ได้คะแนน O-net, PISA น้อย.. แล้วจะไปรอดหรือ
- มทร.ธัญบุรี เปิดช่องคนทำงาน ใช้ประสบการณ์เทีย
- กยศ.เปิดระบบ E-Studentloan แล้ว กรอ.เริ่มเปิด
- พระจอมเกล้าธนบุรี เลื่อนเปิดเทอมปี 55 ทั้งมหา
- วิศวกรรมเกษตรและอาหาร ม.เทคโนโลยีสุรนารี รับต
- คะแนน Admissions ปี 55 มศว. อัันดับ 1 กลุ่มสา
- มทร.ธัญบุรี รับพนักงาน มหาวิทยาลัยฯ 25 อัตรา
- อินเดียดึงดูดนักศึกษาต่างชาติมากกว่าจีน
- สอบสัมภาษณ์รับตรง University of Hertfordshire
- PhD Position in Information and Communication
- 2012 International Undergraduate Scholarship
- FC&K III ed. Scholarship for Developing C
- Doctoral College Studentships at University o
- PhD Scholarship in Holocaust and Genocide Stu
- U. of Brighton International Scholarships
- 2012-2013 VLIR-UOS Scholarships
- พระจอมเกล้าธนฯรับป.โทอินเตอร์มีทุนให้



ครูในโรงเรียนขนาดเล็กภาระกิจภาระมากมายเช่นการสอน การเงินการบัญชี งานสารบัญรับและโต้ตอบหนังสือจากส่วนต่างๆ งานสาธารณสุข(น้ำหนัก ส่วนสูง การแปรงฟันฯลฯ) งานด้านปรับปรุงสภาพแวดล้อม งานหาเงินนอกงบประมาณมาพัฒนาโรงเรียน งานความสัมพันธ์กับชุมชนมีครูอยู่2-3คนแต่เปิดสอนตั้งแต่ชั้นป.1-ป.6ไม่รู้ว่าแต่ละวันจะทำงานอะไรดีก็รู้สึกปวดหัวเหมือนกันครับก็ทำสุดความสามารถเพื่อพัฒนาเด็กไทยของเราให้เป็นคนดี คนเก่ง และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ขอให้คุณครูทุกท่านทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับงาน
ติดตามผลในห้องแอร์ คุณจะได้อะไร ไม่เคยเห็นผู้บริหารระดับสูงๆลงเหยียบพื้นดินในบางโรงเรียนเลย คอยรับรายงานแต่สิ่งที่จอมปลอม คุณแน่จริงลงพื้นที่โดยไม่ต้องบอกใครเลย แล้วคุณจะรู้ว่าอะไรคืออะไร
คุณทำงานกันน่าอายไหม ดูสมเด็จพระเทพฯเป็นตัวอย่าง พระองค์ออกเยี่ยมโรงเรียนทุรกันดารอยู่เสมอมา เสียดายโอกาสพวกท่านทั้งหลายจริงๆที่มีโอกาสทำงาน แต่ไม่ได้มุ่งทำงาน มองแต่หาผลประโยชน์ คัดเลือกกันให้ตาย ก็ไม่มีทางได้คนดี เลียแข้งเลียขาจนเป็นใหญ่ แล้วประเทศชาติจะได้อะไร สังเวชจริงๆ