จุดบอด นโยบายเรียนฟรี 15 ปี

ลบ แก้ไข

 

จุดบอดของคุณภาพ

ในนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ

 

ภาวิช  ทองโรจน์

 

 

            การศึกษาขั้นพื้นฐานได้ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ฉบับปี 2540 ว่าเป็นสิทธิของคนไทยที่รัฐจะต้องจัดให้ ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็จะต้องดำเนินตามนโยบายแห่งรัฐข้อนี้ทั้งนั้น   รัฐบาลปัจจุบันได้นำนโยบายนี้ขึ้นมาเน้นโดยเฉพาะในประเด็นของการจัดให้เป็นรัฐสวัสดิการ คือนโยบายการเรียนฟรีที่รัฐบาลอ้างว่า “อย่างแท้จริง” และ “อย่างมีคุณภาพ” เป็นเวลาถึง 15 ปี  จุดเด่นอย่างหนึ่งของนโยบายนี้ คือการแจกตำราเรียนให้ฟรี โดยนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมปีที่หกไม่ต้องซื้อหาตำรามาใช้เองเหมือนในอดีต  แต่จุดเด่นนี้กำลังกลายเป็นจุดบอดอันสำคัญ ทั้งนี้เพราะคุณภาพของการศึกษาไทยซึ่งกำลังพิการอย่างหนักหนาอยู่แล้ว ดูเหมือนจะย่ำแย่ลงไปอีกด้วยการดำเนินการตามนโยบายนี้

 

          จุดบอดประการที่หนึ่ง ตามโครงการนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะแจกตำราเรียนให้ฟรีทุกๆ สามปี ซึ่งหมายความว่าหนังสือที่ซื้อมาแต่ละเล่มจะต้องให้เด็กใช้ซ้ำๆ กันต่อไปถึงสามรุ่น   ในทางปฏิบัตินักเรียนก็คงต้องใช้หนังสืออย่างทะนุถนอม เมื่อรุ่นที่หนึ่งเรียนจบชั้นปีผ่านไปแล้ว ต้องนำตำราทั้งหลายมาคืนเพื่อให้รุ่นน้องใช้ต่อไป และจะต่อเนื่องไปอีกจากรุ่นที่สองถึงรุ่นที่สามจนกว่าจะมีงบประมาณเข้ามาจัดซื้อชุดใหม่ โดยในระหว่างทางจะมีการจัดงบประมาณเพิ่มให้อีกปีละร้อยละ 30 เพื่อจัดหาหนังสือที่อาจชำรุดเสียหายไปบ้างมาเพิ่มเติมให้ครบ  เมื่อแรกเริ่มจะมีการดำเนินการเช่นนี้ ก็พลันมีเสียงท้วงติงจากสังคมส่วนต่างๆ ว่าหากจะต้องให้ถนอมหนังสือจนเกินเหตุก็อาจเป็นอุปสรรคในการเรียน เพราะธรรมชาติของการเรียนของนักเรียนนั้น อย่างน้อยก็อาจต้องมีการขีดเขียน  ทำบันทึกย่อ  ขีดเส้นใต้  ป้ายแถบไฮไลท์ ฯลฯ หากไม่ให้ทำเช่นนั้นก็คงจะเป็นการเรียนที่เกร็งจนเกินไป  จากเสียงท้วงติงนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมว่า นักเรียนสามารถขีดเขียนในหน้าหนังสือได้ตามสมควร   มาจนถึงบัดนี้ ปัญหาที่เราพอคาดกันได้ก็เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คือตำราส่วนใหญ่ของนักเรียนต่างก็ลายพร้อยไปด้วยการขีดเขียนต่างๆ หนังสือที่รุ่นน้องจะรับไปใช้ก็จะอยู่ในสภาพที่เก่าช้ำ เมื่อต่อไปถึงรุ่นที่สามก็อาจจะอยู่ในสภาพโทรมด้วยซ้ำไป ทั้งนี้เพราะตำราเรียนที่มุ่งผลิตให้มีราคาถูกมักจะต้องใช้กระดาษและวิธีการเข้าเล่มที่ไม่ถาวรนัก  ยังมีคำถามอีกด้วยว่าหนังสือที่ซื้อเพิ่มเติมใหม่ 30% ในแต่ละปีนั้น ครูจะแจกให้กับนักเรียนคนใดจึงจะไม่เกิดประเด็นของความเหลื่อมล้ำเลือกที่รักมักที่ชัง   จริงอยู่ที่ปกติก็อาจมีการส่งตำราเรียนเก่าจากนักเรียนรุ่นต่อรุ่นอยู่บ้าง เช่นระหว่างพี่กับน้อง หรือสำหรับนักเรียนกลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์  แต่มีความจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องทำให้มาตรฐานของทั้งประเทศเฉลี่ยลดลงเช่นนี้

 

          จุดบอดประการที่สอง คุณภาพของเนื้อหาของตำราเรียนเมืองไทยถือว่าต่ำมาก เมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์ ดร.วิชัย  ริ้วตระกูล อาจารย์สาขาเคมีและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติท่านหนึ่ง ได้กล่าวในการประชุมขององค์กรทางการศึกษาระดับชาติแห่งหนึ่งว่า ท่านเป็นผู้ที่สนใจเรื่องตำราเรียนระดับชั้นประถมและมัธยมมาก และได้อ่านตำราของประเทศต่างๆ มาเป็นจำนวนมาก และพบว่า ตำราเรียนที่ท่านเห็นว่าดีที่สุดในโลกคือของประเทศสิงคโปร์ ที่ท่านเห็นว่า “ยอดเยี่ยม” ทั้งทางด้านเนื้อหาและรูปแบบ  ส่วนของไทยนั้น ท่านเห็นว่ามาตรฐานต่ำที่สุดในบรรดาของประเทศทั้งหลายที่ท่านนำมาเปรียบเทียบ บรรดาผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่ในที่ประชุมนั้นต่างก็เห็นด้วย  อาจารย์วิชัยฯ เน้นเป็นการเฉพาะว่าตำราวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของเรามีเนื้อหาผิดๆ และล้าสมัยหลายสิบเปอร์เซ็นต์ในแต่ละวิชา  -ฟังแล้วถึงกับอึ้ง   ในขณะที่ผู้รู้ทั้งหลายต่างพากันออกมาบอกว่า ดูเหมือนเราจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพของครู  และดูเหมือนเราจะมีปัญหาเรื่องสัมฤทธิผลของการเรียนของนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์    ผู้เขียนมีความเห็นร่วมกับท่านอาจารย์วิชัยฯ ว่า หากเรามีตำราดีๆ ไว้เป็นหลักเสียอย่าง ก็จะประกันเรื่องคุณภาพได้ระดับหนึ่ง เพราะเด็กหัวดีๆ แค่อ่านตำราก็จะสามารถเรียนรู้ได้เอง อีกทั้งยังอาจสอนเพื่อนๆ ได้อีกด้วย  และแม้คุณภาพครูอาจจะมีปัญหา แต่ถ้าตำราดี ก็ยังอาจเป็นเครื่องนำทางให้ครูสอนตามเนื้อหาได้จนครบถ้วน  แต่ถ้าหากเรามีปัญหาทั้งครูทั้งตำราเรียนเช่นนี้ ก็น่าเศร้าใจว่าจะเหลือหลักที่พึ่งด้านคุณภาพได้ที่ใดบ้าง  โดยปกติหลักสูตรและเนื้อหาของตำราในชั้นเรียนต่างๆ ถูกกำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งหมายความว่ามาตรฐานทางวิชาการสำหรับเด็กไทยได้ถูกกำหนดไว้โดยอัตโนมัติในเนื้อหาของตำราโดยกระทรวงศึกษาธิการของไทยว่าจะต้องต่ำกว่าของต่างประเทศ  สิ่งที่สำนักพิมพ์ต่างๆ ทำเสริมขึ้นมาบ้าง ก็คือจัดให้มีเนื้อหาเพิ่มเติมบางส่วนที่อาจดูรูปแบบมาจากตำรามาตรฐานในต่างประเทศ โดยรวบรวมเนื้อหาเหล่านี้มาพิมพ์ในหนังสืออีกประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่า “หนังสือเสริม”  ซึ่งอาจปรากฏในรูปของ หนังสืออ่านประกอบการเรียน  คู่มือ  แบบฝึกหัด  หรือ คู่มือการทดลอง เป็นต้น  ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา นับว่า “หนังสือเสริม” เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ รวมทั้งเป็นแหล่งความรู้เพิ่มเติมที่พอจะช่วยพยุงคุณภาพของการศึกษาของไทยได้อีกทางหนึ่ง  หนังสือเสริมบางเล่มมีเนื้อหาที่ดีกว่าตำราหลักด้วยซ้ำไป  -- ถ้าจะว่ากันให้เป็นธรรม จุดบอดประการนี้ มีมาแต่เดิมแล้ว และไม่น่าจะเกี่ยวกับนโยบายเรียนฟรีฯ นี้แต่อย่างใด  แต่ถ้าท่านอ่านต่อไปในประการที่สาม จะเห็นว่าเรื่องนี้มีอันได้เข้ามาเกี่ยวข้องกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

          จุดบอดประการที่สาม ปกติหนังสือหรือตำราที่นักเรียนจะมีโอกาสได้ใช้เพื่อการเรียนรู้นั้น จะมีอยู่ด้วยกันสามกลุ่ม  ได้แก่ กลุ่มแรกคือตำราเรียนหลักที่เด็กทุกคนพึงจะต้องมี   กลุ่มที่สองคือตำราและแหล่งความรู้เพิ่มเติมที่มีอยู่ในห้องสมุด  และกลุ่มที่สาม คือ “หนังสือเสริม” ประเภทที่กล่าวข้างต้น  ก่อนโครงการเรียนฟรีฯ นักเรียนส่วนใหญ่จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้ทั้งสามกลุ่ม โดยสำหรับกลุ่มที่หนึ่งกับกลุ่มที่สาม คุณครูก็จะสั่งให้นักเรียนไปจัดซื้อจัดหามาใช้ในการเรียน  ปัญหาที่เกิดขณะนี้ขึ้น ก็คือ ตามนโยบายเรียนฟรีฯ นั้น รัฐบาลจัดงบประมาณให้เฉพาะหนังสือในกลุ่มที่หนึ่งกับกลุ่มที่สอง โดยใช้ราคาตั้งขององค์การค้าคุรุสภาแล้วหั่นลงมาอีก 20% ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญของปัญหานี้  นั่นคือ การที่รัฐบาลจัดงบประมาณให้ซื้อเฉพาะตำรากลุ่มที่หนึ่งกับกลุ่มที่สอง นั้นหมายความอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่า แหล่งความรู้ของนักเรียนในประเทศไทยได้หายไปอย่างมากจากการที่ไม่มีโอกาสใช้ตำรากลุ่มที่สาม  บรรดาคุณครูทั้งหลาย ต่างก็ไม่กล้าสั่งให้นักเรียนไปซื้อหาหนังสือกลุ่มที่สามมาเพิ่มเติม เนื่องจากมีความเกรงกลัวว่าจะกระทำตัวขัดกับนโยบายรัฐบาล แต่พลันที่ความจริงนี้ปรากฏในสื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจุรินทร์  ลักษณวิสิษฎ์  ก็ออกมาอธิบายว่า คงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะครูสามารถสั่งให้เด็กนักเรียนซื้อตำราเพิ่มเติมได้  แต่คำอธิบายเช่นนี้ น่าจะขัดกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ เอง จะตีฆ้องร้องป่าวทุกวาระที่กระทำได้ว่าได้ประสบความสำเร็จโดยทำให้เกิดการเรียนฟรีที่แท้จริง โดยไม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องควักกระเป๋าเลยแม้แต่บาทเดียว  แต่ที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลที่แท้จริงที่ผู้เขียนได้สอบถามจากร้านจำหน่ายตำราหลายแห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดพบว่า ยอดจำหน่ายของหนังสือในกลุ่มที่สามนี้ลดลงอย่างมาก  ถ้าถามว่าลดลงสักเท่าไร คำตอบที่ร้านค้าหลายแห่งให้ก็คือ ลดลงไปเหลือแค่หนึ่งในสิบเท่านั้นเอง ที่เหลือต้องส่งคืนสำนักพิมพ์หรือร้านขายส่งหมด  แม้แต่หนังสือเสริมง่ายๆ แต่ถือว่าจำเป็น เช่น พจนานุกรมภาษาต่างๆ ปีนี้ขายเกือบจะไม่ได้เลย ซึ่งในขณะที่พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์อาจเป็นของเล่นราคาแพงสำหรับเด็กในเมืองแต่พจนานุกรมสิ่งพิมพ์พื้นฐานอาจเป็นที่พึ่งหลักเท่าที่พอจะหาได้ของเด็กในพื้นที่ห่างไกล  .... ครับ เหลือแค่หนึ่งในสิบ  ซึ่งหมายความว่า หายไปเก้าส่วนในสิบส่วน ....  ซึ่งหมายถึงแหล่งความรู้ที่หายไปจากระบบการศึกษาของเด็กไทยตามโครงการเรียนฟรีที่อ้างว่า “อย่างมีคุณภาพ” นี้

 

          คงไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่า การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาติสักแค่ไหน  โดยเฉพาะในขณะที่ทุกดัชนีบ่งชี้ต่างแสดงว่าคุณภาพการศึกษาของไทยกำลังดิ่งลงเหวทุกระดับชั้นอยู่เช่นนี้  ลำดับความสำคัญของการแก้ปัญหาควรจะเน้นมาที่การยกระดับคุณภาพเป็นประเด็นหลัก  การที่รัฐบาลมุ่งจะให้การศึกษาเป็นประชานิยมอาจนับว่าเป็นเรื่องที่ดีในด้านการสร้างความเท่าเทียมและการกระจายโอกาส  แต่หากประชานิยมโดยคิดไม่หมดจดครบถ้วนทางด้านคุณภาพก็จะเป็นเรื่องอันตรายสำหรับอนาคตของชาติ   ทั้งนี้ จะเห็นว่าตัวบ่งชี้ต่างๆ ของการทุ่มเงินเข้ามาในระบบการศึกษาตามแผนปฏิบัติการ “ไทยเข้มแข็ง” ซึ่งใช้เงินมาทุ่มเทแบบไม่ลืมหูลืมตานั้น ดูจะเน้นแต่ปริมาณเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นตัวเงินต่างๆ ที่ส่งเข้าระบบการเรียนฟรี  การเพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำหนดจากสัดส่วนหนึ่งเครื่องต่อนักเรียนสี่สิบคนเป็นต่อสิบคนในขณะที่แหล่งเรียนรู้โดยสื่อคอมพิวเตอร์ก็ยังขาดแคลน  การเพิ่มจำนวนครูอย่างเร่งด่วน  หรือแม้แต่การมุ่งสักแต่ว่าให้มีหนังสือไปแจกอย่างในกรณีนี้  ล้วนเป็นกระบวนคิดที่ใช้มติปริมาณ ซึ่งหากแปลเป็นรูปธรรมแล้วจะหมายถึงการใช้การจัดซื้อจัดหาเป็นหลัก เป็นตัวนำ ทั้งสิ้น

 

          และก็การจัดซื้อจัดหานั่นแหละ ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญที่กำลังทิ่มแทงรัฐบาลนี้อยู่อย่างรอบด้าน

 

 

 

คู่มือ คู่คิด พิชิต แอดมิสชั่นส์..แจกฟรี

 

 

 

รับตรง เรียนต่อ ขอทุนวิศวะ..แจกฟรี

 

 

 

อยากเป็นหมอ ไม่ต้องรอชาติหน้า..แจกฟรี

 

 

 

คู่มือสอบตรง ทุกมหาวิทยาลัย ทุกเดือน ที่นี่

 

 

ชุมชนการศึกษาออนไลน์ อันดับ 1

 

 

 

ศูนย์ข่าวการศึกษา ที่เป็นมากกว่า การศึกษา

 

 

 

ทุนการศึกษาดีดี มีทั่วโลก

 

 

 

ช้อปปิ้ง การศึกษา ออนไลน์

 

 

 

หนังสือออนไลน์ เพื่อคนการศึกษา

 

 

 

ชุมชน เพื่อนเพื่อเพื่อน ออนไลน์

 

 

โปรแกรมช่วยแอดมิสชั่นส์ ไม่ให้พลาด

 

 

 

 



โดย Future Career ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 15 ธ.ค. 52 14:46 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 12,006 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 12,006 ครั้ง ตอบ 2 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย Papavirat Kedmanee
IP : 223.206.124.***
a teacher just a small part..the head is a school administration ..a school director and their staff...
They don't admired the others and always against!~! and look down on the others!!!sad!!!

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



ร่วมเป็นเพื่อน
Eduzones Social Network ที่นี่
Facebook Twitter Youtube

SUBSCRIBE TO EDUZONES.COM

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

TOP OF THE WEEK


คำฮิต

โรงเรียน7 วิชาสามัญ , enn gat pat 57 , open house ,Asean , twitter , เด็ก กยศ , กสพท , เกมคณิตศาสตร์ , เกมคิดเลข , อาเซียน , เกมส์คิดเลข , ขยายเวลา , ข่าวการศึกษาต่างประเทศ , ม.ต้น ,ข่าวอาเซียน , ค้นหาตัวเอง , ค่าย , คำขวัญวันเด็ก , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ของเล่นเคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , ทุนการศึกษา , แท๊บเล็ต คาถาชินบัญชร ประชาคมอาเซียน , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประวัติวันครู , เฟสบุ๊ค , ม.ทักษิณ , อาเซียน 10 ประเทศ , ม.รังสิต 57 , มมส 57 มศว. , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มหาวิทยาลัยพะเยา , รับตรง เกษตรศาสตร์ 57 , รับตรง มข 57 , ประกาศผลสอบ Admissions 57ประถมศึกษารับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลวันตรุษจีน , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง , อ.วิริยะ , เว็บโรงเรียนตัวอย่างงานวิจัย,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บสำเร็จรูป , เว็บหน่วยงาน , ทำเว็บฟรี , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , รายชื่อโรงเรียนทั่วประเทศ , โครงงานวิทยาศาสตร์ , สารสนเทศโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT  , วันช้างไทย , วันสตรีสากล , MH370 , เครื่องบินตก  , ประกาศผลเภสัช ม.ศิลปากร , วันสงกรานต์GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , บัตรสอบ , เอเชียศึกษา , วันโกหก , April fool's day , วันจักรี , วันเลิกทาส , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ.Admission 57 , วันคุ้มครองโลก

คำค้นหา

สอบตรง , อาเซียน , มหาวิทยาลัย ,โรงเรียน , ศึกษาต่อ , asean , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ประชาคมอาเซียน, ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ข่าวอาเซียน วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , ประวัติอาเซียน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , รถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, AEC, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวประชาสัมพันธ์, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมขุดทอง , เกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ประกาศผลสอบ Admissions 57 , เว็บไซต์โรงเรียน,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  สารสนเทศ , วันวาเลนไทน์ , นิทาน , กสพท , วันศิลปินแห่งชาติ , รับตรง ม.เกษตร 57โทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT , วันช้างไทย , วันสตรีสากล , MH370 , เครื่องบินตก , ประกาศผล O-NET ม.6 , เภสัช ม.ศิลปากร , วันสงกรานต์ , บัตรสอบ , GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557เอเชียศึกษา , อักษร ศิลปากร , วันโกหก , April fool's dayวันออมสินวันข้าราชการพลเรือนวันจักรีวันอนุรักษ์มรดกไทย , วันเลิกทาส , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ. , Admission 57

เรื่องมาใหม่