เส้นทางก่อนประสบความสำเร็จของ ผู้กำกับมากฝีมือ "ย้ง ทรงยศ"

ลบ แก้ไข
 
เส้นทางก่อนประสบความสำเร็จของ
ผู้กำกับมากฝีมือ "ย้ง ทรงยศ"




 

ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์  จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ (แผนการเรียน วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เอกชีววิทยา) ช่วงม.ปลายพี่ย้งไม่ได้ตั้งใจเรียนเท่าที่ควรจึงได้เกรดออกมาไม่ดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาชอบมาตลอดในตอนนั้นก็คือ การถ่ายภาพ ทำให้อยากจะเรียนทางด้านนิเทศ แต่ก็ไม่กล้าสอบเข้าเพราะเรียนในสายวิทย์มาตลอด ทำให้เมื่อต้องสอบเอนทรานซ์ในตอนนั้นเลือกสอบบริหาร วิศวะ แต่ก็สอบไม่ติด เขารู้สึกเคว้งคว้าง หมดหวังเพราะเป็นคนเดียวในกลุ่มที่สอบไม่ติดในขณะที่เพื่อนสอบติด แพทย์ วิศวะ บริหารตามที่หวังกันหมด
 
 
เส้นทางก่อนประสบความสำเร



 หลังจากตั้งหลักได้เขาก็ไปสมัครเรียนที่ Abac คณะบริหารธุรกิจ แต่การเข้าไปเรียนได้เพียงปีเดียวก็ทำให้เขารู้ว่ามันทรมานเกินไป เขาไม่ชอบภาษาอังกฤษในหลักสูตรภาคบังคับ ไม่ชอบวิชาบริหารที่ต้องเรียนทุกๆวัน สุดท้ายเขาก็หยิบหนังสือสอบเอนทรานซ์ขึ้นมาอีกครั้ง และลองปรึกษาครอบครัว เพื่อเดินตามทางที่ชอบอีก 4 ปีในชีวิตนักศึกษาของเขา
 
 
เส้นทางก่อนประสบความสำเร



เขาสอบติดที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาพยนตร์ เขาได้เรียนถ่ายภาพตามความฝันที่คิดไว้ และเมื่อเรียนจบก็เลือกทำงานเป็นตากล้องให้กับบริษัทต่างๆ จนกระทั่งได้มีโอกาสเป็นผู้ช่วยผู้กำกับที่ฟีโนมีน่า และได้เริ่มกำกับหนังเรื่องแรกเป็นหนังสั้นชื่อ "ด.เด็ก ช.ช้าง" ส่งประกวดที่มูลนิธิหนังไทย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นก้าวแรกที่ดีไม่น้อยในเส้นทางผู้กำกับของเขา
 
แต่เมื่อกำลังจะได้เป็นผู้กำกับหนังเต็มตัวที่ฟีโนมีน่า พี่เก้ง (จิระ มะลิกุล) ก็มาชวนทำ "แฟนฉัน" ภาพยนตร์ที่สร้างประวัติศาสตร์ในการทำงานอย่างมากของเขา เขาได้ร่วมกำกับกับเพื่อนอีก 6 คน ซึ่งในตอนแรกเขาก็กดดันและคิดว่าตัวเองไม่เก่งเลยเมื่อเทียบกับคนอื่นๆที่สนใจและฝึกด้านกำกับหนังมาตลอด ในขณะที่เขาเป็นตากล้อง “เราเป็นตากล้องแล้วจะอยู่ตรงนั้นได้ไง มันต้องอาศัยความทุ่มเท พยายามและตั้งใจให้มากๆ พวกนั้นมีพรสวรรค์ เราต้องทำมากกว่าเขาเพื่อให้ได้เท่าเขา
 
 
เส้นทางก่อนประสบความสำเร


ซึ่งด้วยความพยายามและทุ่มเทสุดตัว ก็ทำให้แฟนฉัน กลายเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดัง ได้รับการตอบรับอย่างดีจนกลายเป็นประวัติทางวงการภาพยนตร์และส่วนหนึ่งในช่วงชีวิตที่สำคัญอย่างมากของย้ง ทรงยศ และตามมาด้วยภาพยนตร์ที่มาจากช่วงชีวิตในหอพักประจำสมัยอยู่ช่วงมัธยมของเขา คือ เด็กหอซึ่งก็ได้กระแสตอบรับอย่างดี และเป็นอีกผลงานที่ท้าทายจากการเปลี่ยนแนวในการทำภาพยนตร์เรื่องแรกอย่างแฟนฉัน

ย้ง ทรงยศ ได้ผลิตผลงานภาพยนตร์ออกมามากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลงานคุณภาพ สะท้อนเรื่องราวของวัยรุ่นและสังคมมากมาย จนมาถึงผลงานที่สร้างกระแสในยุคได้อย่างมหาศาล สำหรับซีรีส์วัยรุ่น ที่นำเสนอเรื่องราวของวัยรุ่นในยุคนี้ได้แรงและตรงประเด็นอย่าง ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ทั้ง 3 ซีซั่น ที่การันตีความทุ่มเทและฝีมือของเขาคนนี้ได้เป็นอย่างดี 
 
 เส้นทางก่อนประสบความสำเร


และล่าสุดกับการลองทำซีรีส์ในแนวที่แปลกใหม่สำหรับย้ง ทรงยศ I love you L hate you ในแนว suspense thriller ก็ยังคงสร้างกระแสได้อย่างดีมากอีกเช่นกัน แม้จะเป็นแนวทางที่เขาไม่ถนัดและไม่เคยทำมาก่อน แต่ผู้กำกับมากฝีมือคนนี้ก็เลือกที่จะเรียนรู้และทดลองอะไรใหม่ๆเสมอ 


และการกลับมาอีกครั้ง ย้งลองเปิดประตูสู่โลกของ ‘ละคร’ ที่เขาไม่เคยย่างเท้าเข้าไป ก่อนจะพบว่าโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้กลับมีสิ่งที่เขาสนใจ ไม่ต่างกับโลกของภาพยนตร์และซีรีส์ที่เขาช่ำชอง สิ่งที่เรียกว่า ‘ความเป็นมนุษย์’ อย่าง เลือนข้นคนจาง ที่กลายเป็นกระเเสโด่งดัง กับการไขปริศนา 'ใครฆ่าประเสริฐ' 
 


 

 "ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดการแสวงหาสิ่งใหม่ จะไม่มีจุดสูงสุดสำหรับเรา มันจะมีสิ่งที่เรายังสนุกเรื่อยๆ ท้าทายเราไปเรื่อยๆ และทำให้เราทะเยอทะยานไปเรื่อยๆ" นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่เคยหยุดอยู่ที่เดิม และยังคงมีผลงานที่ออกมาสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการภาพยนตร์ได้เสมอมา
 

เส้นทางก่อนประสบความสำเร


ตลอดเส้นทางของผู้กำกับมากฝีมือคนนี้ อาจจะดูเหมือนว่ามีแต่ความสำเร็จและก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่กว่าจะถึงจุดนี้เขากลับบอกว่าเขาพบกับความยากลำบากมามากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ "ทุกคนรู้ว่าพี่จบนิเทศจุฬา แต่ทุกคนอาจไม่เคยรู้ว่าพี่เอนฯ ไม่ติด ไม่เคยรู้ว่าในช่วงเวลาที่เอนฯ ไม่ติดแย่แค่ไหน"

      ซึ่งจากวันที่เขาผิดหวังและล้มเหลว จนมาถึงวันที่ประสบความสำเร็จมันทำให้เห็นว่า "วันที่เราผิดหวัง ไม่ได้ไปตามทางที่อยากไป โดยที่เราพยายามเต็มที่แล้ว ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ลองคิดดีๆ ว่าต้องมีสิ่งที่ดีกว่านี้รอเราอยู่ข้างหน้า มันจะมีสิ่งที่ดีกว่านี้รอเราอยู่ข้างหน้าจริงๆ"
 
 



loading...


โดย P'Goon Eduzones ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 7 ม.ค. 62 14:29 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 688 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 688 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง