ก้าวสู่เศรษฐกิจ ฐานบริการ

ลบ แก้ไข

โดยพิสิทธิ์ พิพัฒน์โภคกุล

(A Shift from Manufacturing to Service Based Economy)

ในสังคมเมืองไทยยุคปัจจุบัน แน่นอนว่า กลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่สุดของคนไทยก็มีอาชีพเกษตรกรรม ที่มีกระจายทั่วทั้งประเทศไทยในภูมิภาคต่างๆ

แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ระบบทุน ระบบอุตสาหกรรมก็จะเข้ามาแทนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สังเกตได้จากพฤติกรรมการศึกษาและการทำงานของลูกหลานเกษตรกรก็ย่อมวิ่งเข้าสู่เมืองหลวงหรือหัวเมืองใหญ่ๆ ในภูมิภาคของตน

ระบบทุน ระบบสังคม ระบบธุรกิจ เติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ และยังจะเติบโตขึ้นไปอีกใน 5 ปี ข้างหน้า สังเกตได้จากมีคอนโดขึ้นมากมาย ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า หรือ Super Store ขึ้นทุกหัวระแหง

หากเรามองเศรษฐกิจฐานการผลิต (Manufacturing Based Economy) นั้น เรายังเป็นฐานการผลิตสินค้าสำคัญๆของโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยานยนต์ กลุ่มไอที-อิเล็กทรอนิคส์ หรือ กลุ่มอาหาร เมืองไทยก็ยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก

ธุรกิจยานยนต์ เมืองไทยมียอดผลิตยานยนต์รวมปี 2556 ทั้งปีอยู่ที่ 2.49 ล้านคัน เป็นอันดับ 9 ของโลก พร้อมตั้งเป้าจะผลิตได้ 2.6 ล้านคันในปี 2557 นี้

ธุรกิจไอที-อิเล็กทรอนิคส์ ของประเทศไทยก็มีกำลังการผลิตอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก

ธุรกิจอาหาร เราก็ยังเป็นครัวของโลก ไม่ว่าจะมีข้าวจำหน่ายเป็นจำนวนมากแล้ว อาหารสำหรับผู้คนอย่าง ไก่ สุกร อาหารทะเล พืชผัก เราก็ยังส่งออกอยู่ในกลุ่มของผู้นำของโลกอีกด้วย

แต่กระนั้น พื้นฐานอุตสาหกรรมการผลิตมีองค์ประกอบหลักๆ ก็คือ

1. คน

2. เครื่องจักร

3. วัตถุดิบ

4. กระบวนการและเทคโนโลยีการผลิต

 

ซึ่งเมืองไทยมีดีตรง เป็นแหล่งวัตถุดิบอาหาร และมีกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิคส์ อยู่ภายในประเทศไทย และรอบๆประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

เรื่องเครื่องจักร กระบวนการและเทคโนโลยีการผลิต ประเทศใด บริษัทใด ก็สามารถเลือกซื้อได้เหมือนกัน หรือพัฒนาได้ตามกำลังของตนเอง

สิ่งที่จะวัดกันก็คือ “คน” หากพูดถึงเรื่องคน ก็จะวัดกันตรงที่ ฝีมือ ความขยันและค่าแรง

ทั้ง 3 ปัจจัยนี้ เมืองไทยยังเป็นจุดอ่อนอยู่ หากเปรียบเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้านในกลุ่ม AEC ด้วยกัน

อาทิ เช่น เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ประเทศเหล่านี้ก็มีค่าแรงถูกกว่าเรา รวมทั้งยักษ์ใหญ่อย่างจีน ด้วย

จึงเป็นการยากมาก ที่ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเติบโตสูงขึ้นไปอย่างมากอีกในด้านการผลิต

แต่เป็นไปได้ ที่ ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเติบโตสูงขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดในด้านการบริการ ที่เรียกว่า Service Based Economy เราจะเห็นได้จากตัวอย่างประเทศชั้นนำอย่างอเมริกาที่เติบโตมาจากภาคการผลิต และกระจายให้ประเทศที่มีค่าแรงต่ำกว่าผลิต โดยตนเองควบคุมคุณภาพทำการวิจัย พัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่และสร้างแบรนด์ ทำให้ย้ายฐานการผลิตไปที่อเมริกาใต้และจีนกันมากมาย

หากดูจากสถิติที่แสดงเปอร์เซนต์ของแรงงานในภาคการผลิตและบริการ เปรียบเทียบกันตั้งแต่ปี 1960 ถึง 2010 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ดังภาพ

ที่มารูปภาพ : http://www.nytimes.com

 

จะพบว่าอัตราการลดลงของจำนวนแรงงานด้านการผลิตที่มีอยู่เกือบ 30% ในปี 1960 ลดลงเหลือ 14% ของแรงงานทั้งหมดในปี 2010

อัตราเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานด้านการบริการที่มีอยู่ประมาณ 60% เศษ ในปี 1960 เพิ่มขึ้นเป็น 86% ของแรงงานทั้งหมดในปี 2010

บริษัทที่มีจำนวนพนักงานมากที่สุด 5 อันดับแรกในปี 1960 คือ

GM มีพนักงาน 595,200 คน

AT & T มีพนักงาน 580,400 คน

FORD มีพนักงาน 260,000 คน

GE มีพนักงาน 260,000 คนคน

U.S. Steel มีพนักงาน 225,100 คน

 

 

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทภาคการผลิต แต่พอมาปี 2010 บริษัทที่มีจำนวนพนักงานมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ

Walmart มีพนักงาน 2,100,000 คน

Kelly Service (บริษัทจัดหางาน) มีพนักงาน 538,000 คน

IBM มีพนักงาน 426,751 คน

UPS มีพนักงาน 400,600 คน

Mcdonald มีพนักงาน 400,000 คน

 

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภาคบริการทั้งสิ้น

IBM และ GE เปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการผลิตมาเป็นภาคบริการอย่างเต็มตัว

เหตุผลที่ สังคมยุคปัจจุบันมีแนวโน้มการเปลี่ยน เศรษฐกิจฐานผลิตมาเป็น เศรษฐกิจฐานบริการนั้น ก็คือ

1. ค่าแรงที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง

2. เศรษฐกิจฐานบริการ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่ามาก ทำให้เกิดการขยายตัว เติบโตได้รวดเร็ว

 อ่านต่อ

 



loading...


โดย IMPRESSION ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 14 พ.ย. 57 13:29 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 597 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 597 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement