เปิดใจ”พี่พัทธมน”สาวนิติคนเก่ง

ลบ แก้ไข

สวัสดีค่ะน้อง ๆ ก่อนอื่นพี่ขอแนะนำตัวก่อนนะ พี่ชื่อ พัทธมน พิสิฐบัณฑูรย์ เป็น  Young Thai IP Law Ambassador 2007-2008 พึ่งจบจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตอนนี้ได้มีโอกาสทำงานกับสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย

                ก่อนเข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์ จุฬา (ฬ) พี่เรียนมอต้นปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดม สายศิลป์-คำนวณ พอมอ 5 พี่ได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่ไอดาโฮ อเมริกา กลับมาตอนมอ 6 เรียกว่าแทบตาย เรียนที่โรงเรียนก็แทบไม่ทัน แล้วจะสอบเอ็นท์รอบแรกอีกใน 2-3 เดือน (ระบบเอ็นท์พี่เป็นรุ่นโบราณรุ่นสุดท้ายหรือก่อนสุดท้ายประมาณนั้น) แต่เรียกว่าโชคดีที่วางแผนล่วงหน้าคือเรียนเลขก่อนไป และพอกลับมาก็มีเพื่อนคอยช่วยติว ก็เลยผ่านช่วงนั้นมาได้ ตอนเตรียมตัวเข้ามหาลัยนอกจากเลขแล้วพี่ก็ไม่ได้เรียนพิเศษอะไร ไม่ชอบเรียนพิเศษ ใช้ความรู้ที่ได้ในห้องเรียนบวกกับการอ่านหนังสือเรียนก็พอ โชคดีที่คะแนนรอบแรกถึงมหาลัยที่ต้องการอยู่แล้ว รอบ 2 พี่เลยไม่เครียดมาก ตอนนั้นเลยเป็นช่วงที่มีความสุขเอามาก ๆ ไปโรงเรียนทุกวัน ไม่โดดไปอ่านหนังสือที่ไหนเพราะอยากอยู่โรงเรียนให้มากที่สุดก่อนที่จะจบ

สำหรับน้อง ๆ ที่มีความสนใจที่จะฝากชีวิตไว้ที่ ฬ ให้พี่พูดตรง ๆ เลยก็คือ เรียนหนัก อ่านหนังสือเยอะ โดยเฉพาะถ้าเป็นสายธุรกิจและระหว่างประเทศแล้ว บางวิชาต้องอ่านตำราภาษาอังกฤษเยอะมาก ส่วนสายแพ่ง-อาญาตำราเรียนแม้เป็นภาษาไทยแต่ก็เล่มหนามาก เรียกว่าอ่านก็หนัก แบกหนังสือก็หนักอีกตังหาก ดังนั้นสำหรับน้อง ๆ ที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่นัก พี่ว่าถ้าเข้ามาเรียนที่นี่ ก็ต้องมีการปรับต้องอย่างแรง นอกจากนั้นแม้ว่าเรียนจบไปแล้วก็ใช่ว่าจะทิ้งตำราได้ ยังมีการสอบตั๋วทนาย สอบเนติบัณฑิต และสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาซึ่งเรียกว่ายากมาก ๆ ส่วนคนที่อยากทำงานเอกชนบริษัทกฎหมายต่าง ๆ ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ตลอดเวลาที่อยู่ในรั้วมหาลัย ทิ้งภาษาอังกฤษไม่ได้เลย

แต่อย่าพึ่งหมดกำลังใจไป!!!! การที่เราเรียนหนักก็มีผลตอบแทนเหมือนกัน คือสิ่งที่เราเรียนเรียกว่าเป็นวิชาชีพ เฉพาะคนที่เรียนนิติศาสตร์เท่านั้นที่จะมีวิชาชีพนักกฎหมายได้ เรียกว่าคนอื่นมาแย่งเราทำงานไม่ได้ (แต่เราอาจไปแย่งงานคนอื่นได้) พี่มองว่าเส้นทางของนักกฎหมายดูหลากหลาย และแต่ละสายก็มีจุดหมายปลายทางที่สวยงาม คนที่เก่งแพ่ง-อาญาก็ไปเป็นผู้พิพากษาอัยการซึ่งมีเกียรติมาก เรียกว่าเป็นความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูล บางคนก็ไปทำงานใน Law firm ซึ่งเงินเดือนก็ดีมาก บางคนก็ไปเป็นนักวิชาการมีชื่อเสียงระดับประเทศ บางคนก็ไปทำงานองค์การระหว่างประเทศ บางคนก็รับราชการ หรือบางคนก็ไปเป็นนักการเมือง ถ้าน้องดูให้ดีนายกรัฐมนตรีของเราหลายคนก็จบนิติศาสตร์

มีคนบอกว่าเรียนนิติศาสตร์ต้องท่องจำเยอะ จำมาตราจำตัวบท พี่ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงแต่ไม่ทั้งหมด การจำเลขมาตราได้ไม่ได้หมายความว่าเราจะสอบผ่าน และแม้ว่าจะจำไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้ A เราเน้นกันที่เหตุผล ใครเหตุผลดีแม้ตอบไม่ถูกธง ก็อาจได้คะแนนดีกว่าคนที่ตอบถูกธงแต่ไม่มีเหตุผล พี่ว่าความเข้าใจน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนนิติศาสตร์ แม้จำได้ตอนนี้ในอนาคตก็อาจลืมก็ได้ เพราะเรื่องที่เรียนมีเยอะมาก แต่ถ้าเข้าใจไม่ว่าจะอีกกี่สิบปี เราก็ยังเข้าใจอยู่อย่างนั้น สำหรับน้อง ๆ ที่อยากเรียนนิติศาสตร์ก็อาจสำรวจตัวเองว่าเราชอบอ่านชอบเขียนรึเปล่า เพราะทักษะการเขียนเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการตอบข้อสอบ ดูเรื่องการให้เหตุผล ตรรกศาสตร์ การอ่านจับใจความ การแยกประเด็นและการสรุปความ รวมทั้งสำรวจดูว่าเราชอบเรียนรู้สิ่งใหม่รึเปล่าเพราะถ้าน้องสนใจในศาสตร์นี้แล้ว น้องต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตเนื่องจากทุก ๆ วันมีกฎหมายใหม่คำพิพากษาใหม่ออกมาซึ่งอาจกลับหลักเดิมได้ขึ้นอยู่กับเหตุผลและความต้องการของสังคม

ส่วนน้อง ๆ ที่เรียนนิติศาสตร์อยู่แล้วและมีความสนใจในโครงการ Young Thai IP Law Ambassador Award โครงการนี้แบ่งเป็น 2 รอบ คือรอบเขียนบทความและรอบว่าความ รอบเขียนบทความนั้นส่วนที่ยากคือวางแผนว่าเขียนอย่างไรจึงจะทำให้กรรมการประทับใจในจำนวนคำที่จำกัดมาก ความรู้ในกฎหมายเรียกว่ามีส่วนที่สำคัญแต่ที่ยากและตัดสินกันจริง ๆ น่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์มากกว่า ส่วนรอบว่าความนั้นส่วนที่ยากสำหรับพี่คือความกดดัน การที่ต้องว่าความต่อหน้าผู้พิพากษาจริง ๆ ในศาลจริง ๆ แถมใส่เสื้อครุยอีก กดดันมาก แต่ผลประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการนี้เรียกว่ามหาศาล การแข่งขันทำให้พี่ได้เข้าใจกฎหมายมากขึ้น เห็นภาพรวมของกระบวนการในศาล การไปทัศนศึกษาดูงานและฝึกงานที่สหราชอาณาจักรเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในกฎหมาย IP และการใช้กฎหมาย IP พี่อยากให้ทุกคนเปิดโอกาสให้ตัวเอง ลองส่งบทความเข้าแข่งขันกันมาก ๆ โอกาสดี ๆแบบนี้มีปีละครั้งนะคะ

สำหรับอนาคตพี่คิดว่าจะทำงานต่ออีกสักพักเพราะกำลังสนุกกับงาน มีอะไรให้เรียนรู้ทุกวัน และถ้าผลการตรวจร่างกายและสุขภาพจิตผ่านก็คงไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะได้ทุน ก.พ. ค่ะ

 

 

loading...


โดย mr.sk@inter ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 22 ต.ค. 51 14:05 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 10,449 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 10,449 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง