
วันนี้ขอแนะนำมหาวิทยาลัยชั้นนำของต่างประเทศให้รู้จักกันครับ ไม่ได้อยู่ไกลถึงยุโรป อเมริกา แต่เป็นดินแดนจิงโจ้ ออสเตรเลียนั่นเอง ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นประทเศที่มีนักเรียนไทยไปเรียนมากที่สุดในบรรดา Education Destination หรือ แหล่งเรียนอินเตอร์ชั้นนำทั่วโลก เพราะจากแหล่งข่าวจาก สำนักงานการศึกษาออสเตรเลียแห่งนานาชาติ หรือ AEI ประจำประเทศไทยแจ้งกับผู้เขียนว่า ปีหนึ่ง ๆ มีนักเรียนไทยไปเรียนที่ออสเตรเลียนับหมื่นคน
Australian National University ตั้งอยู่ในเมืองหลวงคือ Canberra อยู่ไม่ไกลจาก นครที่ดัง และใหญ่ที่สุดอย่าง Sydney เท่าใดนัก ใช้เวลาขับรถประมาณ 3 ชั่วโมง คิดเป็นระยะทางก็ 288 ก.ม. เป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักเรียนจากทั่วโลกมาเรียนมากถึง 94 ประเทศทีเดียว อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็น Worlds oldest scientific academy โดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ยังมี Campus ย่อยอีกหลายแห่งคือ 1.Mt Stromlo Observatory (west of Canberra) 2.Siding Spring Observatory (near Coonabarabran, western New South Wales (NSW)) 3.North Australia Research Unit (Darwin, Northern Territory) 4.Kioloa (coastal campus near Bawley Point, on the NSW South Coast)
มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียนั้น ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1946 โดยรัฐบาลออสเตรเลีย ในฐานะเป็นมหาวิทยาลัยของประเทศที่ทุ่มเทในด้านการวิจัยเป็นหลัก อันปรากฏอยู่ในภารกิจของมหาลัยที่จะพัฒนาการวิจัยระดับหลังปริญาตรี เพื่อสนองตอบต่อและที่มีความเกี่ยวข้องกับสาขาที่มีความสำคัญต่อออสเตรเลียในด้านต่าง ๆ ในปี ค.ศ. 1960 มหาวิทยาลัยได้ขยายการเรียนการสอนให้ครอบคลุมระดับปริญญาตรี โดยควบรวมกับ Canberra University College
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยคงแยกการดำเนินงานของทั้งสองส่วนต่อไป โดยให้สถาบันการศึกษาขั้นสูง (Institute of Advanced Studies) เน้นการวิจัยและการศึกษาระดับหลังปริญญาตรีต่อไป และให้คณะต่าง ๆ จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้น ยังจัดตั้งวิทยาลัย และศูนย์ศึกษาเฉพาะทางขึ้นอีกหลายแห่งในภายหลังเช่นกัน มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียเป็นมหาวิทยลัยแห่งเดียวในประเทศที่มีธรรมนูญและโครงสร้าง ซึ่งกำหนดตามพระราชบัญญัติแห่งสภาเครือจักรภพ (Act of the Commonwealth Parliament) ซึ่งต่างจากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งอื่นที่จัดตั้งตามรัฐบัญญัติของแต่ละมลรัฐหรือสภามลรัฐเท่านั้น
โครงการการจัดหน่วยการเรียนการสอนและการศึกษาวิจัยของ ANU มีความซับซ้อนพอสมควรเนื่องมาจากประวัติศาสตร์การพัฒนาการของมหาวิทยาลัย เดิมทีมหาวิทยาลัยจัดการศึกษาเป็น 3 ส่วนหลัก คือ สถาบันการศึกษาขั้นสูง (บัณฑิตวิทยาลัยการวิจัยต่าง ๆ) คณะ และหน่วยการศึกษาอื่น ๆ (เช่น บัณฑิตวิทยาลัย ศูนย์วิจัย ศูนย์ศึกษาต่าง ๆ) อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยได้พยายามจัดหมวดหมู่หน่วยการเรียนการสอนและการวิจัยต่าง ๆ ทั่ว ANU ที่เน้นศึกษาและสอนในสาขาวิชาใกล้เคียงหรือในอาณาบริเวณศึกษาเดียวกัน ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายทั้งในสถาบันการศึกษขั้นสูง คณะ และหน่วยการศึกษาอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการประสานงานและร่วมมือกันในการดำเนินงานทางการศึกษาวิจัยในทุกระดับให้เป็นเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมต่อการแข่งขันในโลกปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดตั้งระบบสหวิทยาลัยขึ้น เพื่อเป็นหน่วยการบริหารงานที่นำเอาหน่วยการศึกษาวิจัยต่าง ๆ มาร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด
มหาวิทยาลัยจัดให้มีสถาบันการศึกษาชั้นสูง (Institutes of Advanced Studies) เพื่อสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัยในระดับหลังปริญญาตรี ประกอบด้วยบัณฑิตวิทยาลัยการวิจัย (Research School) และศูนย์ศึกษาต่าง ๆ 11 แห่ง
ปัจจุบันคณะต่าง ๆ จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีเป็นส่วนใหญ่ แต่บางคณะยังคงมีการเรียนการสอนและการวิจัยระดับหลังปริญญาตรีด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน นับตั้งแต่มีระบบวิทยาลัย ระบบคณะได้ถูกลดความสำคัญลง และถูกจัดให้อยู่ภายใต้หน่วยการเรียนการสอนของวิทยาลัยที่สังกัด เดิม ANU มีทั้งหมด 7 คณะ ได้แก่
1.คณะศิลปศาสตร์
2.คณะเอเซียศึกษา
3.คณะเศรษฐศาสตร์และการพาณิชย์
4.คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.คณะนิติศาสตร์
6.คณะวิทยาศาสตร์
7.คณะแพทยศาสตร์
การจัดอันดับโดยสถาบันต่าง ๆ ได้พิจารณาความสำเร็จทั้งในด้านวิชาการ การวิจัย การเรียนการสอน การยอมรับจากสังคมทั้งวงการวิชาการและตลาดแรงงาน และความพร้อมในการบริการการศึกษา ซึ่งผลการจัดอันดับ สามารถกล่าวได้ว่า มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของออสเตรเลีย และทั้งเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงชั้นแนวหน้าทั้งในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก และระดับระหว่างประเทศ ทั้งนี้แยกตามหน่วยงานที่ทำการจัดลำดับที่เป็นที่นิยมในการอ้างอิง ตัวอย่างเช่น
วารสาร ไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดอันดับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ของโลก ได้จัดอันดับมหาลัยมากกว่า 200 แห่ง ปรากฏว่า ANU ได้รับการจัดอันดับ 16 ตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปี 2007 ยกเว้นในปี 2005 อยู่ในอันดับที่ 23 ทั้งนี้ ในปี 2007 THES-QS ได้แยกอันดับในสาขาต่าง ๆ ซึ่ง ANU ได้รับอันดับ 19 ในสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ อันดับ 28 ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ อันดับ 39 ในสาขาเทคโนโลยี อันดับ 16 ในสาขาสังคมศาสตร์ และอันดับ 10 ในสาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์
นิตยสารนิวส์วีค (Newsweek) ในปี 2006 ได้จัดให้มหาวิทยาลัยอยู่ในอันดับที่ 38 จาก 100 อันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้จาก www.anu.edu.au
วันที่ 16 พฤษภาคม 2551 เวลา 22:29
โดย : Y.Chun-iL
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 118.173.99.xxx