ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

แวดวง Inter & etc.

ข่าวสาร เรื่องราวอินเตอร์ ทุนการศึกษา และอื่น ๆ

respond09 กรกฎาคม 2551

ฆ่าตัวตาย-โรคซึมเศร้า ในสังคมไทย

             รศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ฆ่าตัวตายในปัจจุบันในมุมมองของจิตแพทย์ แบ่งการฆ่าตัวตายออกเป็น 3 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ 1 ความคิดฆ่าตัวตาย คิดอยากตาย หรือคิดถึงเรื่องอยากตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีไม่น้อยในสังคม แต่ไม่ถือว่ามีความผิดปกติหรือถึงขั้นต้องช่วยเหลือ แต่มีบางกรณีเท่า นั้นที่การคิดฆ่าตัวตายต้องให้ความช่วยเหลือหรือต้องให้ความสำคัญ

                ลักษณะที่ 2 คือ การพยายามฆ่าตัวตาย และลักษณะที่ 3 คือ การฆ่าตัวตายสำเร็จ ซึ่งทั้ง 2 ลักษณะนี้ต่างกันเล็กน้อย กรณีตัวอย่างมีผู้ป่วยอยู่กลุ่มหนึ่งที่พยายามฆ่าตัวตาย แต่พอถามเขาว่าจริงๆ แล้วอยากตายไหมก็พบว่ามีหลายๆแรงผลักดันอยู่เบื้องหลัง เช่น ต้องการได้รับความสนใจหรือเรียกร้องอะไรบางอย่าง และเมื่อได้รับสิ่งที่เขาต้องการแล้วก็จะรู้สึกดีขึ้น อีกกลุ่มคือที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ คือกลุ่มคนที่คิดไต่ตรองมานานพอสมควร สุดท้ายเขาคิดว่าการจบชีวิตคือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ

 สำหรับการฆ่าตัวตายนั้นมีหลายสาเหตุ  ไม่ว่าจะเป็นมีเหตุการณ์ฆ่าตัวตายเกิดขึ้นกับเพื่อน  หรือได้รับข่าวการฆ่าตัวตายจึงเป็นเรื่องไม่แปลกที่จะมีความคิดฆ่าตัวตายสำหรับชีวิตประจำวันของเขา ความกดดันที่รุ่นแรง ความเครียด ความไม่มั่นคงในชีวิตคู่  ครอบครัวที่ไม่ราบเรียบ การนำเสนอการฆ่าตัวตายของผู้มีชื่อเสียงในสังคมของสื่อมวลชน ส่วนการฆ่าตัวตายในเพศชายจะเป็นความ รู้สึกไม่มั่นคงจากภายใน ในขณะที่เพศหญิงเป็นความรู้สึกไม่มั่นคงจากภายนอก

                ด้าน นพ.ปราการ ถมยางกูร โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์  ได้กล่าวเสริมว่า  คนที่ตายด้วยการฆ่าตัวตายจะไม่เหมือนกับคนที่ไปขับรถชนจากอุบัติเหตุ  เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังจะรู้สึกผิดไปด้วยว่าตนมีส่วนทำให้เขาเสียชีวิต หลังจากนี้คนที่ทุกข์ทรมานใจก็ยังต้องอยู่ในสังคม แต่บางคนในช่วงแรกก็พยายามที่จะฆ่าตัวตายตาม สิ่งสำคัญก็คือในคนที่มีญาติฆ่าตัวตายเรา ก็ยิ่งจะต้องให้ความช่วยเหลือเขาด้วย สำหรับการคัดกรอง ในแต่ละอย่างไม่สามารถบอกได้ว่าคนนี้อนาคตจะเป็นอย่างไร เพียง แต่ว่าบางรายที่เป็นโรคซึมเศร้ามากๆ เราก็สามารถที่จะดูแลป้องกันได้ จากการวิจัยได้ข้อ สรุปออกมาแล้วว่าแม้เราจะป้องกัน   ให้ดีที่สุด ก็ยังไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดที่ไม่ให้เกิดการฆ่าตัวตาย เพียงแต่เราสามารถลดอัตราการฆ่าตัวตายลงได้

                นพ.อุดม  เพชรสังหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูก ฮิวแมนด์ แอนด์ โซเชียล อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาของการฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กและเยาวชนอีกสาเหตุหนึ่งคือการตั้งความคาดหวัง ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นเพราะว่าความสำเร็จในชีวิตของสังคมเรา เรามองไปที่จุดใดจุดหนึ่งว่าในความสำเร็จจะต้องเก่ง มีงานมีการ มีความร่ำรวย เราจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องนี้ทำให้คนเรามีเป้าหมายในชีวิตที่เปลี่ยนไป

                การมี  social network  ก็สามารถทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลลดลงไปได้  เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะทำให้เกิด social network ในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย ในสังคม ในชุมชน ซึ่งจะคอยเป็นกลุ่มที่สนับสนุน จะเริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้ ในชุมชนอาจจะมีแกนนำ มีตำรวจ เพื่อเข้าไประดมให้เกิดการรวมกลุ่ม ทำให้ชุมชนนั้นพึงพาอาศัยกัน แต่สิ่งที่สังคมไทยจะต้องทำให้ได้คือ ต้องเข้าใจกันและกัน ไว้วางใจกันและกัน ลดความหวาดระแวง การสร้าง social network ซึ่งเป็นบริบทของสังคมน่าจะเป็นตัวการหนึ่งที่สามารถป้องกันในระดับสังคมได้

                นพ.วีรพล  อุณหรัศมี สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า ความตายหรือการฆ่าตัวตายหากมองปัจจัยในระดับบุคคล ในระดับสังคม ในระดับบุคคล จะเกี่ยวข้องกับคุณค่าในตัวเอง อาจเป็นเพราะไม่สามารถยอมรับคุณค่าของตัวเองได้ จากการเสียคุณค่าในตัวเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการไม่ยอมรับคุณค่าใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง

                การกำหนดคุณค่าในสังคมปัจจุบัน ทำให้จำนวนคุณค่านั้นลดลง สมัยก่อนบางคนไม่เอาดีทางโลก ก็เอาดีทางธรรม  ถ้าไม่เอาดีทางธรรมก็เอาดีทางจิตวิญญาณ  ต่างคนก็ต่างมีหนทางของตนเอง  แต่ตอนหลังกลายเป็นทุกคนต้องเอาดีทางทรัพย์สิน ทางเศรษฐกิจ  ทุกคนวิ่งเข้าหาเรื่องเศรษฐกิจหมด การแข่งขันที่สูงขึ้น ปัจจัยที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการฆ่าตัวตาย  นอกจากคุณค่าแล้วคิดว่าเป็นเรื่องของความยับยั้งช่างใจ หมายถึงว่า คนเรา ณ ขณะนั้นถ้ามีความยับยั้งชั่งใจดีอาจจะเบรกและได้สติบางประการ แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างในสังคมที่ทำให้คนขาดความยับยั้งชั่งใจ เช่น สื่อที่ชักนำ คนที่ใจคอไม่ค่อยดีพอดูสื่อนี้ก็ไปเลยทันที หรือแม้แต่ภาวะภายใน เช่น เรื่องทางอารมณ์ เรื่องของยีนที่กำหนดพื้นฐานอารมณ์  ว่าแต่ละคนมีพื้นฐานมาไม่เหมือนกัน บางคนอ่อนไหวง่าย บางคนเข้มแข็ง 

                อีกปัจจัยคือเรื่องของการระบายออกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนระบายง่าย บางคนระบายยาก บางคนก็ไปหาสิ่งที่ยิ่งทำยิ่งแย่ ทั้ง 3 ปัจจัยนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายของบุคคล ซึ่งจะต้องแวดล้อมไปด้วยโครงสร้างอันอื่นของสังคม มีข้อ เสนอที่สังคมต้องมาวิเคราะห์ว่าสังคมมีโครงสร้างอย่างไรถึงทำให้คุณค่านี้เล็กลง  สังคมทำอย่างไรทำให้คนในสังคมขาดสติมากขึ้น และสังคมทำอย่างไรทำไมทางออกถึงน้อยลง หรือเป็นทางออกที่รุนแรง

                พอ.พญ.นวพร  หิรัญวิวัฒน์กุล  ประธานฝ่ายวิชาการราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า วัยรุ่นเป็นกลุ่มเสี่ยงในทุกๆ ด้าน มีความเปราะบาง  เราจะต้องมองว่าเขาเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะรับทั้งบวกและลบ  ปัญหาอยู่ที่เด็กขาดคนที่จะมาช่วยประคองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้  หากมีการประคองไปแล้วจะรู้ว่าเด็กบอกสัญญาณอะไรอยู่  แต่คนที่ควรต้องอ่านสัญญาณได้คนแรกคือคนในครอบครัว แต่กลับอ่านไม่เป็น พออ่านไม่เป็นก็บอกไม่ถูกว่าลูกเกิดปัญหาอะไร ก็เลยมองว่าเป็นปัญหาเรื่องพฤติกรรม ซึ่งจริงๆ เด็กต้องการความช่วยเหลือ ต้องการความเข้าใจ 

                ระบบการคัดกรองเด็กที่เข้ามาสู่การเป็นนักเรียน นักศึกษา  ไม่สามารถคัดกรองได้ทั้งหมด  มาจากพื้นเดิม  มาจากบุคลิกเดิมส่วนหนึ่ง  และพบว่าเด็กส่วนใหญ่จะมีความโน้มเอียงทางอารมณ์  อ่อนไหวง่าย  และต้องการการแข่งขันสูงมาก มองตัวเองว่าตัวเองต้องทำให้ถึงดวงดาว  ถ้าตัวเองทำไม่ถึงดวงดาว  แสดงว่าตัวเองนั้นไม่เก่งจริง  ไม่มีความสามารถ และมักจะวัด ด้วยเกรด  มีคนเก่งกว่า  เลยรับความเก่งน้อยกว่าไม่ได้ จริงๆ ต้องมองว่าเก่งไม่เก่งไม่เป็นไรต้องเป็นคนดี ทีนี้คนดีจะเกิดได้จะ ต้องเกิดตั้งแต่เด็ก การเป็นคนดีจะต้องควบคู่กับการเรียนหนังสือได้รู้เรื่องและสามารถนำมาใช้ได้

                สำหรับการแก้ปัญหา  หรือทางออกสำหรับปัญหาการฆ่าตัวตายนั้น รศ.นพ.มาโนช กล่าวว่า การป้องกันควรดำเนิน การในรูปแบบเป็นโครงการ เนื่องจากการฆ่าตัวตาย มีมิติที่ค่อนข้างซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องทางการแพทย์เพียงมิติเดียว แต่มีมิติทาง ด้านปรัชญา ด้านศาสนา ด้านสังคม นักจิตวิทยา  นักสังคมศาสตร์ทางการแพทย์  และโครงการนั้นไม่ได้เป็นการเข้าไปป้องกันการฆ่าตัวตายโดย ตรงแต่เป็นการทำให้คนเรามีความเข้มแข็งมากขึ้น มีการปรับตัวกับปัญหาได้ดีขึ้น ผลก็คือการฆ่าตัวตายลด ลงเช่นกัน

                การป้องกันการฆ่าตัวตายทางการแพทย์หรือสาธารณสุข มองได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เป็นการให้ไปเพื่อช่วยประชากรทั้งประเทศให้ความรู้ทำให้สุขภาพจิตของเขาดีขึ้น กลุ่มที่ 2 เป็นการช่วยเหลือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มคนไข้โรคซึมเศร้า กลุ่มคนไข้ที่เป็นมะเร็งระยะแรก คนไข้ที่เป็น HIV ระยะแรก และกลุ่มที่ 3 เป็นโปรแกรมที่เฉพาะเจาะจงสำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูง เป็นขั้นบำบัดให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น 

                นอกจากนั้นควรการควบคุมการเข้าถึงสิ่งที่ใช้ในการฆ่าตัวตาย และการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ในเรื่องความเจ็บ ป่วยทางจิตเวช  หรืออะไรที่สัมพันธ์กับเรื่องของจิต เรื่องของโรคจิต  เพื่อทำให้คนกล้าที่จะเข้ามาพบกับบุคลากรสุขภาพจิต ทำให้คนกลุ่มดังกล่าวได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และเรื่องการเสนอข่าวมีข้อแนะนำว่าไม่ควรนำเสนอในเชิงที่ว่าการฆ่าตัวตายเป็นการตัดสินใจที่เยี่ยมมากเหมาะสมแล้วกับตรงนั้น หรือเพื่อบูชารักหรือถูกทำให้ดูโรแมนติกไม่ควรใส่อารมณ์มากกับข่าวฆ่าตัวตาย

                การควบคุมการเข้าถึงสิ่งที่ใช้ในการฆ่าตัวตายที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ จากการทะเลาะ หุนหันพลันแล่น ให้ควบคุมการซื้อและใช้สารพิษ สารเคมี ยาฆ่าแมลงชนิดต่างๆ ก็จะได้ผลค่อนข้างดี ส่วนการห้ามจะไม่ให้มีอารมณ์ชั่ววูบจะต้องมีการเสริมสร้างบุคลิกภาพ ซึ่งต้องใช้เวลา สำหรับในสถานศึกษา จะต้องเน้นในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพจิต และจะต้องไม่สอนเรื่องการฆ่าตัวตายในโรงเรียน แต่ต้องสอนว่าจะทำอย่างไรให้สุขภาพจิตดี จะทำอย่างไรในการให้คำแนะนำเพื่อน

                อีกเรื่องคือการอบรมครูอาจารย์ ครูจะต้องรู้ว่าเด็กคนนี้ต้องส่งต่อนักจิตวิทยา คนนี้ต้องส่งจิตแพทย์ หรือให้คำปรึกษาเฉพาะคนนี้ครูให้การช่วยเหลือได้ หรือคนนี้ต้องเรียกผู้ปกครองเข้ามาคุย เพราะฉะนั้นครูอาจารย์ในโรงเรียนจึงมีความสำคัญมาก จึงต้องส่งเสริมให้มีความรู้ในเรื่องสุขภาพจิต  และเรื่องความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย ส่วนของครอบครัว พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกมีความมั่นคงในอารมณ์ ค่อยสร้างอารมณ์ให้มั่นคงและค่อยๆ สอนเขาว่าทางออกของชีวิตมีมากมายไม่จำเป็นต้องจบด้วยตรงนี้  ทำให้เด็กเห็นคุณค่าของตัวเอง

            (ข้อมูลจาก บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด ซึ่งร่วมกับ ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการรักลูกเบรนฟอรั่ม ครั้งที่ 2/2551 ในหัวข้อ“ปัญหาโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายในประเทศไทย”)

 

 

 

Posted by : mr.sk@inter
เวลา : 14:27
จำนวนผู้อ่าน : 3913 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://blog.eduzones.com/inter/7130
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (2)  respond แสดงความคิดเห็น
 

ความคิดเห็นที่ 2

วันที่ 28 สิงหาคม 2551 เวลา 09:08
โดย : จากคนฆ่าตัวตาย
อีเมล์ : rattaya_jack1@yohoo.com
เว็บไซต์ :
IP 58.8.119.xxx
ทำไม! ต้องว่าแย่ด้วย ไม่มีใครอยากฆ่าตัวตายหรอก ถ้าไม่ถึงที่สุด ไม่เกิดกับตัวเองมั้งก็แล้วไป ถ้าเกิดกับตัวเองนะ คนที่เขียนก่อนนี้นะ เราจะสมน้ำหน้า เยาะเย้ย ถากถางให้ถึงที่สุด ไอ้พวกคนใจแคบ ถ้ามีความคิดที่จะว่าคนอื่นหน่ะ ไม่ต้องมาโพสหรอก ไปทำอย่างอื่นไป๊!

 

ความคิดเห็นที่ 1

วันที่ 15 กรกฎาคม 2551 เวลา 16:38
โดย : จอย
อีเมล์ : enjoy-gm@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 203.113.0.xxx
แย่จัง ทำไมต้องคิดฆ่าตัวตายด้วยนะ อุตส่าห์เกิดมาทั้งที มาทำชีวิตให้เป็นตำนาน กล่าวข่านให้นานยิ่งนาน (เริ่มมั่ว)

 

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ อินโดนีเซียให้ทุนภาษา-ศิลปะ
+ เมนเทอร์ให้ทุนเรียนศิลปะที่อังกฤษ
+ University of Leedsให้ทุนเต็มจำนวน
+ Q&Aถามมาตอบไป“มึนคะ”อ่านแกรมม่าอังกฤษแล้วไม่เห็นเก่งซะที
+ ทุนฟุลไบรท์รับป.โทเริ่มต้นปี
+ “เรียนถูกคุณภาพสูง”นักเรียน”ตรึม”งานศึกษาต่อสิงคโปร์
+ ฝึกอ่านภาษาอังกฤษเดือนส่งท้ายปี
+ เรียนUKผ่านทุนสหภาพยุโรป
+ Q&Aถามมาตอบไป“Dictionaryแบบไหนดีคะใช้แล้วจะได้เก่งภาษา”
+ “อุทาหรณ์สอนตุ้ยนุ้ย”ดื่มน้ำมากมีสิทธิเดธ
+ ทุนอีราสมุสโปรแกรมเทคโนฯภูมิศาสตร์
+ “มันฝรั่ง”ใหญ่ยักษ์สถิติโลกใหม่
+ Mainichiจัดเรียงความชิงทุนเรียนภาษาฟรีที่ญี่ปุ่น
+ ทุนBritish Chevening เรียนโทที่อังกฤษ
+ BIMSรับสายศิลป์เรียนการเดินเรือฝึกงานที่ฟิจิ
+ “ทุนฟูจิสึ”สร้างผู้นำองค์กร
+ ฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากจดหมายอินเตอร์
+ ทุน Wesleyan Freeman เรียนป.ตรีที่อเมริกา
+ การเดินทางสู่ Manitoba(ตอน2)
+ 20 ทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษาม.อาเซียน
+ ญี่ปุ่นล้ำหน้าใช้หุ่นยนต์แสดงละคร
+ ทุนอีราสมุสรับสาขาEuropubhealth
+ มหกรรมการศึกษาเพื่ออนาคตพร้อมแล้ว
+ Q&A ถามมา-ตอบไป"จบมหาวิทยาลัยแล้วรู้สึกว่าภาษาอ่อนแอมาก"
+ งานศึกษาต่อแคนาดาคึกคัก
+ ทุนสหภาพยุโรปเฟส2 เปิดตัวเร็ว ๆ นี้
+ ออสเตรียให้ทุนป.โทหลายสาขา
+ ใกล้ไขปริศนาใยแมงมุมมหัศจรรย์
+ Welcome to Manitoba(ตอน1) ทริปพิเศษเจาะการศึกษาแคนาดา
+ งานแถลงข่าวทุนออสเตรเลียปี52
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 5 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1 2 3 4 5


Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo
นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : สอบตรง , รับตรง , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ใจร้าว, การ์ตูน, ซุปซิป ดารา, ผลบอล, ข่าว IT,
                               หาเพื่อน, ข่าว, hi5, รถ, แบบทดสอบ, เกมส์รถแข่ง, หนังสือพิมพ์ , ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ,
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission , ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย , ศึกษาต่อต่างประเทศ
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์ , สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัย , เรียนต่อ
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง , แนะแนว
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา , wallpaper , wallpaper น่ารัก
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , ปาย , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เกม , เกมส์ ,
                   โหลดเพลง , หางาน , งาน , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมส์ขุดทอง , Moha , การประปานครหลวง , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005