05 กันยายน 2551
เพิ่งผ่านไปไม่นาน งานแนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น จัดโดย Mainichi Academic Group ท่ามกลางนักเรียนร่วมงานคับคั่ง กิจกรรม สัมมนาสาระน่ารู้มากมาย อีกทั้งมี การแข่งขันความรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น ชิงทุนการศึกษาเพียบ
งานแนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 19 ได้จัดขึ้นพื่อให้ผู้ที่สนใจและต้องการไปศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่นได้พบเจอกับตัวแทนจากโรงเรียนและสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นของประเทศญี่ปุ่นโดยตรง เพื่อพูดคุยถึงรายละเอียดค่าเทอม ค่าทีพัก ตลอดจนการใช้ชีวิตในขณะที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็มีสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่นเกือบยี่สิบแห่งมาเปิดบู้ทร่วมงาน อาทิ ARC ACADEMY TOKYO/OSAKA/KYOTO/KANGAWA ,TOKYO GALAXY JAPANESE LANGUAGE SCHOOL TOKYO ,JAPAN COLLEGE OF FOREIGN LANGUAGES TOKYO ,EASTWEST GLOBAL EDUCATIONAL GROUP TOKYO / CHIBA, INTERNATIONAL SCHOOL OF BUSINESS TOKYO เป็นต้น
การสัมมนาในงาน จัดให้สาระความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาที่กว้างไกล ในหัวข้อที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ครบเครื่องเรื่องการเตรียมตัวเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น,โอกาส ชีวิต และ การเรียนในโรงเรียนมัธยมที่ญี่ปุ่น , การเตรียมตัวเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นและการหาทุนการศึกษา,การเรียนต่อมหาวิทยาลัยระยะสั้น(2 ปี) สาขาวิศวกรรมยานยนต์, การเตรียมพร้อมในการทำงาน กับองค์ญี่ปุ่น รวมทั้ง การเตรียมความพร้อมสู่อาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน




ในงานยังมีกิจกรรมการแข่งขัน เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น เพื่อชิงโล่เกียรติยศพร้อมทุนการศึกษา มากมาย เช่น การแข่งขันความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น (Mainichi J Quiz) ผู้ชนะเลิศได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมประกาศนียบัตรจาก ไมนิจิ อะคาเดมิค กรุ๊ป และทุนการศึกษา 5,000 บาทได้แก่ นางสาวปภาวี คูชัยสิทธิ์ จาก ( โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า ) และมีรางวัลรองชนะเลิศ 3,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 อีก 2,000บาท
นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันความรู้ตัวอักษรคันจิ (Kanji Test) ระดับมัธยมศึกษา และ การแข่งขันสอบชิงทุนแลกเปลี่ยนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 4 หรือในชื่อ MJES : Mainichi Japanese Exchange Scholarship 2009 ซึ่งก็ได้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ไปแล้วรวม 45 คน


ส่วนผลการแข่งขันเขียนเรียงความภาษาไทย ในหัวข้อ ภาษาญี่ปุ่น ประตูสู่การเรียนรู้ ชิงทุนเรียนฟรี 1 ปีที่EASTWEST GLOBAL EDUCATIONAL GROUP จะทราบผลภายในเดือนกันยายน ติดตามได้จาก www.study-in-japan.com
บุณฑริก กุศลวิทย์ President of Mainichi Academic Group กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า ก่อนอื่นคงต้องยอมรับความจริง ว่า ตลาดญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดสำคัญทางด้านการลงทุน การท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจการค้าต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้คนที่ได้ภาษาญี่ปุ่นจะเป็นคนที่มีศักยภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาดนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เมื่อพิจารณาจะเห็นว่า ปีหนึ่ง ๆ คนที่ไปเรียนญี่ปุ่น ยังไม่มีข้อมูลที่มากเพียงพอ ไม่กว้างขวางมากมาย เหมือนการไปเรียนประเทศอื่น ๆ ดังนั้น ใน 1 ปี เราจึงจัดงานแนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น 2 ครั้ง ต้นปีกับปลายปี เทียบได้กับช่วงก่อนปิดเทอม 1 กับ ก่อนปิดเทอม 2 ครั้งแรกจะจัดช่วงระหว่าง ต้นเดือน ม.ค.ถึงปลาย ก.พ. ส่วนช่วงสอง ก็ประมาณเดือน ส.ค.และยังมีงานย่อยที่จัดที่สถาบัน Mainichi ซึ่งตั้งอยู่ที่ Siam Discovery บ้าง

บุณฑริก กุศลวิทย์
ส่วนในงานนอกจากนักเรียนจะได้พบกับตัวแทนจากสถาบันการศึกษาญี่ปุ่นที่บินตรงมาร่วมงานนี้มากมายแล้ว ก็จะมีกิจกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ มากมาย และที่เป็นไฮไลต์อย่างหนึ่งก็คือ การแข่งขันสอบชิงทุนแลกเปลี่ยนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 4 ที่มีนักเรียนสมัครสอบประมาณ 200 คน ซึ่งทาง Mainichi ได้โควตาทุนจากสถาบันการศึกษาญี่ปุ่น 10 ทุนมาให้ชิงชัยกัน และมีทุนอีกประเภทคือ Mainichi Eastwest Scholarship ซึ่งเปิดสำหรับบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะจบมัธยมปลาย หรือจบมหาวิทยาลัย ก็สามารถสมัครชิงทุนนี้ได้ โดยจะมีโอกาสไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น 1 ปี ส่วนเรื่องการสัมมนาที่เราจัดขึ้น จะทำให้น้อง ๆ เข้าใจถึงภาพรวมของการไปเรียนต่อญี่ปุ่นอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอน หรือเรื่องที่เด่น ๆ เช่นการหาทุนญี่ปุ่นที่มีหลากหลายแบบ การไปเรียนต่อป.โท ที่ญี่ปุ่นก็เป็น Topic ที่น่าสนใจเพราะเป็นรูปแบบที่ต้องเตรียมตัวนาน และไม่เหมือนไปเรียนยุโรป หรือที่อื่น ๆ การทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น หรือแม้แต่การเป็น Flight Attendant กับสายการบินต่าง ๆ ของญี่ปุ่น
ในเรื่องการไปเรียนต่อญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น ในเรื่องคุณสมบัติด้านภาษา นักเรียนไทยต้องได้ ระดับ 1-2 ถึงจะเข้าไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยของเขาได้ เหตุนี้เด็กต่างชาติส่วนใหญ่จึงต้องเรียนโรงเรียนสอนภาษาก่อน เพื่อให้ได้ระดับ ภาษาที่เป็นที่ยอมรับ ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการสมัครเข้าเรียนสถาบันอุดมศึกษาต่อไป
Mainichi เองอาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่นจะจบด้านการสอนให้คนต่างชาติโดยตรง ซึ่งจะใช้ภาษาญี่ปุ่นล้วน ๆ ในการสอน ที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีภาษาอื่นมาประกอบ
คำถามที่ว่าจะรู้ได้อย่างไรว่า เราเหมาะที่จะหันมาเอาดีทางด้านภาษาญี่ปุ่น หรือว่า เราชอบภาษานี้จริงหรือไม่ อยากบอกว่า ต้องลองเรียนดูว่า เรียนได้ไหม มีความรักความสนใจหรือเปล่า เพราะหลายคนเรียนจาก การ์ตูน จากเพลง หรือแฟชั่น คือ เขาอาจมีแรงบันดาลใจ และเมื่อชอบแล้ว ต้องคิดว่าทำอย่างไรจึงจะก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับชีวิตเรา หรือทำให้เรามีอนาคตที่ดี เพราะภาษาญี่ปุ่นนั้นจะเป็นเสมือนประตูเปิดโอกาสให้เราไปเจอสิ่งมหัศจรรย์อีกมากมาย ญี่ปุ่นเป็นดุจคลังความรู้แห่งซีกโลกตะวันออก เพราะสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดแข็งของญี่ปุ่น คือวิธีการเก็บรวบรวมความรู้ เก็บข้อมูล การบันทึก ญี่ปุ่นยังได้ชื่อว่าเป็นชาติที่มีคนชอบอ่านหนังสือมากที่สุดในโลก ฉะนั้นหากเราอ่านภาษาญี่ปุ่นได้ จะทำให้เราค้นพบความจริงว่า มีความรู้มากมายที่รอให้เราไปค้นคว้า ไม่ว่าเราจะสนใจเรื่องอะไร ก็จะมีสิ่งที่เราต้องการมากมาย
ขอฝากน้อง ๆ เยาวชนรุ่นใหม่ว่า ยุคนี้ภาษาต่างประเทศภาษาเดียวไม่พอแล้ว น้อง ๆ ไม่ควรคิดว่าจะเลือกภาษาอังกฤษ หรือ ญี่ปุ่นดี ควรเรียนรู้ด้านภาษาอย่างน้อย 2 ภาษา ภาษาอังกฤษอย่างเดียวนั้นคงน้อยไป
อีกเรื่อง ที่บางคนอาจเข้าใจผิด ที่ว่า ไปเรียนที่ญี่ปุ่นคงต้องมีค่าใช้จ่ายแพงมาก เมื่อเทียบกับยุโรป อเมริกา หรือ ออสเตรเลีย แต่ในความเป็นจริงไม่แตกต่างกันนัก ค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาทั่ว ๆ ไปก็ประมาณปีละ 3 แสนกว่าบาท ส่วนที่อาจดูแพงบ้างก็เป็นค่าครองชีพ อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน หากเป็นเมืองหลวงอย่างโตเกียว ก็เป็นธรรมดาที่ต้องสูงหน่อย แต่หากอยู่รอบนอกโตเกียว หรือเป็นเมืองอื่น ๆ ก็ลดหลั่นไป สรุปว่า ค่าเล่าเรียนบวกค่าใช้จ่ายทั่วไป ก็น่าจะอยู่ประมาณปีละ 6-7 แสนบาท แต่สิ่งที่ดีของญี่ปุ่น คือวีซ่าจะระบุชัดเจนว่า สามารถทำงานพิเศษได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดังนั้นเรื่องการหางานพิเศษทำ จึงเป็นไปได้แน่นอน ทั้งนี้มีข้อแม้ว่าภาษาต้องแข็งแรงพอสมควร
ในเรื่องทุนก็เช่นกัน ไปหาที่ญี่ปุ่นบางครั้งโอกาสมีมากกว่าในเมืองไทย เพราะมีทุนต่าง ๆ ของสถาบันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทุนของโรงเรียน ของเขต ของจังหวัด น้องหลายคนไปเรียนก่อน แล้วไปหาทุนก็มี
ท้ายนี้ สำหรับน้อง ๆ หรือผู้เพิ่งเริ่มสนใจในด้านภาษาญี่ปุ่นไม่นาน และต้องการเข้าไปสัมผัสเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น ก็มีเว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปดูได้หลายแห่ง แต่เบื้องต้นอยากแนะนำให้เข้าไปใน www.study-in-japan.com มีเรื่องราวมากมาย แม้แต่เรื่องราวของน้อง ๆ ที่ไปญี่ปุ่นมาแล้ว ก็มีการเข้ามาโพสท์ไว้ สามารถถามตอบปัญหาได้ และเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น กิจกรรมต่าง ๆ มากมาย นอกนั้นก็มีเว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่น เว็บไซต์ของก.พ. ก็มีเกี่ยวกับเรื่องทุนไปญี่ปุ่นเช่นกัน
สุดท้าย อยากฝากน้อง ๆ ว่า หากคิดถึงญี่ปุ่น Mainichi คือคำตอบได้อย่างดี เรื่องการเรียน เราสามารถตอบคำถามทุกคำถาม เรามีกิจกรรมหลัก ๆ 3 เรื่อง อย่างแรกสอนภาษาญี่ปุ่น รวมถึงคอร์สเรียนการเป็นล่าม ที่คนที่พูดเก่งแล้วอยากทำงานด้านนี้ ส่วนต่อมาคือแนะแนวการศึกษา ในการไปเรียนที่ญี่ปุ่น โดยเราให้คำปรึกษา และติดต่อให้ โดยที่น้อง ๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เราแนะนำตั้งแต่ระดับมัธยมถึงระดับสูง ส่วนที่สาม คือกิจกรรมต่าง ๆ เช่น แคมป์ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีหลากหลายแบบ กิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับญี่ปุ่น รวมทั้งกิจกรรมบันเทิง ต่าง ๆ เกี่ยวกับเพลงและนักร้องญี่ปุ่น
ใครสนใจเชิญมาสัมผัสได้
.
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||