11 กันยายน 2551LHC ผ่านฉลุยไร้ปัญหาหลุมดำ
การยิงรังสีครั้งแรก เพื่อให้เกิดการปะทะกันของอนุการชนของอนุภาคโปรตอนใน LHC(Large Hadron Collider) ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนวันที่ 10 ก.ย. และลำของรังสีได้ผ่านเจ้าท่อยักษ์ รูปวงแหวน LHC ซึ่งถึงล่าสุดภาระกิจผ่านไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามจำนวนอนุภาพของรัสสียังไม่เต็มกำลังความจุของ LHC จนกว่าจะถึงปีหน้า เบื้องต้นจึงตัดความวิตกกังวล เรื่องการเกิดหลุมดำที่จะเป็นอันตรายต่อชาวโลกไปได้
ว่ากันว่า เจ้า LHC นี่เป็นปฐมฤกษ์ของการสร้าง Time Machine ที่จะนำมนุษย์ย้อนเวลาหาอดีตหรืออนาคต และภาพต่อไปนี้คือโฉมหน้าของเจ้าเครื่องนี้
Large Hadron Collider ของ Cern หรือ Center for European Nuclear Research (ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยนิวเคลียร์ภาค พื้นยุโรป) อยู่ใกล้ ๆ กับกรุง เจนีวา ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์โดยเจ้า LHC ตัวนี้กำลังจะกลายเป็นเครื่อง Time machine ตัวจริงในประวัตศาสตร์ของมวลมนุษยชาติอย่างไม่ต้องสงสัย หากภารกิจของมันประสบความสำเร็จในการค้นหากำเนิดแห่งจักรวาล และเรื่องของเวลาที่เกี่ยวพันธ์กับจักรวาล โดยจากการอ้างการวิจัยของ Irina Arefieva และ Igor Volovich ในเรื่องทฤษฎีความสัมพันธ์ของไอนด์สไตล์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ แนวโค้งของการเคลื่อนที่สะสาร ในห้วงเวลาของอวกาศ จะเริ่มจากอดีตไปสู่อนาคต แต่ในบางครั้ง Space-time ที่เป็นแนวโค้งก็สามารถตัดกัน ทำให้เวลาไม่ได้ไปข้างหน้าอย่างเดียว สามารถย้อนกลับ ซึ่งก็ตรงกับความหมายของ Time machine ที่อาจเป็นตัวกำหนดการเดินทางไปสู่แต่ละช่วงเวลาได้


ข้อมูลจริงเกี่ยวกับโครงการLarge Hadron Collider ของ Cern
- ดำเนินการมาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว
-เกี่ยวข้องกับนักฟิสิกส์มากถึง 7,000 คนจากมากกว่า 80 ประเทศ
- ท่อยักษ์ของ LHC รูปวงกลม ยาว 27 กิโลเมตร อยู่ลึกลงไปใต้ดิน 175 เมตร
- LHC สามารถทำให้โปรตอนพุ่งเข้าปะทะกัน ในความเร็วที่ใกล้เคียงกับความเร็วแสง
- ขนาดของอุโมงค์มีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้รถไฟสามารถเข้าไปวิ่งได้ทีเดียว
- LHC สามารถก่อให้เกิดอุณภูมิภายในอุโมงค์ ที่มากกว่า 1,000,000 เท่าของความร้อนที่แกนของดวงอาทิตย์

(The Collider Tunnel หรือ บรรยากาศภายในอุโมงค์ 


LHC ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ซับซ้อน ล้ำลึกทางปัญญาที่สุดที่มนุษย์เคยทำมา หรือที่ฝรั่งเรียกว่าThe most complicated thing that humans have ever built การทำความเข้าใจให้เห็นภาพการทำงานของเจ้าตัวมหัศจรรย์นี้คือ ในกรณีของการวิ่งของโปรตอนในความเร็ว 17 ไมล์ ผ่านพรมแดนของ 2 ประเทศ ระบบจะสามารถตรวจจับขนาดของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคารในลักษณะตึก รวมไปถึงถ้ำขนาดใหญ่ ในตำแหน่งที่ผ่านไป 4 ตำแหน่ง และสมมุติว่ามีมนุษย์เข้าไปอยู่ในอุโมงค์นี้ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน แน่นอนว่าก็จะเป็นมนุษย์ที่โชคร้าย ที่ต้องเจอกับกัมมันตภาพรังสีระดับสูง และต้องเสียชีวิตลงอย่างแน่นอน
เพียงแค่ขดลวดแม่เหล็กขนาดมหึมา หรือ superconducting solenoid (cms) ก็มีโลหะ เหล็กในปริมาณที่มากกว่าเหล็กที่ใช้สร้างหอไอเฟลในประเทศฝรั่งเศส และหากจะดูที่ราคาก่อสร้าง LHC ก็สูงมาก แม้แต่อสหรัฐ ก็ถึงกับต้องล้มเลิกโครงการ Superconducting Super Collider ลงกลางคันในปี 1993 ทั้งที่สร้างอุโมงค์ในรัฐเท็กซัสไปแล้วถึง 14 ไมล์ ทำให้เจ้าสิ่งก่อสร้างชิ้นนี้ของ CERN จึงได้ชื่อว่า เป็นสุดยอดอภิมหาสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยทำมา





ภาพนี้คือ CMS detector หรือตัวตรวจจับวัตถุ ที่กำลังจะถูกนำลงไปติดตั้งใต้พื้นดินในระดับต่ำกว่า 100 เมตร

มีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งอยู่ในภาพนี้ลองดูกันว่าสามารถหาเจอหรือไม่ เพราะเป็นสัดส่วนที่เล็กมากเทียบกับเครื่องจักรนี้

มัดลวดขนาดยักษ์
ทีมงานที่ร่วมทำ LHC ได้ขนานนามเจ้าเครื่องจักรขนาดยักษ์นี้ว่า "Lords of the Ring" เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในโครงการเปรียบได้กับ การเตรียมทำสงครามอวกาศ ในหนัง Star Wars
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (6)
แสดงความคิดเห็น

















เราว่า ไทม์แมชชีนเกิดขึ้นไม่ได้หรอก แต่ถ้าเกิดขึ้นมันบอกว่าจะสามารถย้อนเวลาไปในอดีตได้ใช่มะ และก้อย้อนไปนาคตได้ด้วยแล้วมานจาทามได้ไงเล่า ถ้าย้อยไปอดีตอาจจะยังมีหวังนะ
แต่ถ้าไปอนาคตมานจะมีได้ยังไงในเมื่ออนาคตยังไม่ได้เกิดขึ้นเลยถูกมั้ยแล้วจะไปอนาคตได้ยังไง
แต่ถ้าเกิดขึ้นก้อต้องสร้างความปั่นป่วนให้แก่มนุษย์อีกนั้นหละถูกมั้ยเราว่าทามวันนี้ให้ดีที่สุด เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้




ตอบ






ดีมากๆๆๆๆเลยค่า















ถ้าเดินเครื่องแล้ว เกิดการระเบิด จะทำการปิดได้ไหมครับ
แล้วถ้าปิดได้จะมีผลอะไรไหมครับ กับประชาชนไหมครับ สงกะสัย

วันที่ 20 ตุลาคม 2551 เวลา 16:33
โดย : ไม่จำเป็น
อีเมล์ : jame_yuki@hotmail.com
เว็บไซต์ : -
IP 118.173.50.xxx