24 พฤศจิกายน 2551
ความสัมพันธ์ระหว่าง ราชอาณาจักรไทย กับ ราชอาณาจักรเดนมาร์ก มีมาช้านานนับหลายศตวรรษตามหลักฐานที่ปรากฏประชาชนทั้งสองประเทศ ได้ติดต่อค้าขายกันมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศทั้งสองจึงได้มีการเจริญพระราชไมตรีต่อกัน ทำให้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วยิ่งเพิ่มพูนและสมบูรณ์ขึ้นในทุกด้านทุกระดับ ข้อนี้เห็นได้ชัดเจนที่สมเด็จพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูง ตลอดจนบุคคลสำคัญของทั้งสองประเทศต่างมีไมตรียกย่องกัน เสด็จไปเยี่ยมเยือนกันทั้งเป็นทางการและมิได้เป็นทางการตลอดมาทุกยุคทุกสมัย
ในส่วนประชาชนนั้นเล่า นอกจากจะมีการติดต่อค้าขายกันเป็นปกติมาแต่กาลก่อนแล้ว ยังปรากฏว่าชาวเดนมาร์กหลายคน ได้เข้ามารับราชการสนองพระเดชพระคุณในแผ่นดินสยามอีกด้วย ชาวเดนมาร์กเหล่านี้ได้มีส่วนอย่างสำคัญในการพัฒนากิจการต่างๆ ของประเทศไทยให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ มีกิจการตำรวจ ทหารเรือ รถไฟ รถรางและปูนซีเมนต์ เป็นอาทิ
ในปัจจุบันประเทศไทยและประเทศเดนมาร์กได้ร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกิจการต่างๆ อย่างกว้างขวาง ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค นับเป็นตัวอย่างอันหนึ่งของการร่วมมืออย่างดียิ่ง ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและประชาชนของสองราชอาณาจักร จึงดำเนินมาโดยสอดคล้องและราบรื่น ในลักษณะมิตรและญาติผู้มีความเข้าใจในกันและกันและยกย่องนับถือกันเป็นอันดี
พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหนังสือ A Tale of Two Kingdoms ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและเดนมาร์ก ที่แนบแน่นและยาวนานจวบจนปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้ เป็นการครบรอบ 150 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและเดนมาร์ก โดยมีพื้นฐานมาจาก สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพการค้าและการเดินเรือ ซึ่งลงพระปรมาภิไธยในปี 2401 โดยกษัตริย์เฟรเดอริคที่ 7 แห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งสยามประเทศ
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก และ เจ้าหญิงแมรี่ พระชายา จะเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 24-27 พ.ย.นี้ โดยก่อนหน้านี้ สถานทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย ได้เชิญผู้สื่อข่าวไทยไปรู้จัก เดนมาร์ก ในมุมต่างๆ เพื่อจะได้รู้ว่าเดนมาร์กไม่ได้มีเพียงแค่ Little Mermaid เท่านั้น!!
และโอกาสอันดีนี้ เจ้าฟ้าชายเฟร เดอริก มกุฎราชกุมาร แห่งเดนมาร์ก และเจ้าหญิงแมรี่ พระชายา ทรงมีพระเมตตาประทานพระอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวไทยเข้าเฝ้า และสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิดเป็น ครั้งแรก ที่พระราชวัง Ama lienborg พระราชวังฤดู หนาวของราชวงศ์เดนมาร์ก ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโคเปนเฮเกน
เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริก และเจ้าหญิงแมรี่ ทรงให้การต้อนรับผู้สื่อ ข่าวไทยอย่างเป็นกันเอง โดยเจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกรับ สั่งว่า พระองค์และเจ้าหญิงแมรี่ ทรงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้เสด็จมาฉลอง 150 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเดนมาร์กและไทย ย้อนไปในอดีตเดนมาร์กได้ให้ความช่วยเหลือฝึกฝนอบรมทางทหารเรือ ให้การช่วยเหลือในการก่อร่างสร้างโครงการขั้นพื้นฐาน อาทิ ทางรถไฟ และโครงการล่าสุดที่เริ่มในปี 2505 ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คและศูนย์อบรม ซึ่งพระองค์ได้เสด็จเยี่ยมเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อครั้งที่ได้ตามเสด็จ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธ่ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก พระราชชนนี และเจ้าชายเฮนริก พระบิดา ที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2544 พระองค์ทรงจำได้ว่ามีโครงการที่น่าภูมิใจที่คนไทยร่วมทำงานด้วย และยังได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 พระอัยยิกา ที่ได้เสด็จฟาร์มแห่งนี้ด้วย ดังนั้นการที่ได้เสด็จมาเมืองไทยครั้งนี้ คงจะเป็นการสนับสนุนการลงทุนของนักธุรกิจเดนมาร์กในประเทศไทยด้วย
เมื่อทูลถามถึงการเสด็จมาเมืองไทยก่อนหน้านี้ เจ้าหญิงแมรี่มีรับสั่งว่า เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริก ได้ เสด็จมาหลายครั้งแล้ว แต่พระองค์เคยเสด็จมาเพียงครั้งเดียวในช่วงเหตุการณ์สึนามิ ที่เสด็จมาร่วมกับครอบครัวชาวเดนมาร์กเพื่อประกอบพิธีศพของชาวเดนมาร์ก ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งการเสด็จครั้งนั้นจึงค่อนข้างเศร้า ต่างจากครั้งนี้ที่มีความสุข
ส่วนเจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกทรงเล่าย้อนถึงการเสด็จมาเมืองไทยครั้งแรกด้วยพระพักตร์สดใสว่า เกิดขึ้นเมื่อปี 2529 ขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 22 พรรษาหลังจากทรงจบการศึกษา พระองค์ เสด็จไปมองโกเลียพร้อมพระสหาย เพื่อไปถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับประเทศและวัฒนธรรมของมองโกเลีย ทรงใช้เวลา 2 เดือนในมองโกเลียและประเทศจีน จากนั้นทรงวางแผนที่จะเที่ยวพักผ่อนหลังจากพระภารกิจนั้นเสร็จสิ้นแล้วในประเทศไทย โดยได้เสด็จไปที่พัทยา สัมผัสบรรยากาศชายหาดทำให้พระองค์ทรงรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
พระองค์มีสถานที่โปรดที่อยากเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไหมเพคะ
เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกรับสั่งว่า เราคงไม่เปิดเผยความลับนี้ พร้อมกับพระสรวลก่อนที่จะรับสั่งต่อว่า เมื่อครั้งที่ได้เสด็จมาเยือนอย่างเป็นทางการครั้งก่อน มีสถานที่ที่อยากเสด็จกลับไปอีกครั้งคือ ที่จังหวัดเชียงราย เคยไปประทับที่รีสอร์ตสวยงามใกล้เชียงราย นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตก็เป็นอีกสถานที่ที่สวยงามเช่นกัน เจ้าชายเฮนริก พระบิดาเสด็จมาภูเก็ตบ่อยครั้งและทรงร่วมแล่นเรือใบในการแข่งขัน The Phuket King's Cup Regatta
สำหรับการเสด็จมาประเทศไทยครั้งนี้ เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริก รับสั่งว่า พระองค์และพระชายาคงมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ ทั้งสองพระองค์ยังรับสั่งถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเจ้าหญิงแมรี่รับสั่งว่า ทรงเห็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการแข่งขันโอลิมปิก ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ ทรงกำลังวุ่นอยู่กับกล้องที่มีอยู่หลายตัว และเจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกรับสั่งต่อว่า เป็นความทรงจำที่ดีและคงจะมีโอกาสได้พบสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ ที่เมืองไทย
ในการเสด็จเมืองไทยครั้งนี้ เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรี่ เสด็จมาลำพังเพียง 2 พระองค์ โดยเจ้าชายคริสเตียนวัย 2 ชันษาเศษ และเจ้าหญิงอิสซาเบลลา วัย 19 เดือน พระโอรสและพระธิดาไม่ได้ตามเสด็จด้วย ซึ่งเจ้าหญิงแมรี่รับสั่งถึงเรื่องนี้ว่า การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างรัดตัว คงเป็นการดีที่จะให้เด็กๆอยู่บ้าน แม้ว่าเราอยากจะให้ลูกๆ อยู่ใกล้ๆ ก็ตาม คงพาเด็กๆมาในโอกาสอื่น เขาคงจะสนุกกับชายหาด
และเมื่อทูลถามถึงบทบาทถึงการเป็นพ่อและแม่ เจ้าหญิงแมรี่รับสั่งว่า พระองค์ไม่รู้จะหาคำใดมาบอกถึงความวิเศษนี้ ความเป็นแม่เป็นเรื่องใหม่ในชีวิต และมีความสำคัญที่สุดในชีวิตพระองค์ ในชีวิตครอบครัว ชีวิตพระองค์เปลี่ยนแปลงไป โดยความสนใจมุ่งไปที่พระโอรสและพระธิดาว่ามีความสุข มีปัญหาอะไรไหม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ได้รู้จักอีกส่วนหนึ่งของตัวตนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน การให้ความรักอย่างมากมายและการได้รับความรักนั้นกลับคืนมา ลูกๆให้อะไรกับชีวิตพระองค์มาก ส่วนเจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกรับสั่งเช่นเดียวกันว่า การเป็นพ่อจะทำให้ได้ค้นพบสิ่งที่ซ่อนอยู่ ในตัวตนที่ไม่เคยรู้มาก่อน การมีลูกเป็นสิ่งที่วิเศษสุด เราสามารถให้ความรักไปที่เด็กๆ ไม่มีสิ้นสุด
ในฐานะที่ทรงเป็นพ่อ พระองค์จะทรงนำประสบการณ์ที่ผ่านมาในวัยพระเยาว์ มาใช้ในการเลี้ยงดูพระโอรส-พระธิดาอย่างไรเพคะ
เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกรับสั่งตอบว่า เป็นเรื่องสำคัญสำหรับพระองค์ และเจ้าหญิงแมรี่ในการวางแนวทาง การเลี้ยงดูลูก ในช่วงหนึ่งของชีวิตพระองค์ อาจจะเป็นช่วงพิเศษ ซึ่งถึงทุกวันนี้ได้ให้ประสบการณ์และมุมมองชีวิตที่กว้างขึ้น พระองค์ และเจ้าหญิงแมรี่ ทรงสอน ลูกๆ ให้เป็นคนดีเหมือน พ่อแม่คนอื่นๆ แต่ต้องยอมรับว่า พวกเขาไม่ได้ เป็นเด็กธรรมดาๆ เหมือน อย่างที่พวกเขาคิด เจ้า ฟ้าชายเฟรเดอริกรับสั่งพร้อมพระสรวลว่า พวก เขาเป็นเด็กพิเศษในหัวใจของเรา เราคงจะบอกเด็กๆเมื่อตอนที่พวกเขาเริ่มถามว่า ทำไมเราไม่มีนามสกุล ซึ่งก็คงตอบง่ายๆ ว่า เป็นเพราะลูกๆ ไม่ใช่คนธรรมดา ส่วนเจ้าหญิงแมรี่รับสั่งเสริมว่า สิ่งสำคัญคือ พวกเขาต้องเติบโตอย่างมีความ มั่นใจ และภูมิใจในสิ่งที่เขาเป็น รู้จักบทบาทหน้าที่ของตัวเองและรับมาด้วยความภาคภูมิใจ
เมื่อทูลถามเจ้าหญิงแมรี่ ถึงช่วงชีวิตในวัยเยาว์ มีส่วนช่วยในการรับหน้าที่ของพระองค์ตอนนี้อย่างไร เจ้าหญิงแมรี่มีรับสั่งว่า คงตอบได้ยาก พระองค์เติบโตมาในครอบครัวที่ปลอดภัยและมีความสุข ที่ได้รับการสอนว่า สิ่งที่ดีที่สุดและเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้คือการเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งพระองค์ พยายามที่เป็นในปัจจุบัน คุณค่าชีวิตในวัยเยาว์คือการได้เข้าใจถึงความแตกต่าง ความสงสาร ความซื่อสัตย์ เหล่านี้พระองค์ได้รับมาจากครอบครัว และการสอนให้เป็นตัวของตัวเองคงเป็นเรื่องที่สำคัญ
จากการพูดคุยกับคนเดนมาร์ก รู้สึกว่าทั้งสองพระองค์ทรงได้รับความนิยมมาก ทรงคิดอย่างไรเพคะ
เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกรับสั่งพร้อมพระสรวลว่า เป็นเรื่องที่ดี เรามีความสนใจ มีความสุขและรู้สึกดีในสิ่งที่เราทำ นั่นเป็นสิ่งสะท้อนกลับในทางที่ดีที่เราได้รับจากประชาชน
ในฐานะมกุฎราชกุมาร พระองค์เคยรับสั่งถึงการวางบทบาทของพระองค์ที่จะให้คนเข้าถึง ทรงทำอย่างไรเพคะ
เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกมีรับสั่งว่า พระองค์และเจ้าหญิงแมรี่ ทรงรวมกันเป็นทีมที่แข็งแกร่ง นับตั้งแต่อภิเษกสมรส ทรงช่วยกันสร้างแนวคิดใหม่ในบทบาทของเราทั้งสอง
ส่วนเจ้าหญิงแมรี่รับสั่งว่า สิ่งสำคัญคือการเป็นตัวของตัวเอง บทบาทของเรามาจากใจ ทำในสิ่งที่เราเชื่อและทำงานหนักเพื่อสิ่งนั้น ซึ่งที่สำคัญต้องมาจากใจ
มาถึงตรงนี้คงตอบได้แล้วว่า ทำไมทั้งสองพระองค์ทรงได้รับความนิยมในเวทีโลก และเป็นโอกาสอันดีที่ชาวไทยจะได้ร่วมกันถวายการรับเสด็จ เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริก และเจ้าหญิงแมรี่ พระชายา อย่างอบอุ่นในฐานะเจ้าบ้าน ระหว่างการเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 24-27 พ.ย.นี้
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
http://www.ictutors.com/
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น