03 ธันวาคม 2551
จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการประกอบกิจกรรมวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2551 เป็นต้นมา ได้กำหนดให้สถานีวิทยุกระจายเสียงในสถาบันการศึกษาต่างๆอยู่ในกลุ่มของการบริการภาคสาธารณะ ไม่สามารถหารายได้จากการโฆษณา ซึ่งจะทำให้ภาระในเรื่องงบประมาณการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียง มหาวิทยาลัยขอนแก่น FM 103 MHz. ซึ่งมีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตกเป็นภาระความรับผิดชอบของหน่วยงานต้นสังกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้ผลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยการพัฒนา สื่อ ที่มีอยู่ในมือ นั่นคือ สถานีวิทยุกระจายเสียง มข. FM.103 MHz ให้เป็นช่องทางการสื่อสารที่มีศักยภาพและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ มีเนื้อที่กว่า 5,600 ไร่ มีบุคลากร กว่า 10,000 คน และในปีการศึกษา พ.ศ. 2551 มีนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ประมาณ 37,000 คน ซึ่งหากเปรียบเทียบจำนวนของบุคลากร นักศึกษา หน่วยงานภายใน และ ขนาดพื้นที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจเทียบได้กับกระทรวง หรือ อำเภอ หนึ่ง ดังนั้นการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้บริหารในทุกระดับกับประชากรของมหาวิทยาลัยตลอดจนประชาชนทั่วไปจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากเพื่อที่จะทำให้การบริหารมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การผลิกวิกฤติเป็นโอกาสในครั้งนี้ หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการดำเนินงาน นั้นคือ ฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ ร่วมกับ สถานีวิทยุกระจายเสียง FM.103 MHz มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ผศ.ดร.วินัย ใจขาน รองอธิการบดีฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ และ รศ.นสพ. ชูชาติ กมลเลิศ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ ในฐานะกำกับดูแลสถานีวิทยุกระจายเสียง FM.103 MHz เป็นหัวเรือใหญ่ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ดังกล่าว
ผศ.ดร.วินัย ใจขาน รองอธิการบดีฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ เผยถึง กลยุทธ์การพัฒนา สื่อ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่า จากปัญหาข้างต้น ฝ่ายสังคมฯ ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ต่อคณะกรรมการบริหาร และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอของสถานีวิทยุกระจายเสียง FM.103 MHz ให้เป็น สถานีวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ Internet โดยใช้ชื่อสถานีว่า KKU Channel เนื่องจากการสื่อสารผ่านระบบเครือข่าย Internet ในปัจจุบันสามารถเข้าถึงและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย นักเรียน นักศึกษา ได้เป็นอย่างดี จากการประเมินในผลงานที่ผ่านมา ต่างได้รับเสียงตอบรับที่ดี ซึ่งมีผู้เข้าชมผลงาน ข้อมูล ข่าวสาร ทาง www.kku.ac.th เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เป็นจำนวนมาก ด้านการเตรียมความพร้อมได้มีการวางแผนในการดำเนินงาน เช่น ด้านบุคลากร ได้มีการเพิ่มกรอบอัตรากำลัง ในตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ และ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา จำนวน 6 อัตรา เพื่อรองรับภาระงานในอนาคต การจัดประกวดผู้ประกาศข่าว KKU Channel การประกวดทีมผลิตสารคดีสั้น การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการพัฒนาผู้ประกาศข่าว พิธีกรดำเนินรายการโทรทัศน์ การประกวดตราสัญลักษณ์ KKU Channel การประกวดการออกแบบตกแต่งรถถ่ายทอดสด และ การจัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ ห้องสตูดิโอ รถถ่ายทอดสด ส่วนทางด้านระบบเทคนิคการออกอากาศนั้น ฝ่ายสังคมฯ ได้ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์ มข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาวางแผนการดำเนินงานไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการทดลองออกอากาศ ระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์ เดือนพฤษภาคม 2552 และ ออกอากาศจริง ระหว่างเดือน มิถุนายน 2552 เป็นต้นไป ในส่วนการกำหนดผังรายการในช่วงแรกของ KKU Channel จะใช้ผังการออกอากาศเดิมของ สถานีวิทยุกระจายเสียง FM.103 MHz ไปก่อน คือตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ซึ่งรูปแบบของรายการแต่ละช่วงนั้น ได้มีการระดมความคิดเห็นจากเครือข่ายประชาสัมพันธ์ มข. และผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการผลิตรายการโทรทัศน์ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และจะเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณบดี ต่อไป
ผศ.ดร. วินัย ใจขาน กล่าวต่อว่า สำหรับมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 ได้พิจารณาอนุมัติแผนงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2552 เพื่อรองรับการดำเนินงานของ KKU Channel องค์กรสื่อสารมวลชนในสถาบันการศึกษาในอนาคต ซึ่งนับเป็นโครงการที่จะสร้างโอกาสที่ดีให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการต่อยอดไปสู่โครงการต่างๆ ประกอบกับในเดือนมิถุนายน 2552 คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะประกาศเปิด WiMAX กับ 3G ซึ่งจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีช่องทางการเข้าถึงสถานีวิทยุกระจายเสียง -โทรทัศน์ Internet (KKU Channel) ได้มากขึ้น ที่สำคัญเป็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะสามารถเป็นผู้นำในการทำการศึกษาเชิงหรรษา (Edutainment) เพื่อนำความรู้ไปสู่ประชาชน อย่างเต็มศักยภาพ นั่นเอง
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (1)
แสดงความคิดเห็น