03 ธันวาคม 2551
| กษมา เศรษฐกิจปีหน้าไม่ดี หากมีการขอรับบริจาคให้ทำอย่างโปร่งใส ติงห้องเรียนพิเศษ เก็บเงินจากผู้ปกครองแพงแต่ปฏิบัติทางวิชาการไม่คุ้มค่า สั่งให้สำรวจเด็กในพื้นที่ทำเป็นแผนระยะยาว เผยพบเด็กจบไม่พร้อมรุ่นสูงถึง 2 หมื่นคน สั่งให้หาแนวทางให้เด็กได้เรียนต่อหรือเรียนสายอาชีพ ยังพบเด็ก ม.3 อยู่ในเกณฑ์ต้องปรับปรุงเพียบ | |||||
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเปิดห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ พบว่า บางโรงเก็บค่าเรียนแพงมาก แต่การปฏิบัติทางวิชาการไม่คุ้มค่ากับเงินที่ผู้ปกครองต้องเสียไป จึงขอให้โรงเรียนพัฒนาห้องเรียนพิเศษนี้ให้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่าย ส่วนการรับนักเรียนในระดับ ม.4 ขอให้โรงเรียนพิจารณา เด็กที่จบม.3 ในโรงเรียนของตนก่อน แต่หากโรงเรียนไม่รับเด็กตนเองได้ขอให้บอกเด็ก ผู้ปกครองล่วงหน้า พร้อมกันนี้ให้ดูความประพฤติของนักเรียนว่าตรงตามหลักเกณฑ์ที่จะรับเข้าศึกษาต่อหรือไม่ สำหรับการรับเด็กพิการ ฝากให้ทุกแห่งดูแลนักเรียนกลุ่มนี้ด้วย ถ้าโรงเรียนไม่มีความพร้อมหรือมีปัญหาอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนขอให้ติดต่อศูนย์การศึกษาพิเศษเพื่อขอรับการช่วยเหลือรับเด็กไปดูแลต่อ คุณหญิงกษมา กล่าวว่า ปีหน้าเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ปกครองอาจได้รับความเดือดร้อน ถ้าโรงเรียนจะรับบริจาคเงินขอให้ทำตามหลักเกณฑ์ที่ สพฐ.กำหนดไว้ ขอให้ทำอย่างโปร่งใส ชัดเจน ตรวจสอบได้ ส่วนค่าสาธารณูปโภคนั้น สพฐ. ตรวจสอบพบโรงเรียนใน กทม. 1 โรงจากประมาณ 30 โรงที่มีค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไปกว่า 1 ล้านบาทถือว่าสูงมาก จึงให้โรงเรียนไปคำนวณค่าสาธารณูปโภคของแต่ละโรงเรียนว่าต่อหัวจะอยู่ที่เท่าไหร่ หากโรงเรียนไม่มีเงินจ่าย สพฐ.จะแก้ปัญหาด้วยการเสนอขอให้รัฐบาลช่วย ขณะมีโรงเรียนไม่เก็บค่าใช้จ่ายบางแห่ง สพฐ.เห็นว่าหากเป็นไปได้อยากให้ทุกโรงประกาศเลยว่าเป็นโรงเรียนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย หรือให้ทุก สพท. มีโรงเรียน 1 โรง ที่ประกาศชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากให้ทำแบบแลกเป้าไปเลย กำหนดสัดส่วน 1:1 ชัดเจนว่าเขตนี้โรงเรียนนี้เรียนฟรี และหากประกาศไปแล้วระหว่างนั้นโรงเรียนมีจุดใดที่ต้องการการสนับสนุนก็ขอให้แจ้งมายัง สพฐ. เพื่อที่เราจะได้รวบรวมข้อมูลนำเสนอของบสนับสนุนจากสำนักงบประมาณได้ จากนั้น คุณหญิงกษมา กล่าวถึงการวางแผนชั้นเรียนว่า ขอให้คณะกรรมการรับเด็กของ สพท. กำหนดเป็นแผนระยะยาว 4-5 ปี โดยตรวจสอบข้อมูลการลดและเพิ่มของเด็กพื้นที่ในแต่ละปีว่ามีเท่าไหร่ พร้อมทั้งดูโรงเรียนสังกัดอื่น ๆ ด้วยว่ามีการขยายเปิดรับนักเรียนในชั้นระดับใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ภายใน 3 ปีนับจากนี้ สพฐ.จะต้องวางแผนลดการรับนักเรียนให้ลดลง นอกจากนี้อยากให้โรงเรียนเข้าไปดูเรื่องสัดส่วนนักเรียนที่ไม่จบพร้อมรุ่นด้วย เพราะจากข้อมูล พบว่า โรงเรียนที่มีนักเรียนจบไม่พร้อมรุ่นกว่า 20,000 คน จาก 100 โรง แบ่งเป็น ในจำนวนนี้ไม่จบพร้อมรุ่นเกินร้อยละ 20 มี 19 โรง เกินกว่าร้อยละ 10 มี 81 โรง ที่เหลือต่ำกว่าร้อยละ 10 เพราะฉะนั้นอยากให้โรงเรียนศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยจัดการศึกษาทางเลือกและสอนสายอาชีพให้กับเด็ก คุณหญิงกษมา กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกโรงเรียนไปดูผลทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ในระดับม.3 ของแต่ละโรงเรียนด้วย เพราะตัวเลขที่ปรากฏ พบว่า แต่ละวิชายังมีโรงเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องปรับปรุงเกินร้อยละ 20 ดังนี้ วิชาภาษาไทย มี 3 โรง คณิตศาสตร์ 314 โรง วิทยาศาสตร์ 356 โรง สังคมศึกษา 266 โรง และภาษาอังกฤษ 369 โรง ซึ่งจุดนี้ขอให้โรงเรียนนำไปเป็นข้อมูลในการปรับปรุง รวมทั้งขอความร่วมมือเกี่ยวกับเรื่องการกดเกรด ปล่อยเกรด ของนักเรียนด้วย เพราะข้อมูลจากสำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. ระบุว่า มีโรงเรียนกดเกรดประมาณ 293 โรง ปล่อยเกรด 68 โรง ซึ่งอยากฝากให้โรงเรียนนั้นพิจารณาอย่างเหมาะสมอย่ากดจนเกินไปจนทำให้เด็กเกิดความอึดอัด คุณหญิงกษมา ห่วงเด็กติดเกม ติดบุหรี่ พ่อแม่ไม่เข้าใจเด็ก จึงฝากให้มีระบบดูแลนักเรียนมากขึ้นพร้อมดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม เช่น จัดอบรมหลักสูตรผู้ปกครอง ซึ่งจัดทำโดยกรมสุขภาพจิต รวมถึงดูแลเด็กทั้งเรื่องความเดือนร้อนโดยเฉพาะช่วงระยะการส่งต่อระหว่างเด็กจากโรงเรียนไปสู่ระดับมหาวิทยาลัย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เด็กต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก |
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
http://www.ictutors.com/
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (4)
แสดงความคิดเห็น
ตอนนี้ เรา อยุ่ ม.6 แล้ว เรียน ห้อง พิเสด
ร.ร. แห่ง หนึ่ง อยาก บอกว่า ห่วยมากก
เก็บ เงิน มาก กว่า ห้อง ทมัมะดา 4000 กว่าๆๆ
แต่ สิ่ง ที่ได้ เหมือน กับ ห้อง ทัมมะดา เลย
ใน ห้อง มี ทวี มี คอม แต่ ไม่ได้ ใช้ประโยชน์ เลย
แถม ยังมี สายไฟรุงรัง เหมือน ใย แมงมุม เลย
เรา จะ ต้อง ทัม ไง ดี ผอ. เน้น แต่ กิจกรรม ไม่เน้น เรื่อง เรียน เลย
บางที ก้อคิดว่า นี่ ร.ร. หรือ อะรัย
โรงเรียนห่วยยยยยยยยย มากกก ทัมงัย ดี

จากที่เคยได้ถูกอาจารย์ผู้สอน ทำร้ายจิตใจเด็กโดยการใช้วิธีกดเกรด ซึ่งผู้ใหญ่หลายๆคนควรจะลงมาดูแลอย่างมาก เพราะมันมีจริงๆและเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน หากจะพูดถึงวิธีกดเกรดนั้น เด็กอย่างเราๆก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมอาจารย์บางคนถึงทำเช่นนี้จรรยาบรรณของความเป็นครูไปอยู่ไหนหมด หากทำแล้วท่านสะใจ พวกเราทุกคนก็เป็นเครื่องมือที่ทำให้ท่านสนุกมากเลยใช่มั้ยค่ะ หากผู้ใหญ่หลายๆคนเห็นใจเด็กที่ตั้งใจจริง พวกเราก็อยากให้ท่านได้เข้ามาตรวจ และดูแล ทุกๆโรงเรียน
ทุกๆจังหวัดอย่างทั่วถึง ขอบคุณค่ะ

ถูกค่ะ เป็นช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อจริงๆ
เวลาที่ถูก กด เกรด แน่นอนอยู่แล้วค่ะ รู้สึกอึดอัดมากๆ
แล้วยิ่งปีสุดท้ายแล้วด้วย
----------------------------------------------------
แต่...บางครั้งนะค่ะ ในการเรียน การสอนของบางที่
ไม่ได้ทำให้นักเรียนอึดอัดแค่เกรดหรอกค่ะ ยังใช้คำพูดกระแทรก
ใช้คำพูดเชิงข่มขู่ให้นักเรียนกลัวเกี่ยวกับคะแนน
ใช้ให้นักเรียนทำอะไรสารพัด
อยากทราบเหมือนกันนะค่ะว่า...เด็กดีกับเด็กเรียนดี
มีการแบ่งแยกด้วยเหรอค่ะ ณ ปัจจุบัน มีคนบางคนแบ่งแยก
ระหว่างเด็กดี ไม่ใช่สิค่ะ เด็กที่ทำดีน่ะค่ะ กับเด็กที่เรียนดี
แต่ไม่ค่อยทำดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรไม่ดีนะค่ะ
มีบางท่านเคยกล่าวว่า เด็กดีย่อมได้คะแนนดีกว่าเด็กเรียนดี
นั่นล่ะค่ะ ที่ทำให้แปลกใจ...ทำไมถึงแบ่งแยกกันอย่างนั้นล่ะค่ะ
แบบนี้คิดว่าอย่าทำการเรียนการสอนเลยจะดีกว่า
พอเปิดคาบมาก็ให้นักเรียนใส่หน้ากากแล้วทำตัวเป็นคนดี
ถ้าทำแค่นั้นแล้วได้คะแนนดีกว่าคนที่เรียนดี
งั้นโลกนี้คงมีแต่คนที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน
ไร้ซึ้งความยุคิธรรมและความจริงใจ

วันที่ 08 ธันวาคม 2551 เวลา 17:55
โดย : อึดอัด จัย
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 117.47.82.xxx