"ไทยแลนด์ 4.0 เร่งลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ฯ"

ลบ แก้ไข
 
ไทยแลนด์ 4.0 เร่งลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้
เพิ่มอัตราครูสอนผู้พิการ


ไทยแลนด์ 4.0 เร่งลดความเ

 
               สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  จัดเวทีเสวนา TRFForum “แนวทางการจัดการศึกษาพิเศษสำหรับผู้พิการและผู้มีความบกพร่องในการเรียนรู้” เพื่อนำเสนอผลการวิจัยข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ได้จากงานวิจัยที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาพิเศษสำหรับผู้พิการ ด้วยเล็งเห็นว่าผู้พิการเป็นทรัพยากรบุคคลของสังคม หากได้รับการส่งเสริมที่ถูกต้อง ย่อมมีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพที่จะประกอบอาชีพ พึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้อื่นในสังคม

              รศ.สร้อยสุดา วิทยากร นักวิจัยจากสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “การปรับแต่งและอำนวยความสะดวกในการสอนผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในห้องเรียนร่วมระดับประถมศึกษา” ให้ข้อเสนอแนะว่า รัฐจำเป็นต้องทบทวนกระบวนการสร้างครูการศึกษาพิเศษระดับปริญญาตรีหลักสูตรผลิตครูการศึกษาพิเศษควรเป็น“หลักสูตรเต็มใบ”กล่าวคือ แยกออกมาเป็นสาขาวิชาเฉพาะไม่ใช่หลักสูตรเอกคู่ที่เรียบร่วมไปกับสาขาวิขาอื่น ทั้งนี้ในประเทศไทยมีเพียง 3 มหาวิทยาลัยที่สร้างครูการศึกษาพิเศษ คือ
- ม.เชียงใหม่ (คู่กับการศึกษาปฐมวัย)
- ม.ราชภัฏสกลนคร (คู่กับการสอนภาษาอังกฤษ)
- ม.ราชภัฏเชียงราย (เปิดเป็นเอกเดี่ยว)

                ทั้งที่ในความเป็นจริง มีหลายมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพในการเปิดเป็นเอกเดี่ยวได้และบางมหาวิทยาลัยที่รับอยู่กำลังจะปิดหลักสูตรนี้ ทั้งนี้ต้องกำหนดนโยบายและเป้าหมายพัฒนาครูประจำการเพื่อช่วยเหลือผู้เรียนพิการประเภทต่างๆให้ชัดเจน เพื่อรับครูที่มีวุฒิตรง  โดยมีข้อสังเกตว่าครูที่สนใจเข้ารับการอบรมที่จะช่วยเหลือผู้เรียนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นครูใกล้เกษียณอายุราชการ อาจทำให้การช่วยเหลือไม่ต่อเนื่องไม่พอเพียง และไม่ยั่งยืน นอกจากนี้การบรรจุการศึกษาพิเศษจบใหม่ รัฐต้องกำหนดนโยบายให้ทุกโรงเรียนกำหนดตำแหน่งและรับครูการศึกษาพิเศษเข้าไปสอนในโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันตำแหน่งครูการศึกษาพิเศษจะมีเฉพาะในโรงเรียนหรือหน่วยงานสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษและโรงเรียนที่ประกาศรับครูการศึกษาพิเศษซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัดพื้นที่ กทม.เท่านั้น

               ด้าน ดร.สัญชัย สันติเวส  นักวิจัยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่นได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง“การออกแบบสื่อเพื่อการจัดการเรียนรู้วิชาศิลปะ(ทัศนศิลป์)สำหรับนักเรียนตาบอดระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย”เพื่อค้นหาคำตอบว่าอะไรคือสื่อที่จะเชื่อมโยงเด็กตาบอดให้เข้าถึงสุนทรียภาพทางศิลปะได้ และทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจว่าตนเท่าเทียมเท่าคนทั่วไปทั้งนี้จากการสัมภาษณ์ครูสอนวิชาศิลปะโรงเรียนหนึ่งพบว่า มีนักเรียน 15 ห้อง  แยกสอนนักเรียนตาบอดไม่ได้ เพราะมีโเวลาจำกัด ไม่มีวิธีการสอนเฉพาะเจาะจงสำหรับนักเรียนตาบอด ไม่มีสื่อการสอนช่วยในการเรียนรู้วิชาศิลปะ ช่วงหลังมาหลักสูตรเปลี่ยนแปลงทำให้คาบเวลาการสอนศิลปะน้อยลง คุณครูเห็นด้วยถ้าจะมีครูผู้ช่วยสอนคอยดูแลนักเรียนตาบอดซึ่งอาจเป็นนักศึกษาครูฝึกงานก็ได้ ทีมวิจัยได้ออกแบบสื่อการเรียนรู้แบ่งเป็น 7 ประเภทได้แก่
1.ภาพนูนต่ำ
2.หุ่นลอยตัว
3.หุ่นกระดาษพับ
4.กระดาษมีกลิ่นและพื้นผิว
5.โปรแกรมวาดภาพระบายสี
6.ดินน้ำมัน 
7.คลิปเสียง

               ผลการนำสื่อดังกล่าวไปใช้กับนักเรียนตาบอดพบว่า น้องๆมีการปรับตัวเกิดความพึงพอใจ ความสุข มีความรู้สึกเท่าเทียมและเสมอภาค ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ได้เข้ามาอุดช่องโหว่ทฤษฎีการเรียนวิชาศิลปะปฏิบัติที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการมองเห็น นอกจากนี้นักวิจัยยังมีข้อเสนอแนะให้กับภาคนโยบายว่า  การให้ความสำคัญกับการศึกษาของผู้พิการทั้งทางสายตาและด้านอื่นๆ โดยกำหนดเป็นนโยบายระดับชาติเช่น ได้ลดภาษี ได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาล เป็นต้น 

เรียบเรียงโดย : พี่นุ๊ก eduzones
___________________________________________________________
สามารถติดตามข่าวแวดวงการศึกษา และ อัพเดตข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ได้ที่
Blog : Eduzones Pr News  
P'nook eduzones :)



 
 

loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 7 มี.ค. 60 17:15 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 1,888 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 1,888 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง