5 บทเรียนพัฒนาคนสู่ไทยแลนด์ 4.0

ลบ แก้ไข

ผลวิจัยตลาดแรงงานชี้ 5
บทเรียนพัฒนาคนสู่ไทยแลนด์ 4.0
ต้องฟังภาคธุรกิจ-วิเคราะห์ต้นทุนจังหวัด



5 บทเรียนพัฒนาคนสู่ไทยแล


 
                 รองนายกฯประจินย้ำ ‘ปฏิรูปการศึกษา’ ต้องบูรณาการข้ามหน่วยงานสู่การพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต สอดรับผลวิจัยตลาดแรงงานชี้ 5 บทเรียนพัฒนาคนสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องฟังภาคธุรกิจ-วิเคราะห์ต้นทุนจังหวัด ด้านรมว.ศธ.ชี้ ‘ประเมินยุค 4.0’ ต้องไม่ใช้มาตรฐานเดียว

                เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ครั้งที่ 1/2560 โดยมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการบอร์ด สสค. มีวาระสำคัญในการรายงานความก้าวหน้าโครงการต่างๆ โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางการทำงานว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าเต็มที่ในการนำประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยหนึ่งในโจทย์สำคัญคือการพัฒนาคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิตัล จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาคนในระดับพื้นที่ให้เข้มแข็ง ฉะนั้นข้อมูลวิจัยที่ สสค. ทำขึ้นจึงจะเกิดประโยชน์หากสามารถฉายภาพการเตรียมพร้อมกำลังคนได้ตรงตามความต้องการของพื้นที่ ประเด็นสำคัญคือการเชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยงานอื่นๆ มิใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายประชารัฐ ที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการการศึกษาได้

                “สสค. ต้องพยายามทำฝันที่มองแล้วให้เป็นเรื่องจริง ดึงภาพในอนาคตให้เห็นชัดขึ้นในปัจจุบัน หากภาคธุรกิจสามารถสะท้อนความต้องการตลาดแรงงานในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมได้ชัดเจนแล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมได้มีการหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษามาโดยตลอด เชื่อว่าสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 6 เดือน ฉะนั้นโครงการ สสค. หากสามารถปรับตามข้อเสนอแนะคิดว่างบประมาณที่สนับสนุนไปจะได้ผลลัพธ์เกินคุ้ม และหากทุกท่านเห็นว่านโยบายนี้ดี เห็นว่าควรมีการขยายและเสริมแรง ก็ต้องช่วยให้ สสค. มีการทำงานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งต้องช่วยกันจับมือเพื่อให้มันเกิดขึ้นให้ได้" รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

                ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวสรุปความก้าวหน้าของโครงการวิจัยสถานการณ์ตลาดแรงงานใน 18 กลุ่มจังหวัด ซึ่งมีการวิเคราะห์ข้อมูลแนวโน้มในการจ้างงานในระดับจังหวัด ซึ่งมาจากเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการทั่วประเทศจำนวน 40,000 แห่ง พบ 5 บทเรียนสำคัญที่เกิดประโยชน์แก่จังหวัดในการพัฒนากำลังคน ดังนี้ 
1. คณะทำงานจังหวัดมีข้อมูลในการวางแผนการทำงานร่วมกันในพื้นที่ เห็นภาพเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจบริบทและความต้องการแรงงานในจังหวัดตนเอง 
2. สามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้องที่เข้ากับทิศทางจังหวัดได้มากขึ้น เช่น เชียงใหม่เดิมการท่องเที่ยวถูกตั้งให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ แต่เมื่อสำรวจต้นทุนในอนาคตจะพบว่า ภาคเกษตรกรรมและการบริการทางสุขภาพ กลับเป็นต้นทุนสำคัญในอนาคต 
3. จังหวัดมีเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาด้านอาชีพกับครู ผู้ปกครอง และเด็กเยาวชน 
4. บุคลากรในพื้นที่มีทักษะในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลโครงสร้างการจ้างงานได้เองในทุกปี จังหวัดจึงสามารถดึงข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาจังหวัด และพัฒนาคนที่ล้อไปกับยุทธศาสตร์จังหวัดได้
5. เกิดโมเดลการศึกษาประชารัฐที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมองการเชื่อมโยงบูรณาการข้ามหน่วยงานอื่นๆ นอกเหนือจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนประชารัฐ

                   นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวสนับสนุนให้ สสค. และ สกว. ดำเนินโครงการวิจัยปฏิบัติการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (School Quality Improvement Program: sQip) เพื่อมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพของมาตรการการศึกษาด้านต่างๆ เช่น คุณภาพของการเรียนการสอน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน มาตรฐานการพัฒนาคุณภาพระดับโรงเรียนที่เหมาะสมกับโรงเรียน ความคุ้มค่าของการลงทุนกับผลที่ได้รับ เป็นต้น โดยเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้ผลการเรียนรู้เพิ่มขึ้น เด็กมีโอกาสในชีวิต มีอาชีพที่สูงขึ้น และชุมชนศรัทธาเชื่อมั่นโรงเรียน ซึ่งจะเริ่มต้นกับกลุ่มโรงเรียนแกนนำที่สมัครใจจำนวน 200 โรงเรียนใน 14 จังหวัด ตั้งแต่เดือน พ.ค. 60 โดยที่ประชุมแนะนำให้มีการขยายผลโดยเร็วเมื่อเห็นผลสำเร็จ

                  “ผมเสนอให้มีการเชื่อมการทำงานกับ สมศ. ในประเด็นการประเมินผล ตามที่ได้ปรึกษาท่านรองนายกฯ ประจิน ว่าให้มีการปรับการประเมินตามสภาพความเป็นจริงและบริบทพื้นที่ มิใช่มาตรฐานประเมินแบบเดียว ฉะนั้นต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครูและพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนทำอย่างไรให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ทำโครงการฯ นี้กับโรงเรียนทั้งในเรื่องแนวคิด เพื่อให้ครูผู้ปฏิบัติยอมรับกติกา และมาตรการว่าเป็นเครื่องมือในการพัฒนาต่อไป ส่วนเรื่องงบประมาณสามารถปรับเพิ่มรายละเอียดและเชื่อมงานกับ ศธ. เพื่อให้เกิดการสนับสนุนงบเชื่อมโยงกันต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว
เรียบเรียงโดย : พี่นุ๊ก eduzones
___________________________________________________________
สามารถติดตามข่าวแวดวงการศึกษา และ อัพเดตข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ได้ที่
Blog : Eduzones Pr News  
P'nook eduzones :)
 

loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 10 มี.ค. 60 13:27 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,184 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,184 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง