ปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับสมัครครูผู้ช่วย ไม่มีตั๋วสมัครสอบครูผู้ช่วยได้

ลบ แก้ไข
 
ปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับสมัครครูผู้ช่วย 
สำหรับผู้ที่ยังไม่มีใบอนุญาตสอนที่คุรุสภาออกให้ 
สามารถสมัครสอบแข่งขันได้ก่อน

 
                นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2560 เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560  ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

 
ปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับส


                 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้ปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดไว้เดิมในข้อ 2 ของคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง จากเดิมกำหนดว่า "มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครู ตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน" โดยกำหนดใหม่เป็น "มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครู ตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน ก่อนการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา"

                ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานการศึกษาสามารถสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสม เป็นไปตามความจำเป็นในการใช้ครูของส่วนราชการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ แต่ผู้นั้นยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน สามารถสมัครสอบแข่งขันหรือสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยได้ **

                 แต่ทั้งนี้ผู้สอบแข่งขันได้หรือผู้ผ่านการคัดเลือก ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้ เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอนตั้งแต่วันที่บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย



- เห็นชอบแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย สพฐ. เริ่มรับสมัคร 21 มีนาคมนี้**

                  ที่ประชุมเห็นชอบการแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ ว14 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 ซึ่งจะใช้สำหรับสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1/2560 โดยจะเริ่มประกาศรับสมัครในวันที่ 21 มีนาคม 2560 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องจากการปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย ดังนี้

1. กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันใหม่  จากเดิมที่กำหนดว่า ผู้มีสิทธิ์สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่งครบถ้วนในวันสมัคร กำหนดใหม่เป็น “ผู้มีสิทธิ์สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย”

2. กำหนดการเรียกตัวผู้สอบแข่งขันได้ให้มารายงานเพื่อบรรจุและแต่งตั้งใหม่  จากเดิมกำหนดว่าการเรียกตัวผู้สอบแข่งขันได้มารายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก ให้ใช้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เป็นการเรียกตัวผู้มีสิทธิ์ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ที่ประกาศผลการสอบแข่งขันไว้  กำหนดใหม่เป็น  “การเรียกตัวผู้สอบแข่งขันได้เพื่อบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก ให้ใช้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เป็นการเรียกตัวผู้มีสิทธิ์ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ที่ประกาศผลการสอบแข่งขันไว้ โดยกำหนดวันรายงานตัวไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน แต่ไม่เกินนับแต่วันประกาศผลการสอบแข่งขัน”

                ทั้งนี้ มาตรฐานตำแหน่งและหลักเกณฑ์ฯ ที่แก้ไข ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2560 และให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดอื่น (นอกเหนือจาก สพฐ.) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องทุกหลักเกณฑ์ฯที่ ก.ค.ศ. กำหนดไว้ เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันและแจ้งเวียนให้ส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษาทราบและถือปฏิบัติต่อไป


กฎหมายกำหนดให้ผู้ใดบ้างที่สามารถประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ บุคคล 8 ประเภท ได้แก่

1. ผู้ที่เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะวิทยากรพิเศษทางการศึกษา 
2. ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการสอนแต่ในบางครั้งต้องทําหน้าที่สอนด้วย 
3. นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ได้รับการฝึกอบรม หรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งทำการฝึกหัดหรืออบรมในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ให้การศึกษาหรือฝึกอบรม ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
4. ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย 
5. ผู้ที่ทําหน้าที่สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือสถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด 
6. คณาจารย์ และผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน 
7. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา 
8. บุคลลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ประกอบด้วย
- พระภิกษุ ที่ทําหน้าที่สอนหรือบริหารการศึกษา
- ผู้สอนศาสนา ที่ทําหน้าที่สอนในสถานศึกษา
- ผู้สอนตามโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ 
- ข้าราชการตํารวจตะเวนชายแดนที่ทําหน้าที่สอน หรือบริหารโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดน 
- ข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ผู้ทําหน้าที่สอนหรือบริหารโรงเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา
 
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารการศึกษาดีๆ จาก สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ,
Page : 
คลินิกครู - Teacher Clinic
เรียบเรียงโดย : พี่นุ๊ก eduzones
___________________________________________________________
สามารถติดตามข่าวแวดวงการศึกษา และ อัพเดตข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ได้ที่
Blog : Eduzones Pr News  
P'nook eduzones :)
 

loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 21 มี.ค. 60 11:10 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 4,338 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 4,338 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง