ตั้งโจทย์ท้าทายและแนวทางร่วมกันเพื่อการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคต

ลบ แก้ไข


ตั้งโจทย์ท้าทายและแนวทาง



รวมพลังภาคีกว่า 30 องค์กร
ร่วมเสนอบทเรียนการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่
พัฒนาการศึกษาไทยในอนาคต


ตั้งโจทย์ท้าทายและแนวทาง


 

                    เมื่อวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2560 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ถ.ราชปรารภ สถาบันรามจิตติได้จัดเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “รวมพลังขับเคลื่อนการศึกษาเพื่ออนาคต : บทเรียนจากพื้นที่" ภายใต้โครงการประสานงานวิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education) โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)โดยความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และองค์กรภาคีขับเคลื่อนการเรียนรู้ โดยมี ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้านนวัตกรรมสังคม เป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมด้วย ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ (สกว.) โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักนโยบายและยุทธศาสตร์ นักวิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิจัย ประชาคมทางการศึกษา คณาจารย์ ผู้บริหารและครู นักเรียน ภาคเอกชน รวมถึงภาคีร่วม และสื่อมวลชน รวมกว่า 30 องค์กรเข้าร่วมเสวนาทั้งนี้ในเวทีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยองค์ความรู้และบทเรียนจากการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ รวมทั้งเสนอความเคลื่อนไหวแนวโน้มโลกที่มีนัยต่อการท้าทายและตั้งโจทย์การพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคต
      
                        ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ หัวหน้าโครงการประสานงานวิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ผู้จัดเวทีเสวนาดังกล่าวได้ชี้ว่า องค์ความรู้จากงานวิจัยการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ (สสค.) ได้ชี้ให้เห็นองค์ความรู้สำคัญของการพัฒนาการศึกษาที่จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “พื้นที่”


 
ตั้งโจทย์ท้าทายและแนวทาง


                        สกว.และสสค.ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาระดับจังหวัด โดยสร้างให้เกิดกลไกการพัฒนาการศึกษา การมีข้อมูลเพื่อตั้งโจทย์และตัดสินใจ รวมถึงมีแผนที่นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยพบว่ามี 5 กุญแจสำคัญของความสำเร็จนั่นคือ 

1. “เป้า   เห็นเป้าหมายร่วมและมุ่งไปด้วยกัน
2. “เปิด”  พื้นที่ความร่วมมือ ดึงภาคี มีข้อมูลในการตัดสินใจ
3. “ปรับ”  ความสัมพันธ์การทำงานทุกระดับ สร้างภาวะรับผิดชอบการศึกษาใหม่
4. “ปลด”  ล็อคการทำงาน สร้างความยืดหยุ่นและให้มีอิสระการจัดการ
5. “เปลี่ยน”   แปลงถึงพื้นที่ สร้างการเรียนรู้ดีๆ ถึงเด็ก ด้วยนวัตกรรมการจัดการต่างๆ

                        ซึ่ง ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ย้ำผลที่เกิดขึ้นกับ 17 จังหวัดที่สกว.และสสค.ร่วมขับเคลื่อนได้เห็นการทำงานที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ขององค์กรหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด ตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ ไปจนถึงระดับสถานศึกษาและห้องเรียน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดและพื้นที่ให้สอดรับกับบริบทการพัฒนาและความต้องการของพื้นที่ อาทิ การพัฒนาด้านโอกาสทางการศึกษาให้กับกลุ่มเด็กหลุดระบบ การจัดการศึกษาเพื่อเตรียมเด็กเข้าสู่โลกของงาน ฯลฯ  ซึ่งถือเป็นตัวแบบดีๆ ที่สามารถขยายผลได้
      
                        ดร.สีลาภรณ์ บัวสายกล่าวว่าการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ไม่ได้เกิดโดยอำนาจสั่งการ แต่เกิดจากความสัมพันธ์และความร่วมมือร่วมพลังของทุกฝ่าย เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดที่จากกระบวนการทำงาน ซึ่งเป้าหมายและโจทย์การเป็นไปตามบริบทของพื้นที่ และทุกพื้นที่ต่างสร้างนวัตกรรมในการบริหารจัดการ นวัตกรรมในการสร้างการเรียนรู้และนวัตกรรมสังคมเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ประเทศไทยจะก้าวต่อไปได้ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆที่สร้างความรู้สร้างพลังการเปลี่ยนแปลง

                        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเยาวชนและการพัฒนาการศึกษา อดีตเจ้าหน้าที่บริหารองค์การยูนิเซฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จุดแข็งของงาน คือ แต่ละจังหวัดมีความหลากหลาย เราจะเห็นวิธีแก้ปัญหาที่หลากหลายต่างแบบแต่มีเป้าหมายเดียวกัน ที่ต้องได้คำตอบคำตอบให้ได้ ว่าเด็กดีขึ้นไหม คนทำงานมีความสุขไหมดังนั้นเราต้องร่วมกันปาลูกดอกไปสู่เป้าหมายเดียวกัน แม้จะต่างวิธีต่างหน้าที่แต่มีเป้าหมายอนาคตร่วมกัน นี่คือการทำงานในรูปแบบประชารัฐที่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มาร่วมเป็นเจ้าของและพัฒนาขับเคลื่อนการศึกษา

                        อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตดูเหมือนการศึกษาต้องเผชิญกับโจทย์ท้าทายมากมาย โดยเฉพาะในกระแสที่กำลังตั้งโจทย์กับแนวโน้มความเสี่ยงและแนวโน้มวิกฤตภัยที่การศึกษาต้องไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
- เด็กยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษา ที่ยังคงอยู่
- ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา
เด็กย้ายถิ่นและคนข้ามชาติ
- ปัญหาเสี่ยงทางสังคม
- แนวโน้มคุณภาพของกำลังคนรุ่นใหม่ที่อ่อนด้อยฝีมือหรือทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต
- ปัญหาการลงทุนและทรัพยากรทางการศึกษาที่มีแนวโน้มจำกัด
- มีความเสี่ยงในเรื่องการเงิน
- ปัญหาความเสี่ยงในด้านสังคมเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อการศึกษา ฯลฯ

                     ในประเทศไทย เราเผชิญสิ่งเหล่านี้ร่วมไม่ต่างจากกระแสโลกที่พุ่งเป้าการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มุ่งจะยกระดับคุณภาพการศึกษาพร้อมๆกับเป้าหมายการพัฒนาด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมถึงทิศทางการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 การมีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้มีนัยต่อความท้าทายของการพัฒนาการศึกษาไทย

                    ทั้งนี้ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติได้ศึกษากระแสความเคลื่อนไหวในประชาคมโลก ซึ่งชี้ว่า นานาประเทศต่างได้ส่งสัญญาณเตือนกระบวนทัศน์และทิศทางทางการศึกษา และได้เสนอแผนหรือแนวทางของการรับมือความเสี่ยงและภัยพิบัติเหล่านี้ โดยเสนอยุทธศาสตร์การจัดการที่ต้องเสริมพลังกลไกที่มีอยู่เดิมในพื้นที่อาทิ กศจ. ประชาคม หรือสมัชชาในพื้นที่โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการ และนวัตกรรมใหม่ๆ
 
                    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พลังชุมชน พลังคน”(Community power) ที่มีความสามารถในการรับมือของระบบสังคม (Capacity of Societal system) กับความเสี่ยงภัยเหล่านี้ที่อาศัยความร่วมมือและความเข้มแข็ง(Strength) ของชุมชนภายใต้การมีการจัดการที่มีความยืดหยุ่นและการรวมพลัง(community Resilience&Collaboration) จะเป็นทางออกของการสร้างการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาที่จะเท่าทันกับแนวโน้มและความท้าทายต่างๆที่จะเผชิญในอนาคตได้ ซึ่งปัจจุบันบทเรียนจากงานวิจัยและพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) ได้ทำให้เห็นพลังของประชารัฐที่มาร่วมพลังการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา แต่ในอนาคตสังคมยังคงต้องคิดต่อในโจทย์ที่ท้าทายเหล่านี้กันต่อไป

 
เรียบเรียงโดย : พี่นุ๊ก eduzones
___________________________________________________________
สามารถติดตามข่าวแวดวงการศึกษา และ อัพเดตข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ได้ที่
Blog : Eduzones Pr News  
P'nook eduzones :)

 

loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 4 เม.ย. 60 14:52 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 471 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 471 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง