ม.กรุงเทพ กับ แนวคิดการเรียนรู้ ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

ลบ แก้ไข


โลกวันนี้ไม่ใช่ใบเดิมที่เราเคยคิดเคยเชื่ออีกต่อไปแล้ว  โลกวันนี้มีความท้าทายใหม่เกิดขึ้นทุกวันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล อนาคตพุ่งเข้ามาหาเราด้วยความเร็วของการเปลี่ยนแปลง  ความคิดความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าดีว่าเหมาะ  อาจไม่เหมาะกับโลกวันนี้และอนาคตอีกต่อไป  ตลาดงาน-อาชีพในภาคธุรกิจก็ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน

“มีข้อมูลที่ชี้ว่าตลาดงานยังขาดแคลนบุคลากรสำหรับอาชีพยุคใหม่ราว 85% ทั้งๆที่รายได้สูงกว่าอาชีพทั่วไปถึง 61%” คุณอันธิกา ลิมปิอนันต์ชัย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ขยายความชัดเจนขึ้นในเรื่องงานของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล อาชีพที่ว่าก็เช่น นักการตลาดดิจิทัล นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น นักสร้างสรรค์แอนิเมชั่น กราฟฟิคดีไซเนอร์ เกมดีไซเนอร์ ยูทูบเบอร์ ผู้เชี่ยวชาญการผลิตคอนเท้นต์ฯลฯ ยังมีชื่อตำแหน่งงานอีกมากที่ไม่คุ้นหูพ่อแม่ผู้ปกครองแต่อยู่ในความนิยมของนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งการเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่ทำได้เองด้วยตัวคนเดียว ส่งผลให้การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวตามตลาดงานเพื่อผลิตบัณฑิตที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจและวิถีสังคมที่เปลี่ยนไป
 


สำหรับ ม.กรุงเทพ เอง ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งพัฒนาเรื่องการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่อยู่ตลอดเวลา ด้วยแนวทางหลัก 4 เรื่อง

การพัฒนาและสร้างหลักสูตรใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย รับการเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจ เช่น หลักสูตรการบริหารธุรกิจการตลาดดิจิทัล, หลักสูตรนิเทศศาสตร์อินเตอร์ Innovative Media Production, หลักสูตรการสร้างผู้ประกอบการ, หลักสูตรเกมและสื่อนวัตกรรม,หลักสูตรเชฟอินเตอร์, หลักสูตรการวางแผนการเงินและการลงทุน เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวอาชีพที่จะเป็นที่ต้องการมากในอนาคต และทำรายได้สูง

เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยและเพียงพอต่อการฝึกฝนทักษะให้นักศึกษา เช่น Tourism Tower ที่ให้นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวได้เรียนรู้กับอุปกรณ์จริง, ดิจิทัลแลบรวมถึง เครื่อง VR สำหรับนักศึกษาหลักสูตรเกมและสื่อนวัตกรรม, โรงถ่ายภาพยนตร์-ห้อง post production สำหรับคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ เป็นต้น เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริงกับเครื่องมือที่ทันยุคอยู่ตลอดเวลา (pragmatic learning) เพื่อนักศึกษาจบไปจะได้มีความพร้อมทำงานได้แบบทันยุค

ระบบการเรียนการสอนที่เปลี่ยนมาเป็น Student Centric Learning วิธีเรียนและสอนแบบนี้เอื้อให้นักศึกษามีอิสระในการพัฒนาความคิดและแสดงความคิดเห็นรวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้คิดอยากลงมือทำ มากกว่าแค่ท่องจำ ทำตามตำรา ในขณะที่เหล่าอาจารย์ก็จะทำหน้าที่เป็นโค้ช ทั้งสอนและชี้แนะแนวทางสนับสนุนการเรียนรู้ของนักศึกษา ซึ่งวิธีการเรียนแบบนี้ จะช่วยให้เด็กมี passion มีความสุขในการเรียน/ทำงานพร้อมๆ ไปกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจำเป็นในโลกยุคใหม่ ที่ต้องการไอเดียสดใหม่ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา
 



สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยยุคนี้ จะต้องมี Ecosystem ที่สมบูรณ์ ในที่นี้ก็คือเรื่องของ Partnerships และเครือข่ายพันธมิตรด้านการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และมีพันธมิตรชั้นนำที่เป็นภาคธุรกิจและภาครัฐเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีพื้นที่ปฏิบัติงาน เรียนรู้แบบลงมือทำจริงจังตั้งแต่เริ่มเรียนในมหาวิทยาลัย รวมถึงนักศึกษาจะได้รู้จักการสร้าง network และ connection กับภาคการทำงาน/ธุรกิจ ต่างๆ ตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อโอกาสการทำงาน หรือ การสร้างธุรกิจที่ดีกว่าในอนาคต 
 


 

อาจารย์เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่ากรอบความคิดดั้งเดิม 2 เรื่องคือ ต้องสอบเอ็นทรานซ์-แอดมิชชั่นเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยรัฐ กับค่านิยมที่มองว่าปริญญาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต เรียนอะไรก็ได้ให้จบปริญญา ยังครอบงำพ่อแม่ผู้ปกครองและส่งต่อกรอบคิดเช่นนั้นสู่คนรุ่นลูก ระบบการศึกษาของไทยจึงย่ำอยู่กับที่

“ผมคิดว่าเราต้องมีอนาคตเป็นตัวตั้ง” ปัจจุบันโลกเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง มีอาชีพใหม่เกิดขึ้นทุกวันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ยุคที่ลูกหลานของเราจะเติบโตไปทำงานใช้ชีวิต กรอบความคิดเก่าๆการเรียนรู้แบบเดิมๆต้องเปลี่ยนแล้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวทิ้งท้าย

 

 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 22 ธ.ค. 60 16:48 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 1,061 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 1,061 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง