ไทยพร้อมเป็นต้นแบบการศึกษา “มอนเทสซอริ” ของอาเซียน

ลบ แก้ไข
ประเทศไทยเตรียมพร้อมเดินหน้าเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการศึกษามอนเทสซอริสากลด้วยศักยภาพของครูไทยและนักเรียนที่ผ่านแนวทางมอนเทสซอริ ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เพื่อขยายผลไปสู่ภูมิภาค ด้วยความสนับสนุนเต็มรูปแบบจากรัฐบาล



 
 
นางสาวเมแกน ไทน์ผู้จัดการโครงการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ International Montessori Congress ปี 2564­สมาคมมอนเทสซอริสากล กล่าวว่า “มอนเทสซอริคือรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางได้
ถูกนำมาใช้ในประเทศไทยเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาและได้เติบโตอย่างเข้มแข็งในแวดวงการศึกษาทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยปัจจุบันมีครูไทยจากโรงเรียนรัฐบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของมอนเทสซอริในประเทศไทยมากกว่า 500 โรงเรียน รวมทั้งสมาชิกของมอนเทสซอริแบบบุคคลซึ่งอยูในโรงเรียนเอกชนอีกมากกว่า 100 คน

ล่าสุดประเทศไทยได้รับเกียรติจากสมาคมมอนเทสซอริสากล (Association of Montessori Internationaleหรือ AMI) ให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการศึกษามอนเทสซอริในปี 2564 ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการประชุมครั้งแรกในโลกของมอนเทสซอริจัดขึ้นเมื่อปี 2542และเคยจัดในเอเซียเพียงครั้งเดียวที่ ประเทศญี่ปุ่น ทาง AMI เลือกประเทศไทยด้วยปัจจัยในด้านการความเติบโตและความเข้มแข็งของมอนเทสซอริ ภายในประเทศ เพราะมีการนำแนวทางของมอนเทสซอริมาใช้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลผลสำเร็จ AMI มองเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางและต้นแบบการศึกษารูปแบบมอนเทสซอริของภูมิภาคนี้ ทั้งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงและขยายแนวคิดการศึกษามอนเทสซอริไปยังประเทศอื่นในอาเซียนและเอเชีย แปซิฟิค รวมถึงประเทศจีนได้อีกด้วย”
 
ทั้งนี้การศึกษารูปแบบมอนเทสซอริได้พิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะกับพัฒนาการของเด็กและใช้ได้กับเด็กทุกคนเนื่องจากหลักการของมอนเทสซอริมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาใช้ได้แม้ในพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางภาษา สังคม และวัฒนธรรม ความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมทำให้การศึกษา มอนเทสซอริตอบโจทย์การศึกษาได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลักสูตรการเรียนการสอนมอนเทสซอริริเริ่มขึ้นเมื่อ 110ปี ที่แล้ว โดยดร.มาเรียมอนเทสซอริแพทย์หญิงชาวอิตาเลียน ผู้ที่ในขณะนั้นได้มีโอกาสทำงานกับเด็กเล็กและนำแนวทางการศึกษาที่ให้เด็กเป็นศูนย์กลางมาใช้ ด้วยความเชื่อที่ว่าการให้การศึกษาแก่เด็กไม่ใช่เป็นนำความรู้ไปให้แก่เด็ก แต่เป็นการจัดการศึกษาให้สัมพันธ์กับความสามารถและความต้องการตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับผู้เรียน
 
นางสาวเมแกนกล่าวต่อว่า “แนวการศึกษามอนเทสซอริสามารถใช้ได้กับเด็กทุกกลุ่มทุกวัยตั้งแต่ประถมถึงมัธยม โดยแบ่งออกเป็นช่วงๆ ได้แก่เด็กแรกเกิดถึง 3 ปี, 3-6 ปี, 6-12ปี, และ 12-18 ปี  โดยรูปแบบการเรียนการสอนจะ เน้นสร้างให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กทำระหว่างการเรียนมีความสอดคล้องกับความต้องการของเด็ก และที่สำคัญคือการสร้างแรงจูงใจให้เด็กใฝ่รู้ และสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมได้ โดยช่วงปีแรกของเด็ก เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคต เริ่มจากการพัฒนาด้านภาษา การเคลื่อนไหวร่างกาย หลังจากนั้นก็จะเน้นเรื่องของ วัฒนธรรม เป้าหมายหลักของมอนเทสซอริคือการช่วยให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองและมองเห็นว่าการกระทำของตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ มอนเทสซอริไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่เน้นการเชื่อมโยงร่างกายจิตใจ และสมอง โดยเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวของตัวเด็ก แนวทางของมอนเทสซอริประยุกต์ใช้ได้กับเด็กทุกกลุ่ม เพราะเป็นวิธีการที่ยืดหยุ่น จึงได้รับการยอมรับจากโรงเรียนเอกชนชั้นนำทั่วโลก ไปจนถึงค่ายผู้อพยพ”
 
“AMIได้นำมอนเทสซอริไปประยุกต์ใช้กับโครงการสำหรับชนกลุ่มน้อย กลุ่มคนที่อยู่พื้นที่ห่างไกลจากเมือง กลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่างๆ ซึ่งทางสมาคมฯเชื่อว่าสิ่งที่สมาคมฯ ปลูกฝังให้กับเด็กในวันนี้จะสามารถสร้างผู้นำในอนาคตได้ประเทศไทยเองก็จะเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบที่มีการนำมอนเทสซอริไปใช้ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลไทย AMIมีมุ่งที่จะผลักดันให้มอนเทสซอริสามารถเข้าถึงเด็กทุกคน และวิธีทางเดียวที่จะทำให้สำเร็จได้ก็คือการทำงานร่วมกับรัฐบาลเพราะรัฐเป็นผู้ให้บริการด้านการศึกษาของประเทศความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยจึงมีส่วนสำคัญใน การพัฒนาการศึกษาระบบมอนเทสซอริให้เติบโตโตและยั่งยืน”


 
นางกรรณิการ์ บัต นักการศึกษาจากสมาคมมอนเทสซอริแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าการเรียนการสอนแนวมอนเทสซอริเกิดขึ้นในประเทศไทยมาเป็นเวลา 12 ปี โดย ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้นำมอนเทสซอริเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนมากถึง 2 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งไม่สามารถใช้ระบบการศึกษาแบบปกติได้ เนื่องจากจำนวนครูไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน  ดร.กษมาเชื่อในหลักการว่ามอนเทสซอริสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ ซึ่งปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้สนับสนุนและให้ทุนในการศึกษาแก่ครูไทยในการอบรมศึกษาหลักสูตรมอนเทสซอริจากผู้เชี่ยวชาญของAMI โดยครูไทยที่ผ่านการอบรมจะสามารถเรียนรู้เพิ่มพูนประสบการณ์เป็นผู้ให้การอบรมแก่ครูในประเทศและในภูมิภาค ปัจจุบันครูไทยที่ผ่านการศึกษามอนเทสซอริในประเทศไทยมีมากกว่า 600 คน จากโรงเรียนรัฐบาล 500 โรงเรียน และยังมีสมาชิกทั่วไปซึ่งเป็นบุคลากรจากโรงเรียนในประเทศไทย นอกจากโรงเรียนภายใต้สังกัดรัฐบาลและเอกชน รวมทั้งโรงเรียนทางเลือกต่างๆ มอนเทสซอริยังสามารถปรับใช้ได้กับเด็กกลุ่มอื่นๆ ทั้งกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและผู้ที่อยู่พื้นที่ห่างไกล”
 
“งานประชุมมอนเทสซอริสากลที่ประเทศไทยจในปี 2564ช่วยตอกย้ำยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและ ให้การสนับสนุนการศึกษามอนเทสซอริ และนโยบาย Education 4.0 รวมทั้งช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Education Hub ของภูมิภาค การประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้นักการศึกษาและผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษาเข้าร่วมแล้วยังต้องการให้กลุ่มผู้ดูแลผู้สูงวัยและผู้ที่อยู่ในแวดวงการกีฬาได้เข้าร่วมรับความรู้อีกด้วย งานครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การประชุมที่ให้ทุกคนมาพบกัน แต่เรามุ่งหวังว่างานนี้จะช่วยสร้างความเติบโตของมอนเทสซอริในอาเซียนและในโลกให้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”นางกรรณิการ์กล่าว
 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 8 พ.ย. 60 10:10 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 349 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 349 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง