ทปอ. เปิดตัว “ระบบสแกนอนาคต” ค้นหาคณะที่ “ชอบ” และ “ใช่” ครั้งแรกของไทยพร้อมรู้เส้นทางอาชีพ ง่ายเพียงปลายนิ้ว !

ลบ แก้ไข
  • ทปอ. ชูความสำเร็จงาน “ยูนิเวอซิตี้ เอ็กซ์โป” ผนึกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 160 แห่ง ทลายกำแพงให้เป็นหนึ่งเดียว ตั้งเป้าผนวก 3 ภาคส่วน สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ร่วมพัฒนาไทยขึ้นแท่นประเทศรายได้สูง

 
กรุงเทพฯ 3 กุมภาพันธ์ 2561 - ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดตัวระบบ “ระบบสแกนอนาคต” : เอไอซีเอสที (AI Strengths-finder Career TestTM : aiSCT)  ระบบค้นหาคณะที่ “ชอบ” และ “ใช่” พร้อมรู้โอกาสประสบความสำเร็จในการทำงานแม่นยำสูงง่ายเพียงปลายนิ้ว ครอบคลุมถึง 1,500 อาชีพ นำมาพัฒนาเป็นอัลกอริทึมประมวลผลได้อย่างแม่นยำ โดยประเมินผลใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา (IQ) 2. ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) 3. บุคลิกภาพ (Personality) และ 4. ความสนใจ (Interests) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทักษะวิเคราะห์ (Talent Analytics) ครั้งแรกของประเทศไทยในงาน “ยูนิเวอซิตี้ เอ็กซ์โป” อันเป็นการผนึกกำลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 160 แห่ง เพื่อทลายกำแพงแบ่งแยกสังกัด เดินหน้าภารกิจขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” พร้อมชู 4 นโยบายพัฒนาระบบอุดมศึกษาและบัณฑิตไทย ได้แก่ 1. ขยายเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มตามนโยบาย ทปอ. พลัสพลัส 2. ร่วมพลังพัฒนาคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาให้มีศักยภาพในระดับนานาชาติ 3. สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับภาคการค้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ และ 4. สนับสนุนและประสานงานให้สถาบันอุดมศึกษาร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตั้งเป้าผนวก 3 ภาคส่วน สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ร่วมพัฒนาไทยขึ้นแท่นประเทศรายได้สูง ตอกย้ำระบบ TCAS ปีการศึกษา 2561 ลดความเหลื่อมล้ำแถมช่วยให้เด็กไม่เครียด ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง และมหาวิทยาลัยบริหารจัดการที่นั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ทั้งนี้ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จัดงาน ยูนิเวอซิตี้ เอ็กซ์โป มหกรรมอุดมศึกษา : อุดมศึกษา - พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0” โชว์ศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยทุกสักกัดทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมและนิทรรศการผลงานวิชาการ 10 โซน เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 45 ปี ทปอ. ระหว่างวันที่ 2 – 4 มีนาคม 2561 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์
 
พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สถาบันการศึกษาถือเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของมหาวิทยาลัยอันเป็นแหล่งรวบรวมเนื้อหาวิชาการและวิทยาการสมัยใหม่ ต่อยอดไปสู่กระบวนการศึกษาวิจัยและพัฒนาจนเกิดเป็นองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง ที่สามารถนำมาใช้พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน จึงกล่าวได้ว่าอุดมศึกษาไทยมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสอดรับยุทธศาสตร์ชาติ “ไทยแลนด์ 4.0” ที่มุ่งเน้นการก้าวสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge based Society) และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม (Innovation based Economy) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการหลุดพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ดังนั้น ในทางปฏิบัติจำเป็นต้องอาศัยสถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ 4 ด้าน คือ
 
  1. 1 ผลิตทรัพยากรมนุษย์สำหรับป้อนเข้าสู่ระบบนวัตกรรมของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาบัณฑิตรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อันได้แก่ 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)
  1. 2 ผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมสำหรับเพิ่มผลิตภาพในภาคการผลิต รวมทั้งปรับปรุงกลไกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้ประกอบการ เนื่องจากในกลไกเดิมภาคอุตสาหกรรมเน้นการรับเทคโนโลยีและอิงกับผู้ผลิต จึงขาดการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรมจากฐานการลงทุน
  1. 3 มีส่วนร่วมในกลไกถ่ายโอนเทคโนโลยีจากห้องเรียนสู่ประเทศ และพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรมให้ใช้งานได้จริง โดยการให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานจากต่างประเทศเพื่อถ่ายโอนเทคโนโลยี และต่อยอดการใช้งานจากประเทศที่มีความก้าวหน้าในด้านต่างๆ
  1. 4 มีส่วนร่วมในกลไกการบ่มเพาะผู้ประกอบการและเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศ เพราะความสำคัญต่อระบบนิเวศน์นวัตกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้มากถึง ร้อยละ 99 ของทั้งหมด ครอบคลุมกิจการการผลิต การค้า และธุรกิจบริการ จึงมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการส่งออก


     
     
ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า นโยบายก้าวต่อไปของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย อันมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาระบบอุดมศึกษาและบัณฑิตไทย แบ่งออกเป็น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ขยายเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มตามนโยบาย ทปอ. พลัสพลัส เพื่อรวมพลังกันขับเคลื่อนพันธกิจที่ตอบสนองประเทศไทย 4.0 และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการอุดมศึกษานานาชาติ 2. ร่วมพลังพัฒนาคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาให้มีศักยภาพในระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกประเทศ 3. สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับภาคการค้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ ในการร่วมผลิตบัณฑิตให้มีความรู้และทักษะที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ และ 4. สนับสนุนและประสานงานให้สถาบันอุดมศึกษาร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ยิ่งในยุคที่ทั่วโลกแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย ซึ่งนับวันยิ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของประเทศ โดยเฉพาะด้านสังคม คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ สถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของอุดมศึกษาไทยอันเป็นเสาหลักในการสร้างชาติ
 


ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ทปอ. ในฐานะหน่วยงานกลางที่รวบรวมเครือข่ายมหาวิทยาลัย 34 แห่ง และล่าสุดได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือภายใต้นโยบาย ทปอ. พลัสพลัส ครอบคลุมมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน 79 แห่ง รวมเป็น 160 แห่ง ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว โดยทลายกำแพงการแบ่งแยกสังกัดเป็น #ทีมไทยแลนด์ ในภารกิจขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมผู้เรียน ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาในการก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีคุณภาพ โดยสนับสนุนการคิดค้นระบบทดสอบที่ช่วยให้เด็กไทยได้รู้ว่าตัวเอง “ชอบ” และ “ใช่” เหมาะสมกับการเรียนด้านไหน คณะอะไร และเมื่อจบการศึกษาควรประกอบอาชีพอะไร ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด ชื่อว่าโปรแกรมแบบทดสอบ AI Strengths-finder Career TestTM : aiSCT พัฒนาขึ้นโดยนักวิชาการไทยด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทักษะวิเคราะห์ (Talent Analytics) ซึ่งถือเป็นระบบแรกของประเทศไทย และทำการเปิดตัวครั้งแรกภายในงาน University Expo
 
ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและเข้าถึงนักเรียนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงพัฒนาระบบดังกล่าวในรูปแบบเว็บไซต์ รองรับทั้งระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เพียงคลิกเข้าไปที่ www.mycareer.AI และเลือกทำแบบทดสอบ โดยการใช้งานครั้งแรกผู้ใช้งานต้องทำการสมัครสมาชิกเพื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ จากนั้นกดเลือกสาขาวิชา คณะ และมหาวิทยาลัยที่สนใจ และกดเริ่มต้นทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาที่มีรากฐานมาจากงานวิจัยสากล ที่รวบรวมปัจจัยแห่งความสำเร็จของสาขาอาชีพต่างๆ ครอบคลุมถึง 1,500 อาชีพ นำมาพัฒนาเป็นอัลกอริทึมประมวลผลได้อย่างแม่นยำ โดยประเมินผลใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา (IQ) 2. ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) 3. บุคลิกภาพ (Personality) และ 4. ความสนใจ (Interests) สรุปเป็นผลทางศักยภาพเชิงลึกของผู้ทดสอบ และคำนวณคะแนนความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ซึ่งหากผู้ทดสอบเลือกเรียนในสาขาและคณะที่ระบบบอกว่า “ใช่” จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการทำงานมากกว่าผู้อื่นถึง 37%
 

 
ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปี 2561 หรือ TCAS นั้น ทปอ. พิจารณาปรับกระบวนการคัดเลือกเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ด้วยหลักการ 3 ประการ คือ   1. นักเรียนควรอยู่ในห้องเรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 2. ผู้สมัครแต่ละคนมีเพียง 1 สิทธิ์ ในการตอบรับในสาขาวิชาที่ตนเองเลือกเพื่อความเสมอภาค และ 3. มหาวิทยาลัยในเครือข่ายทุกแห่งจะเข้าระบบ Clearing House เพื่อบริหาร 1 สิทธิ์ของผู้สมัคร เพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ลดความเหลื่อมล้าด้านการจัดการศึกษาให้ และเกิดความเท่าเทียมกันในสังคม
 
ทั้งนี้ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จัดงาน ยูนิเวอซิตี้ เอ็กซ์โป มหกรรมอุดมศึกษา: อุดมศึกษา - พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0” โชว์ศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยทุกสักกัดทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมและนิทรรศการผลงานวิชาการ 10 โซน เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 45 ปี ทปอ. ระหว่างวันที่ 2 – 4 มีนาคม 2561 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สำหรับน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ที่สนใจเข้าร่วมงานดูตารางเวลากิจกรรมได้ที่ http://unixpo.cupt.net หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ส่วนประชาสัมพันธ์ ทปอ. หมายเลขโทรศัพท์ 02-345-5155 หรือ 02-354-5150 หรือคลิกไปที่ https://www.facebook.com/cuptthailand/
 
 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 5 มี.ค. 61 13:45 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 1,142 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 1,142 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement