วิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต จัดการศึกษาแบบใหม่ทุกมิติ สร้างทางเลือกทางการศึกษา สู่ “วิศวกรรมชีวการแพทย์ แห่งศตวรรษที่ 21”

ลบ แก้ไข
คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดการศึกษาแบบใหม่ทุกมิติ เน้นผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนจาก Discipline Based Faculty เป็น “Outcome Oriented Faculty” สร้างทางเลือกใหม่สู่ “วิศวกรรมชีวการแพทย์ แห่งศตวรรษที่21”
 

 
รองศาสตราจารย์นันทชัย ทองแป้น คณบดีคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ตามที่ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิตดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ได้มีนโยบายในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิตโดยเน้นในด้านการสร้างผู้นำ เพื่อการเปลี่ยนแปลงและความเป็นมืออาชีพเท่าทันยุคดิจิทัล ภายใต้ RSU Model “Innovative Startup Entrepreneurship” นั้น ในส่วนของคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้ยกเลิกการเป็นคณะแบบดั้งเดิมที่เน้นการผลิตบัณฑิตโดยการสอนหนังสือ หรือที่เรียกว่าคณะวิชาหรือ “Discipline Based Faculty” โดยจะเปลี่ยนเป็นคณะแห่งผลลัพธ์ที่มุ่งเน้นเป้าหมายเป็นฐานในการผลิตบัณฑิต หรืออาจจะเรียกว่า Outcome Oriented Faculty ด้วยการทลายกำแพงรายวิชาและทำการบูรณาการองค์ความรู้ในทุกด้านที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน โดยมีจุดหมายเพื่อผลลัพธ์คือการผลิตบัณฑิตที่มีวิญญาณการเป็นเจ้าของหรือผู้ประกอบการ เน้นการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ที่ไม่ใช่การแสวงหาอำนาจแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนา การใช้และการบริหารจัดการเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์
 


ทั้งนี้ในปีการศึกษา2561 นี้ทางคณะฯ ได้มีการปฏิรูปแนวทางการผลิตบัณฑิตโดยเน้นใน3ด้านที่สำคัญคือ ได้แก่ 1. เทคโนโลยีการดูแลสุขภาพแบบอัจฉริยะ (Smart Healthcare Technology) แขนงนี้มุ่งการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา บัณฑิต ผลงานวิจัย นวัตกรรมการให้บริการทางวิชาการ ที่เน้น การนำเอาข้อมูลต่างๆทางด้านการดูแลรักษาสุขภาพ ที่เป็นข้อมูลขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า Big Data ระบบปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence (AI))และ IOT (Internet of Things ) มาใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพแบบอัจฉริยะ สำหรับใช้ในด้านการวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู และการดูมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ให้ได้มาตรฐานทั้งในระดับชาติและระดับสากล 2. เครื่องมือและหุ่นยนต์ทางการแพทย์ (Medical Device & Robotic)แขนงนี้มุ่งการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา บัณฑิต ผลงานวิจัย นวัตกรรมการให้บริการทางวิชาการ ที่เน้น การนำเอา องค์ความรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence (AI)) และเทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติ(3 – D Printing) มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์และเครื่องแพทย์ และ 3. วัสดุชีวการแพทย์ วิศวกรรมเนื้อเยื่อ และตัวรับรู้ชีวภาพ(Biomaterials, Tissue Engineering & Biosensors)แขนงนี้มุ่งการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา บัณฑิต ผลงานวิจัย นวัตกรรมการให้บริการทางวิชาการ ที่เน้น การวิจัยและพัฒนาวัสดุทางการแพทย์บันดาลใจจากชวีภาพ(Bio-Inspired Materials) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบสามมิติ(3 – D Printing) เพื่อใช้ในการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วย
 

“ทั้งสามด้านนั้น ถือว่าเป็น “วิชาชีพแห่งศตวรรษที่21” อย่างแท้จริง เพราะว่าเรามีการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทำจริง วิจัยจริง ผลงานจากการเรียนรู้และการวิจัย สามารถนำไปใช้งานในด้านการวินิจฉัยโรค รักษาโรค ฟื้นฟู รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ และที่สุดจะต้องสามารถนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ ทั้งสามแขนง จะรับผู้เรียนที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งระดับปวช.หรือปวส. ที่มีความสนใจและตั้งใจที่จะเข้ามาเรียนรู้และพัฒนาตนเองโดยไม่จำกัดสาขา
 
ทั้งนี้ การจัดกระบวนทัศน์ในทุกมิติของการจัดการศึกษาแบบใหม่ของคณะฯจะเน้นผลลัพธ์ที่ต้องการโดยที่โลกแห่งการเรียนรู้ โลกแห่งการทำงาน และโลกในอนาคต จะต้องทำให้เป็นอันเดียวกันที่คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต โดยมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตที่ประพฤติอย่างมีคุณธรรม คิดอย่างมีนวัตกรรม ทำด้วยจิตวิญญาณผู้ประกอบการ” คณบดีคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิตกล่าวในตอนท้าย
 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 11 เม.ย. 61 19:38 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 1,328 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 1,328 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง