สอศ. นำร่อง 12 วิทยาลัยภาคตะวันออกผลิตกำลังคนตอบความต้องการอุตสาหกรรมเป้าหมายใน EEC

ลบ แก้ไข
     วันนี้ (4 พฤษภาคม 2561) ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  โดยมี สำนักงานคณะกรรมการ                    การอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(สกรศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี (สกท.) เป็นหน่วยงาน และองค์กรที่ร่วมกันขับเคลื่อนการผลิตกำลังคนให้กับ EEC
 

 
นายแพทย์ ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือในการผลิตและพัฒนาบุคลากร ในพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อผลิตบุคลากรระดับอาชีวศึกษาให้ตรงกับความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้ง Fist S-Curve และ New S-Curve ทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ โดยร่วมขับเคลื่อนการบริหารทางการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในสังคมโลก  ที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น โดยทุกฝ่ายภาครัฐ เอกชน และนักวิชาการในพื้นที่จะร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาประเทศ และ ขีดความสามารถในการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีใหม่ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในสถานประกอบการ และลดการว่างงานที่เกิดจากการผลิตบุคลากรไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานอีกต่อไป

ด้าน ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการผลิตกำลังคนเพื่อรองรับเขตการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี จะดำเนินการ  โดยใช้รูปแบบ “สัตหีบโมเดล” ที่มีการจัดการเรียนการสอนที่จับคู่กับภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุนอย่างเข้มแข็งในทุกด้าน เพื่อที่จะผลิตและพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ และสมรรถนะรองรับความต้องการอย่างแท้จริง ทั้งในด้านหลักสูตร การฝึกทักษะปฏิบัติ เทคโนโลยี ตลอดจนการประกันการว่างงาน รวมไปถึงทุนการศึกษาตั้งแต่เริ่มต้น  การเรียนตลอดหลักสูตรในสัตหีบโมเดล  ซึ่ง สกรศ. และ สกท. จะมีบทบาทสำคัญในการแนะนำบริษัทเอกชนที่เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกให้มีส่วนร่วมในการผลิต และพัฒนาบุคลากรผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ “สัตหีบโมเดล” ทั้งนี้ สอศ. จะนำร่องดำเนินการ ใน 12 วิทยาลัย ในเขตภาคตะวันออก ได้แก่

1. วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี 2.วิทยาเทคนิคสัตหีบ 3.วิทยาลัยเทคนิคพัทยา 4.วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี 5.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี  6.วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา 7.วิทยาลัยการอาชีพนมสารคาม 8.วิทยาลัยเทคนิคระยอง  9.วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี  10.วิทยาลัยเทคนิคตราด  11.วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี  และ 12.วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า นอกจากศึกษาในระบบแล้ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเศรษฐกิจ  และอุตสาหกรรมของประเทศ จะมีการเพิ่มทักษะให้กับบุคลากรที่อยู่ในระบบการจ้างงาน โดยนำกระบวนการเรียนการสอน “สัตหีบโมเดล” มาใช้ด้วยเช่นกัน   ทั้งนี้ สกรศ.  สกอ. และ สกท.จะร่วมกันสนับสนุน ให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ทุกระดับ ให้ตรงกับความเชี่ยวชาญของแต่ละสถานศึกษา ส่งเสริมครูและวิทยากรให้มีความรู้ ความสามารถ และทรัพยากรที่เพียงพอ เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่ผู้ประกอบการต้องการ รวมถึงการให้นักเรียน นักศึกษา ได้รับการรับรองสมรรถนะเพิ่มเติมจากคุณวุฒิการศึกษา ในระดับนานาชาติ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  รวมไปถึงการศึกษา รวบรวมวิเคราะห์ฐานข้อมูลความต้องการบุลากรในสาขาอาชีพต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ  โดยศูนย์ประสานงานเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคน EEC จากความร่วมมือนี้ จะมีดำเนินงานสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคน ด้วยการขยายรูปแบบการจัดการเยนการสอน “สัตหีบโมเดล” สู่สถานศึกษานำร่องและสถานอุดมศึกษา และประสานจัดทำและติดตามแผนการพัฒนาบุคลากรให้สอดรับกับแผนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกต่อไป
 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 4 พ.ค. 61 17:28 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 758 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 758 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement