ระบบการศึกษาในอุดมคติของหมอประเวศ

ลบ แก้ไข
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา TEP  (Thailand Education Partnership)หรือ ภาคีเพื่อการศึกษาไทย   ได้จัดงานเวทีภาคีเพื่อการศึกษาไทย  TEP 2018 ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ให้หน่วยงาน บุคคลที่ทำงานหรือสนใจด้านการศึกษาร่วมกันสานพลังพัฒนาการศึกษาไทยอย่างเชื่อมโยงเป็นระบบ ตลอดจนสร้างความเข้าใจเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้ด้วยหวังว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะเป็นพลังไปสู่การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยทั้งระบบอย่างแท้จริง 


 
ทั้งนี้ภายในงาน ศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้เดินทางมากล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “กระบวนทัศน์ใหม่ในการปฏิรูปการศึกษา”โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า ระบบการศึกษาที่ดี ควรส่งเสริมการเรียนรู้ของทุกคน ให้สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์อย่างหลากหลาย ไม่ใช่เป็นเรื่องของการท่องวิชาที่ลดทอนและจำกัดศักยภาพของความเป็นมนุษย์ลง 

แนวคิดการศึกษาปัจจุบันเป็นแนวคิดแบบแยกส่วน ที่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง การศึกษาเป็นเพียงการท่องวิชา  ซึ่งเรียนยากไม่สนุก จำไม่ค่อยได้ ทำอะไรไม่เป็นและขาดการพัฒนาชีวิตรอบด้าน เนื่องจากครูเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดเนื้อหาวิชา ครูจึงล้าสมัยโดยเร็ว ที่ผ่านมาระบบการศึกษาไทยยังเป็นแท่งโซโลตายตัวจากประถมสู่มัธยม อุดมศึกษา และสร้างค่านิยมด้วยปริญญาบัตรด้วยวิธีการนานา ทำให้ระบบการศึกษาแบบท่องวิชา ตรึงคนทั้งแผ่นดินไว้ในระบบที่บั่นทอนศักยภาพอย่างยากที่จะแก้ไขให้เป็นอย่างอื่น

นอกจากนี้การศึกษาไทยยังคงตั้งอยู่ในระบบราชการ รวมศูนย์อำนาจ ที่ทำมากว่า 100 ปี จึงหนาแน่นไปด้วยความเชื่อ ความเคยชิน อำนาจ ผลประโยชน์ มายาคติ ที่เชื่อมโยงกันอย่างหนาแน่น ยากต่อการแก้ไข ทำให้ความพยายามปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาหลายครั้งไม่ประสบความสำเร็จ ระบบการศึกษาในอุดมคติ ควรจะเป็นระบบที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของคนทั้งมวล เพื่อพัฒนาคนให้เต็มตามศักยภาพของความเป็นมนุษย์อย่างหลากหลายทุกภาคส่วนควรจะแสวงหาและพัฒนาระบบการศึกษาในอุดมคติ ช่วยกันลองทำ เรียนรู้ และพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะของระบบการศึกษาที่ดี10 ประการ ตามความคิดของผมที่ไม่อาจเรียกได้ว่าดีที่สุด แต่ทดลองรวบรวมไว้เป็นฐานคิด มีดังนี้

1.เป็นระบบส่งเสริมการเรียนรู้โดยเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง(ไม่ใช่การบังคับให้ท่องวิชา)
2.ควรมีทางเลือกที่หลากหลายตามฉันทะและความถนัด ทำให้ทุกคน ทำได้ดี และมีความสุข ทุกคนเป็นคนเก่งในทางที่ต่างกัน
3.เน้นการลงมือทำ เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและการประกอบสัมมาชีพไปด้วยในตัว
4.พัฒนาบุคลิดอันดีงาม เช่น ความสุจริต การมีจิตสำนึกสาธารณะ ความอดทน ความรับผิดชอบ ความเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ หรือการเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้
5.สร้างสมรรถนะในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ให้เข้าใจความจริงที่ลึกและรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจทึ่ดีขึ้น
6.เข้าถึงความงามที่ดำรงอยู่ในสรรพสิ่งและการงาน หรือสุนทรียธรรม
7.ส่งเสริมให้มีจินตนาการที่กว้างใหญ่ไพศาล
8.เจริญสติ เจริญปัญญา เพื่อเข้าถึงความจริง ความดี ความงามและความสุข
9.มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง เพื่อสร้างปัญญาร่วม นวัตกรรม อัจฉริยภาพกลุ่ม อันจักทำให้สามารถทำเรื่องยากๆได้สำเร็จ เกิดความสุขประดุจบรรลุนิพพาน และเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ในตัวตน องค์กร และสังคม
10.ในระบบการศึกษาที่ดี ครูคือกัลยาณมิตรผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมเรียนรู้ ครูเป็นคุรุประดุจปราชญ์ผู้ทรงศีล ครูคือเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ที่ทำให้ความดีงอกงามทั่วไปในแผ่นดิน

ทั้งนี้ปัจจุบันระบบการศึกษาไทยยังคงเป็นระบบปิดพื้นที่ กล่าวคือหลักสูตรในโรงเรียนทั่วประเทศถูกควบคุมโดยส่วนกลางคือกระทรวง ด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่ง และหน่วยงานที่ทำการควบคุมมากมายหลายชั้น ทำให้โรงเรียนไม่สามารถมีนวัตกรรมการเรียนรู้พื้นที่ ความพยายามปฏิรูปภายในระบบปิดเช่นนี้ จึงยากลำบากและไม่ได้ผล ฉะนั้นหัวใจของการปฏิรูปคือ “เปิดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” 

โดยรัฐบาลต้องส่งเสริมสนับสนุนให้พื้นที่ในระดับจังหวัดที่เปิดพื้นที่ให้โรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น ผู้ปกครอง ประชาคม ภาคธุรกิจ ฯลฯ เข้ามามีส่วนร่วมในนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยส่วนกลางปรับบทบาทจากการควบคุมมาเป็นสนับสนุนเชิงนโยบาย บุคคลและองค์กรการศึกษาในจังหวัด  ควรรวมตัวกันเป็นภาคีปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่ต้องพัฒนาขึ้นคือกลไกที่ไม่เป็นทางการในการประสานพลังภาคีในพื้นที่ 
 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 7 พ.ค. 61 12:48 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 659 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 659 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง