3 ศิษย์เก่า ม.กรุงเทพ ตบเท้าสร้างชื่อ การันตีคุณภาพบัณฑิต BU เจ๋งจริง!

ลบ แก้ไข
มหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นปล

มหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นปลื้ม เมื่อ 3 ศิษย์เก่าจาก 3 คณะตบเท้าโชว์ฝีมือเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล จนได้รับการกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนมานี้

มหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นปล

เริ่มที่บัว-ทิฑัมพร ทีปะปาล บัณฑิตจากสาขาวิศวกรรมมัลติมีเดียและระบบอินเทอร์เน็ต (ปัจจุบันคือสาขาวิศวกรรมมัลติมีเดียและเอนเตอร์เทนเมนท์) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้พกพาความฝันอยากเป็นแอนิเมเตอร์จากเมืองไทยไปไกลถึงฮอลลีวู้ดด้วยการผันตัวเองจากหนึ่งในทีมผู้สร้างแอนิเมชั่นสัญชาติไทยเรื่อง “9 ศาสตรา”ไปสู่หนึ่งในทีมวิชวลเอฟเฟกต์ของ 2 ค่ายหนังระดับโลกMarvel Studios และ Lucasfilmกับหนัง อาทิGuardians of the Galaxy, Thor: Ragnarok,Avengers: Infinity Warsและ Solo: A Star Wars Storyซึ่งการจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
 
เขาเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อม.กรุงเทพว่า“หลายคนเคยทักว่าการเรียนวิศวกรรมมัลติมีเดียฯ เหมือนเป็นการเรียนทุกอย่างจับประเด็นอะไรไม่ได้ แต่พอทำงานจริงผมพบว่า พื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญมากในการทำงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแอนิเมชั่น ซึ่งม.กรุงเทพมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พร้อมสำหรับการเรียน ก่อนจบก็ต้องทำโปรเจ็กต์ทั้งเดี่ยวและกลุ่ม ดังนั้นเมื่อมาทำงานจริง เราจึงมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ”
 
มหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นปล
 
คนต่อมาได้แก่จ๋า-ชนิกานต์ สิทธิอารีย์ อดีตนักศึกษาเอกโฆษณา คณะนิเทศศาสตร์ ที่โด่งดังจากบทสาวหน้านิ่งในโฆษณา K Plus เรื่อง “Friendshi(t)p” ของธนาคารกสิกรไทยนอกจากจะรับบทนำที่เรียกเสียงฮากระจายแล้ว เธอยังเป็นหนึ่งในทีมครีเอทีฟผู้สร้างสรรค์โฆษณาด้วย เพราะเธอคือSenior Copywriter ของบริษัท GreynJ United ที่ทำโฆษณาชิ้นนี้นั่นเอง ล่าสุดโฆษณาชิ้นนี้ได้ไปคว้า 2 รางวัลจากเวทีระดับโลก D&AD Awards 2018 ในสาขา Film Advertising Crafts/ Direction for Film Advertising/ 2018 และสาขา Branded Content & Entertainment/ Fiction Film 5-30 mins/ 2018 ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสำเร็จส่วนหนึ่งก็มาจากเธอ
“จ๋าชอบม.กรุงเทพตรงที่ให้อิสระแก่นักศึกษา” จ๋าบอก “เราจึงได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และด้วยความที่ค่อนข้างมีอิสระ ทำให้เราฝึกความรับผิดชอบและดูแลตัวเองให้ได้ ที่ชอบมากอีกอย่างคืออุปกรณ์การเรียนที่ครบครัน มีห้องสมุด โรงหนัง แกลเลอรี โรงละคร และห้องต่างๆ ไว้ให้นักศึกษาเรียนรู้นอกเหนือจากการเรียนในแต่ละวันแต่ที่ประทับใจมากที่สุดคือเพื่อน เพราะเราต้องทำงานเป็นทีมบ่อยๆ ทุกคนจึงช่วยกันทำงาน ช่วยกันเรียน และช่วยกันเล่นเป็นทีมเวิร์กได้ดีมาก”
 
มหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นปล
 
คนล่าสุดคือเจม-ศิริวัฒน์ คำสิงห์นอกนิติศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะนิติศาสตร์ผู้สร้างสถิติมากมายในการสอบเนติบัณฑิตยสภาสมัยที่ 70 ไม่ว่าจะเป็นผู้สอบไล่ได้อันดับที่ 1 ของประเทศพร้อมคะแนนเกียรตินิยม ซึ่งเป็นบัณฑิตคนแรกจากมหาวิทยาลัยเอกชนที่ทำได้ และเป็นคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ หรือการเป็นบัณฑิตคนแรกจากมหาวิทยาลัยเอกชนที่ทำคะแนนสอบไล่เกิน 80 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ใน 3 สาขาวิชาจาก 4 สาขาวิชาที่สอบอีกต่างหาก เรียกว่าสร้างปรากฏการณ์น่าปลื้มใจแบบรัวๆ เลยทีเดียว
เจมซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิพากษากล่าวว่า “การเรียนการสอนที่ม.กรุงเทพเหมือนกับที่เนติบัณฑิตมากนับเป็นการสร้างเส้นทางตรงไปสู่อาชีพอัยการและผู้พิพากษามากกว่ามหาวิทยาลัยอื่น ทำให้ตอนไปเรียนเนติฯ รู้สึกได้เปรียบคนอื่นมาก ส่วนอาจารย์ทุกท่านก็มีคุณภาพทั้งอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษ ให้ความเป็นกันเองกับลูกศิษย์มีปัญหาอะไรก็ถามได้ตลอดนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัยที่ทำให้ได้สัมผัสการใช้กฎหมายจริงๆ ไม่ใช่แค่ตำราที่เรียนในห้อง”
 
ความคิดเห็นของทั้งสามสะท้อนรูปแบบการเรียนการสอนของม.กรุงเทพที่เปิดโลกทั้งใบให้เป็นห้องเรียน และมุ่งหวังให้เด็กๆ ได้ Work/Learn/Playทำเรื่องงาน เรียน และเล่นเป็นเรื่องเดียวกันเสมอมา ทุกคนจึงมีทั้งประสบการณ์ ฝีมือ ตลอดจนทักษะที่ครบเครื่อง จนประสบความสำเร็จได้ง่ายและเร็วกว่า
 
ใครอยากเป็นเหมือนศิษย์พี่ทั้งสามคงต้องมาเรียนที่ม.กรุงเทพแล้วล่ะ!
 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 19 มิ.ย. 61 11:12 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 10,483 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 10,483 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง