สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญฟินเทค จับมือ นิด้า ปั้นวิศวกรการเงิน รับธุรกรรมการเงินดิจิทัลแห่งโลกอนาคต

ลบ แก้ไข
สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญฟินเทค
จับมือ นิด้า ปั้นวิศวกรการเงิน
รับธุรกรรมการเงินดิจิทัลแห่งโลกอนาคต



สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เช
 

            กรุงเทพฯ 12 กันยายน 2561 – สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จับมือสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เตรียมเปิด “วิศวกรรมการเงิน” ปริญญาต่อเนื่อง หลักสูตรนานาชาติ เพื่อเร่งปั้น “วิศวกรการเงิน” ป้อนสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมที่น่าจับตาอย่างอุตสาหกรรมการเงิน และธนาคาร ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทยยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านฟินเทค หรือเทคโนโลยีทางการเงิน โดยมีโครงสร้างหลักสูตรเป็นแบบ 4+1 จัดการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนทั้งหมด ระยะเวลาศึกษา 5 ปี ในระบบทวิภาค แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ 1. การศึกษาระดับปริญญาตรี ระยะเวลา 4 ปี หรือ 8 ภาคการศึกษา และ 2. การศึกษาระดับปริญญาโท ระยะเวลา 1 ปี หรือ 2 ภาคการศึกษา โดยซึ่งผู้เข้าเรียนจะได้ศึกษารายวิชาทางเศรษฐศาสตร์และการเงิน คณิตศาสตร์การเงิน การเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง และรายวิชาทางวิศวกรรมการเงินที่ผสมผสานความรู้ในศาสตร์ที่ดังกล่าว จากทั้งคณาจารย์ สจล. และ นิด้า โดยคาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในช่วงต้นปี 2562 ผ่านระบบรับสมัครของ สจล. และเปิดภาคเรียนในเดือนสิงหาคม 2562


สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เช


          ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ตลอดมา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ มีเป้าหมายในการยกระดับการศึกษา และบุคลากรของประเทศ ให้มีความรู้ความสามารถทัดเทียมประเทศกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ จึงได้เร่งพัฒนา และขยายหลักสูตรการศึกษา ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สจล. ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือด้านวิชาการ ในการส่งเสริมการศึกษาสำหรับผู้เรียน การสนับสนุนด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการวิจัยร่วมกัน พร้อมเตรียมเปิดหลักสูตร “วิศวกรรมการเงิน” ซึ่งนับเป็นหลักสูตรแรกระหว่าง สจล. และนิด้า ที่ผสานองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม และองค์ความรู้ด้านการเงินการธนาคาร โดยนำจุดเด่น และศักยภาพของแต่ละสถาบัน มาบูรณาการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับเยาวชนนักศึกษาที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ที่จะพลิกโฉมการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปอีกขั้น เพื่อตอบสนองกับอุตสาหกรรมประเทศที่กำลังเติบโตขึ้น


สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เช


สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เช


ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงิน หรือ ฟินเทค (FinTech : Financial Technology) กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และได้เข้ามามีบทบาทต่อธุรกรรมทางการเงิน การธนาคาร ตลอดจนการลงทุน ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ­เป็นอย่างมาก ในต่างประเทศได้มีการนำฟินเทคมาประยุกต์ใช้ในวงการ เช่นการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคนิคคอมพิวเตอร์เรียนรู้ด้วยตนเอง (Machine Learning) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการเงินเพื่อการลงทุนและบริหารความเสี่ยง ตรวจจับการทุจริตในธุรกรรมทางการเงิน และให้คำปรึกษาด้านการลงทุน (Robo Advisor) มาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา ฟินเทคยังได้สร้างดิสรัปชั่น ในอุตสาหกรรมการเงิน และไอทีทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมทางการเงิน เช่น สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งผลักดันให้เกิดฟินเทคสตาร์ทอัพจำนวนมาก ที่นำเอาฟินเทค ไปพัฒนาเป็นบริการทางการเงิน ที่เข้าถึงมือผู้ใช้ทั่วโลกได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งเรามักได้ยินปัญหาเกี่ยวกับการเงินการธนาคารดิจิทัล อาทิ ระบบธุรกรรมการเงินออนไลน์ล่ม ปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Cyber Crime) ปัญหาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ตลอดจนการโจรกรรม และฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์ ฯลฯ สาเหตุเกิดจากการเติบโตของฟินเทค ที่ยังคงสวนทางกับจำนวนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอ สจล. และนิด้า จึงเชื่อมั่นว่าหลักสูตร “วิศวกรรมการเงิน” จะเป็นหลักสูตรที่สำคัญของประเทศ ที่จะเร่งปั้นบัณฑิตพันธุ์ใหม่เพื่อตอบสนองตลาดแรงงานของอุตสาหกรรมการเงินและธนาคาร และคาดว่าการที่ประเทศมีบุคลากรผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในฟินเทคเพิ่มมากขึ้น จะช่วยบรรเทาปัญหาในวงการการเงินและธนาคาร ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ให้ตอบสนองเท่าทันสถานการณ์โลกได้ .ดร.สุชัชวีร์ กล่าวสรุป


สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เช


          ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า โครงการหลักสูตรร่วม KMITL-NIDA Double Degree Program in Financial Engineering เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างนิด้า และสจล. โดยมีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาตรีต่อเนื่องปริญญาโท และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่สองสถาบันได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรใหม่ขึ้นมา ปัจจุบัน ทั้งสองสถาบันได้มีความร่วมมือในระดับสากล และเครือข่ายทางวิชาการ อันสอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนา ที่มุ่งเน้นในเชิงคุณค่า กับมหาวิทยาลัยทั้งใน และต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยนิด้าคาดว่า จะสามารถผลิตมหาบัณฑิต ที่มีศักยภาพที่พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเป็นการสร้างผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย และสังคมโลก


สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เช


          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิภู ศรีสืบสาย รองคณบดี กำกับดูแล และรับผิดชอบงานด้านแผนงาน และกลยุทธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า หลักสูตรวิศวกรรมการเงิน ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น โดย สจล. และ นิด้า (KMITL-NIDA Double Degree Program in Financial Engineering) ภายใต้กรอบความคิดของการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในรายวิชาพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ ด้านการเงิน และด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีความเข้าใจในเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ ฟินเทค ตลอดจนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง และความเสี่ยงทางการเงินในการทำธุรกิจ เพื่อผู้เรียนจะได้ออกไปเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน และสามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างเบ็ดเสร็จ ตอบสนองตลาดแรงงานที่กำลังเป็นที่ต้อง


สจล. ชี้ ไทยขาดแคลนผู้เช