10 ข้อต้องรู้ของ PBIC มธ. คณะอินเตอร์สายสังคมศาสตร์มาแรง

ลบ แก้ไข
10 ข้อต้องรู้ของ PBIC มธ.
คณะอินเตอร์สายสังคมศาสตร์มาแรง



10 ข้อต้องรู้ของ PBIC มธ

 
                 หากพูดถึงคณะสายสังคมศาสตร์ หลายคนอาจจะนึกถึงคณะนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือนิเทศศาสตร์ มาเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากเป็นคณะที่มีการเรียนการสอนมาอย่างยาวนาน อีกทั้งมีรูปแบบการเรียนการสอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคณะ แต่สำหรับใครที่รู้ตัวว่าเป็นเด็กหัวใจสายสังคมศาสตร์แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับสังคมศาสตร์แขนงไหน วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับคณะสายสังคมศาสตร์อีกหนึ่งคณะ ที่มีการเรียนการสอนแบบบูรณาการการเรียนสายสังคมศาสตร์หลากหลายแขนง ด้วยการเรียนแบบ Area Study ในพื้นที่ที่กำลังมาแรงอย่างจีน อินเดีย รวมถึงไทย เรียกได้ว่าเป็นการเรียนสายสังคมที่เจาะลึกและรอบด้านในคณะนี้ที่เดียว และคณะที่ว่านี้ก็คือ “วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในนาม “PBIC” นั่นเอง  ฟังจากชื่อแล้ว หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า PBIC จะมีการเรียนการสอนเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมารีวิว 10 ข้อ ที่จะทำให้คุณรู้จัก PBIC จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย


 
1. ชื่อเป็นวิทยาลัย แต่ก็เป็นหนึ่งคณะในธรรมศาสตร์ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์” เหตุผลหลักก็เพราะ ศาสดาจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ นั้นเป็นบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวงการสังคมศาสตร์ของประเทศไทย PBIC จึงสดุดีอาจารย์ปรีดีด้วยการตั้งชื่อคณะตาม อ.ปรีดี และมีปณิธานที่จะปลุกปั้นบัณฑิตให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสายสังคมศาสตร์อย่าง อ.ปรีดี นั่นเอง


 
2. ติดเครื่องมือความรู้ทางครอบคลุมถึง 5 สาขา จะมัวลังเลทำไมว่าสังคมศาสตร์สาขาไหนที่เหมาะกับเรา ในเมื่อที่ PBIC ให้โอกาสนักศึกษาได้เรียนรู้สังคมศาสตร์ที่บูรณาเข้าด้วยกันถึง 5 สาขา ไม่ว่าจะเป็น สังคมวิทยา การเมืองการปกครอง หรือรัฐศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรม การจัดการและการใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ และเศรษฐศาสตร์ หรือกลไกทางเศรษฐกิจ ถือเป็น 5 สาขา ที่ทันสมัยอย่างยิ่งสำหรับการเรียนด้านสังคมศาสตร์ในรูปแบบสหวิทยาการ


 
3. หลักสูตรอินเตอร์ พร้อมต้องรู้ภาษาที่ 3 นอกจากการเรียนรู้ที่กว้างผ่าน 5 สาขาด้านสังคมศาสตร์ (SPADE) ที่ PBIC ยังมีความโดดเด่นในเรื่องการเรียนแบบ area study ในหลักสูตรจีนศึกษา (Chinese Study) อินเดียศึกษา (India Study) และไทยศึกษา (Thai Study) ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละหลักสูตรนอกจากจะเรียนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว สำหรับหลักสูตรจีนศึกษา และอินเดียศึกษายังได้เรียนภาษาที่ 3 โดยอาจารย์เจ้าของภาษาอ