​ม.มหาสารคาม เห็นชอบกลับไป เปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม เริ่มมิถุนายน 2563 ยกเลิกแบบอาเซียน

ลบ แก้ไข
​ม.มหาสารคาม เห็นชอบกลับ
 
ตั้งแต่ปีการศึกษา  2557  เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เข้าร่วมการเปิด – ปิดภาคเรียนตามสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ปรับเวลาของการเปิดภาคเรียนของไทย เพื่อให้ตรงกับการเปิดภาคเรียนของประเทศสากลทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เกิดความสอดคล้องกันในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาอุดมศึกษาในทุกๆ ด้าน ทั้งการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการศึกษา ครู อาจารย์ และนักศึกษา หรือการผลิตบัณฑิตเพื่อรองรับตลาดอาเซียน รวมไปถึงสามารถรับนักศึกษาต่างชาติได้สะดวกเมื่อปฏิทินการศึกษาตรงกัน


ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ประเทพา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เปิดเผยว่า  “ที่ผ่านมา  การเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน ส่งผลกระทบกับการเรียนการสอนของ มมส  ค่อนข้างมาก  ในวันนี้  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้มีประกาศปรับเปลี่ยนการเปิดภาคเรียนจากแบบอาเซียนเป็นแบบเดิม คือเปิดเรียนเดือนมิถุนายน ปีการศึกษา  2563 เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษา วิจัย  ในปี 2560  ของนายสวัสดิ์  วิชระโภชน์  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ บุคลากรกองทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เรื่อง “การศึกษาผลกระทบของการเปิด – ปิดภาคเรียนตามสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มประชาคมอาเซียนต่อการจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม”
 
​ม.มหาสารคาม เห็นชอบกลับ
 
โดยได้สอบถามกลุ่ม นิสิต  เจ้าหน้าที่  และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมจำนวน 1,000 กว่าคนพบว่า  การเปิด – ปิดตามอาเซียน มีผลกระทบด้านการจัดการงบประมาณของมหาวิทยาลัย ก็คือ  เปิดเทอมในช่วงเดือนสิงหาคม เรียกว่าเป็นต้นปีการศึกษานิสิตมีการชำระค่าเทอม  ล่าช้าไปถึงเดือนกันยายน ขณะเดียวกันเดือนกันยายน ก็สิ้นปีงบประมาณ  ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อใช้จัดโครงการ จัดกิจกรรมของอาจารย์ ช่วง 2  เดือนนี้ จะมีปัญหาค่อนข้างมากเนื่องจากระยะเวลาที่ไม่สอดคล้องกัน

​ม.มหาสารคาม เห็นชอบกลับ

นอกจากนี้  ในเรื่องของหลักสูตร บางหลักสูตรต้องส่งนิสิตไปฝึกสอนตามโรงเรียน กลับเป็นช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม  ซึ่งต้องมีการวางแผน  จัดปฏิทินการศึกษาให้ดีเพื่อไม่ให้นิสิตเราเสียเวลา และสามารถสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่กำหนดได้โดยไม่กระทบ แม้กระทั่งการส่งนิสิตไปฝึกงาน บางช่วงบางหน่วยงานก็อาจไม่ได้รับนิสิตฝึกงานของเรา เนื่องจากได้รับนักศึกษาจากสถาบันอื่นแล้ว  เราส่งไปช้าไป  นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องวางแผนจัดการใหม่

ดังนั้น การกลับไปเปิด - ปิดภาคเรียนในช่วงเวลาเดิมน่าจะเหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมากกว่า ทั้งนี้ได้วางแผนและคำนึงถึงผลกระทบอื่นๆ ไว้อย่างครอบคลุมรอบด้านแล้ว  ทั้งเรื่องการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา หรือทีแคส  ซึ่งทุกฝ่ายทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง  นิสิตที่กำลังศึกษาอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน 

สำหรับประกาศ เรื่อง ปฏิทินการศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปรับเปลี่ยนการเปิด-ปิดภาคเรียนการศึกษาจากแบบประเทศในกลุ่มอาเซียน คือ ภาคเรียนที่ 1 เดือนสิงหาคม-ธันวาคม และภาคเรียนที่ 2 เดือนมกราคม-พฤษภาคม กลับมาเป็นแบบเดิม คือ ภาคเรียนที่ 1 เดือนมิถุนายน- ตุลาคม และภาคเรียนที่ 2 เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม โดยจะเริ่มเปลี่ยนเวลาเปิดเทอม 1 เป็นเดือนมิถุนายน ในปี พ.ศ.2563 เพื่อป้องกันความสับสนจึงขอให้ผู้ปฏิบัติงาน นิสิตและผู้เกี่ยวข้อง ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากกองทะเบียนและประมวลผล  และช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย” ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา  กล่าว

ด้าน นางสาวกมลวรรณ ลาเนตร์ นิสิตคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมส บอกว่า เห็นด้วย ที่มหาวิทยาลัยจะกลับมาเปิดภาคเรียนแบบเดิม เพราะการเปิดภาคเรียนแบบอาเซียน ส่วนตัวได้รับผลกระทบในเรื่องการเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัว คือมีน้องที่เรียนในชั้นมัธยม ในช่วงน้องปิดเทอม เราก็มีเรียน วันหยุดไม่ตรงกัน ไม่มีเวลาที่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว นอกจากนี้ การเปิดตามอาเซียน ยังส่งผลต่อการฝึกงาน เพราะยิ่งมีการเปิด-ปิดภาคเรียนช้ากว่ามหาวิทยาลัยอื่น ทำให้เข้ารับการฝึกงานช้า แหล่งฝึกงานที่เราต้องการจะไปรับนักศึกษาเต็มแล้ว ทำให้เสียโอกาสในที่ฝึกงานที่เราต้องการ

นายสหภาพ  ทรงจันทึก  นิสิตคณะศึกษาศาสตร์  มมส กล่าวว่า ความแตกต่างของการเปิดตามอาเซียน และแบบเดิมที่เห็นได้ชัดและได้จัดการตัวเองใหม่ คือช่วงที่จบม.6 และจะมาเข้าเรียนในปี 1 มหาวิทยาลัย  มีช่วงเว้นว่างถึง 6 เดือน เลยได้มีโอกาสหางานพิเศษทำเพื่อรอเวลา ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้หารายได้ช่วยครอบครัวและเก็บเงินไว้เรียนหนังสือ ส่วนที่จะกระทบบ้างคือเวลาปิดเทอมไม่ตรงกับน้องที่ยังเรียนมัธยม การไปมานัดหมายพบปะกันค่อนข้างยาก ต้องวางแผนกันใหม่ สำหรับ มมส ที่ประกาศจะกลับมาเปิดเรียนแบบเดิมนั้น รู้สึกเห็นด้วย  เพราะจะได้สอดคล้องกับอากาศบ้านเรา เดินทางจากหอพักมาเรียนในช่วงอากาศร้อน ไม่มีทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียน  ห้องเรียนในอาคารต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน จนส่งผลให้ค่าใช้จ่ายค่าน้ำ-ไฟสูงขึ้นมากกว่าปกติ  การเปิดเรียนแบบเดิมน่าจะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย 

นางสาวลลิตา  ภานุรักษ์  และ นางสาวศิริลักษณ์  สงคราม นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มมส  ให้ความเห็นว่า จะเปิดปิดตามอาเซียน หรือแบบเดิม  ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่  เพราะมองว่าทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีข้อดีและข้อเสีย อยู่ที่ว่าเราจะสามารถปรับตัวและเปลี่ยนตัวเองให้เป็นไปตามสถานการณ์นั้นได้มากน้อยแค่ไหน แต่ผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายก็ไม่ควรที่จะทดลองกลับไปกลับมาบ่อยๆ จะทำให้ผู้ปฏิบัติตามเกิดความสับสน  หาก มมส จะกลับไปเปิดปิดตามเดิม  ก็รู้สึกเห็นด้วย  เพราะน่าจะเหมาะกับบริบทและธรรมชาติของคนไทยมากกว่า
 
​ม.มหาสารคาม เห็นชอบกลับ
 
ทางด้านที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ก็เคยได้ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ขึ้นกับความพร้อมของมหาวิทยาลัยเพราะแต่ละแห่งมีข้อจำกัดแตกต่างกัน หากประเมินแล้วว่ากลับสู่ระบบเดิมดีกว่าก็ไม่มีปัญหา แต่ก็อยากให้มองระยะยาว และเอาอนาคตเป็นที่ตั้ง ซึ่งกว่าจะไปสู่เป้าหมายก็ต้องใช้เวลามาก
 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 11 มี.ค. 62 11:59 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 427 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 427 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง