เอสโตเนีย ประเทศที่เปลี่ยนแปลงจากประเทศยากจนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วใน 20 ปี

ลบ แก้ไข

หากเวเนซุเอลาคือบทเรียนแห่งความผิดพลาด อีกด้านหนึ่งของโลก “ประเทศเอสโตเนีย” ดูจะเป็นบทเรียนแห่งความสำเร็จในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน

เอสโตเนีย ประเทศที่เปลี่

รู้จักประเทศเอสโตเนียกันรึเปล่าครับ!?

ประเทศที่มีประชากรเพียงแค่ 1.3 ล้านคน

ต้องตกอยู่ใต้ร่มเงาของสหภาพโซเวียตนานถึง 45 ปี

ประเทศที่เพิ่งมีอิสรภาพเมื่อปี 1991

แต่ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาแล้ว

ผู้คนร่ำรวยเป็นอันดับที่ 39 ของโลก

ประชากรมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 53,000 บาท

พวกเขาทำอย่างไรในช่วงเวลา 20 กว่าปีเท่านั้น…!?

– ในปี 1991 เอสโตเนียได้รับอิสรภาพจากสหภาพโซเวียต นั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง

– Mart Laar ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 1992 เขามีอายุเพียง 32 ปีเท่านั้น

– ส่วนรัฐบาลของเขาก็มีอายุเฉลี่ยประมาณ 35 ปี โดยเน้นคนรุ่นใหม่มาวางแผนพัฒนาประเทศในระยะยาว

– พวกเขาอยากขจัดระบอบสังคมนิยมที่ติดมาตั้งแต่อยู่ใต้อำนาจของโซเวียต และเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจเสรีโดยเร็ว

– การปฏิรูปนี้มีทั้ง จัดตั้งสกุลเงินครูน เปิดเขตเสรีการค้า จัดสรรงบประมาณภาครัฐใหม่ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ รวมถึงเก็บภาษีประชาชนทุกคนในอัตราเท่ากัน

– ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่ทำงานชักช้าอืดอาด กลายมาเป็นหน่วยงานที่ต้องแข่งขันกับเอกชนเพื่อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

– จากนั้นก็วางรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้าน “เทคโนโลยี”

เอสโตเนีย ประเทศที่เปลี่
นักเรียนประถมเรียนรู้การใช้งานแท็บเลต



อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี คือปัจจัยสำคัญ…

– รัฐบาลรุ่นใหม่ เล็งเห็นว่าอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี จะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญของโลกยุคอนาคต จึงลงทุนในระบบโครงสร้างอินเตอร์เน็ตตั้งแต่แรก

– ในปี 1998 รัฐบาลให้โรงเรียนทุกแห่งมีคอมพิวเตอร์และเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ส่งเสริมให้นักเรียนใช้งานเป็นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา

– นอกจากนี้ในปี 2000 รัฐบาลเดินหน้าโครงการอินเตอร์เน็ตฟรี เพื่อจะทำให้คนในประเทศเข้าถึงโลกออนไลน์อย่างเท่าเทียมกัน

– ประกาศให้อินเตอร์เน็ต เป็น “สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” ที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ

– ในปีเดียวกันนี้ ยกเลิกระบบถ่ายเอกสารสำคัญ เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบบัตรประชาชนใบเดียวสามารถใช้ติดต่อราชการ และทำสิ่งต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ได้แทบทั้งหมด

ถ้าจะแก้ปัญหาคอรัปชั่นในแวดวงราชการ ก็ตัดเรื่องการติดต่องานออกไปซะ…

– ระบบราชการแบบเดิม สามารถทุจริตได้ง่ายที่สุดตั้งแต่การจ่ายเงินเพื่อเร่งดำเนินการเอกสารต่างๆ

– ครั้นจะยกเลิกไปเลย คนในหน่วยงานรัฐก็ไม่พอใจ รัฐบาลก็เลยหาวิธีกำจัดเรื่องนี้แบบทางอ้อม โดยไม่ฟาดฟันกันตรงๆ

– เพราะเมื่ออินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ง่ายทั้งประเทศ รัฐบาลก็สามารถให้คนติดต่องานราชการผ่านระบบออนไลน์ได้

– เพียงแค่คุณมีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง และบัตรประชาชน 1 ใบ คุณก็สามารถเปิดบริษัทผ่านระบบออนไลน์ได้ ใช้เวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น

– นอกจากนี้ การวางรางฐานที่ดีมาตั้งแต่ยุค 90 ทำให้คนเอสโตเนียสามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทำธุรกรรมการเงิน ซื้อตั๋ว พบแพทย์ จ่ายค่ารถเมล์ หรือกระทั่งเรียนหนังสือผ่านออนไลน์ได้ทั้งหมดแล้ว

– การประหยัดเวลาในเรื่องหยุมหยิมนี้ ทำให้คนมีเวลานำไปคิดและพัฒนาในเรื่องอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

เอสโตเนีย ประเทศที่เปลี่
นักเรียนมัธยมเข้าถึงคอมพิวเตอร์ และทุกคนต้องเรียนเขียนโปรแกรม


อินเตอร์เน็ตช่วยพัฒนาการศึกษา

– เมื่อนักเรียนในโรงเรียนสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ตั้งแต่ยังเด็ก หลายคนก็เติบโตไปทำงานในสายงานไอที

– คนที่ไม่สะดวกเดินทางไปโรงเรียน ก็สามารถเรียนผ่าน E-Learning ได้ในทุกที่ของประเทศ

– ยอดเข้าถึงการศึกษาของประเทศเกือบ 100% เพราะทัศวิสัยของผู้นำในอดีต ที่มองเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี

– ผลคะแนนสอบ PISA ในปี 2015 เอสโตเนียอยู่อันดับ 3 ของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ เป็นรองเพียงสิงคโปร์กับญี่ปุ่น

– แถมยังคว้าอันดับ 6 ในด้านการอ่าน และอันดับ 9 ของโลกในด้านคณิตศาสตร์อีกด้วย

(คะแนนเฉลี่ย PISA ของประเทศไทย อยู่ที่อันดับ 56 จาก 70 ประเทศทั่วโลก)

– ผลงานด้านเทคโนโลยีที่โด่งดังมากที่สุดชิ้นหนึ่งของเอสโตเนีย ก็คือโปรแกรม Skype ซึ่งเปิดโลกใหม่ของการติดต่อสื่อสารผ่านทางวิดีโอคอลในต้นยุค 2000

– ภายหลังถูก eBay ซื้อต่อไปด้วยราคากว่า 83,000 ล้านบาทในปี 2005

– ข้อมูลในปี 2016 พบว่าประชากรเกือบ 400,000 คน (30% ของประเทศ) ทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี

 

ถึงแม้ว่าเอสโตเนีย จะเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดในกลุ่มอดีตสหภาพโซเวียต

แต่ในวันนี้…

เอสโตเนีย ก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราคอรัปชันน้อยที่สุดในกลุ่มนี้

ดัชนีการพัฒนามนุษย์ ซึ่งวัดด้านสุขภาพ การศึกษา และเศรษฐกิจ จัดให้เอสโตเนียอยู่อันดับ 30 ของโลก

มีเสรีภาพบนโลกออนไลน์มากที่ในโลกอันดับ 1 ของโลก

ประชาชนเข้าถึงสิทธิการศึกษาและการแพทย์ขั้นพื้นฐานได้ฟรี

และเอสโตเนีย ก้าวจากประเทศยากจนในปี 1995 ที่คนรายได้เดือนละ 8,000 บาท (เฉลี่ยพอๆ กันกับประเทศไทยในยุคนั้น)

มาเป็นประเทศที่คนรายได้เฉลี่ยเดือนละ 53,000 บาทในปี 2017

กลายมาเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้สำเร็จภายในเวลาประมาณ 20 ปีเท่านั้น

เราสามารถเรียนรู้อะไรจากประเทศเอสโตเนีย เพื่อนำมาเป็นบทเรียนให้กับประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยบ้าง

เพื่อการหลุดพ้นจากสภาพ “กำลังพัฒนา” เข้าสู่การพัฒนาโดยสมบูรณ์เสียที… คุณคิดว่าอย่างไรครับ!?

ที่มา:

เพจมุมคิด​

https://fee.org/articles/how-estonia-yes-estonia-became-one-of-the-wealthiest-countries-in-eastern-europe/

https://tradingeconomics.com/estonia/gdp-per-capita

https://www.cato.org/publications/commentary/why-estonia-country-future

https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_past_and_projected_GDP_(nominal)_per_capita

www.quora.com/Is-Estonia-a-developed-country

www.theguardian.com/world/2014/jun/09/-sp-post-soviet-world-need-to-know-estonia

 

 



loading...


โดย Eduzones Pr News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 12 มี.ค. 62 14:38 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 373 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 373 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง