10 พฤติกรรมทางการเงิน ที่คนเพิ่งเริ่มทำงาน ควรรีบแก้ไข

ลบ แก้ไข

ท่ามกลางเสียงที่ดังออกมาจากโทรทัศน์ในเวลาสองทุ่มกว่า ๆ ก็มีเสียงฉีกกระดาษแทรกขึ้นมาเบา ๆ ซึ่งเสียงนั้นมาจากแพรวดาวที่กำลังเปิดสลิปเงินเดือนอย่างตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้เห็นจำนวนเงินที่เธอหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองหลักจากเรียนจบ

และหลังจากเห็นตัวเลขที่เธอได้รับแล้ว ตอนนี้ในหัวของเธอก็เต็มไปด้วยรายชื่อสิ่งของและกิจกรรมมากมาย ที่เธออยากซื้ออยากจะทำด้วยเงินเดือนก้อนนี้ของเธอ จนเหมือนว่าเธอจะลืมนึกถึงเรื่องการเก็บออมเงินไปเสียสนิท

อย่างไรก็ตาม การไม่เก็บออมเงินไม่ได้เป็นพฤติกรรมไม่ดีทางการเงินเพียงอย่างเดียวที่เด็กจบใหม่และเพิ่งเริ่มทำงานอย่างแพรวดาวมักจะทำ แต่มันยังมีพฤติกรรมอีกหลายอย่าง ที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านการเงินได้ในอนาคต ซึ่งก่อนที่จะสายเกินไป วันนี้ JobThai.com/REACH ก็เลยรวบรวมมาให้แล้วว่าพฤติกรรมเหล่านั้นที่ว่า มีอะไรบ้าง

10 พฤติกรรมทางการเงิน ที

1. ขาดความรู้ทางการเงิน 
การไม่มีความรู้ทางการเงินจะทำให้เราไม่สามารถควบคุมการใช้จ่าย ไม่สามารถวางแผนทางการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ ส่งผลให้การบริหารเงินไม่มีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งการเป็นหนี้ และอาจนำไปสู่การไม่มีเงินสำรองในยามเกษียณ

 

2. ไม่มีเงินเก็บ 

การไม่มีเงินออมหมายความว่าคุณจะไม่มีเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน เช่น กรณีเจ็บไข้ได้ป่วย หรือกรณีที่ต้องใช้เงินแบบเร่งด่วน ยิ่งไปกว่านั้น การไม่มีเงินเก็บเหลือในบัญชีเลยในแต่ละเดือน นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางการเงินในปัจจุบันของคุณเองแล้ว สิ่งนี้ยังสามารถบ่งบอกได้ว่าชีวิตหลังเกษียณของคุณจะเป็นเช่นไร

 

3. ไม่ประหยัด 

เพราะ “ความจำเป็น” และ “ความต้องการ” นั้นต่างกัน การใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยไปกับสิ่งที่คุณต้องการ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นนั้น ทำให้เงินของคุณไหลออกจากกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว ผู้ที่บริหารเงินเป็นจะรู้ว่าต้องให้น้ำหนักกับสิ่งที่จำเป็นก่อน และถ้ามีเงินเหลือเพียงพอจึงค่อยใช้เงินเพื่อซื้อสิ่งของที่ต้องการเป็นครั้งคราว

 

4. ใช้บัตรเครดิต 

การใช้บัตรเครดิตอาจจะทำให้คุณรู้สึกสะดวกสบายในการซื้อสินค้าและบริการ แต่การใช้เงินแบบ “รูดก่อนจ่ายทีหลัง” จะทำให้คุณมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ส่งผลเสียต่อการบริหารเงินโดยรวม ยิ่งถ้าคุณจ่ายค่าบัตรเครดิตไม่ตรงเวลา จะทำให้คุณเสียค่าดอกเบี้ยเป็นจำนวนมาก ซ้ำร้ายถ้าคุณเป็นหนี้บัตรเครดิต คุณจะสูญเสียความน่าเชื่อถือและประวัติทางการเงิน ในยามที่คุณต้องขอสินเชื่อที่จำเป็นต่อตัวคุณเองในอนาคต

 

5. ไม่ทำบัญชีรายรับรายจ่าย 

หลายคนละเลยที่จะใส่ใจกับตัวเลขในบัญชี ขอให้มีเงินให้ได้ใช้ในแต่ละวันก็เพียงพอ การจดบันทึกข้อมูลการใช้เงินจะทำให้คุณประเมินสถานะทางการเงินของตัวคุณเองได้ คุณจะรู้ว่าแต่ละวันคุณใช้เงินไปกับอะไรบ้าง สิ่งไหนที่จำเป็น และสิ่งไหนที่ควรประหยัด นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ข้อมูลทางการเงินของคุณในการวางแผนชีวิตเรื่องอื่นๆที่จำเป็น เช่น การซื้อบ้าน หรือรถ ได้อีกด้วย

 

6. ไม่ลงทุนทางการเงิน 

การเล่นหุ้นอาจจะเป็นเรื่องที่ไกลตัว และดูยุ่งยาก เพราะระบบตลาดหุ้นมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ทำให้ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจลงทุน แต่สำหรับคนทำงาน การลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะการเล่นหุ้นเท่านั้น การลงทุนที่ว่านี้หมายถึงการทำอะไรก็ตามเพื่อให้เงินที่คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากรายรับประจำอย่างเงินเดือน ซึ่งอาจจะหมายรวมถึงการซื้อพันธบัตรรัฐบาล การทำประกันชีวิต การซื้อสลากออมสินพิเศษ หรือการลงทุนกับเพื่อนของคุณเพื่อทำธุรกิจขนาดย่อม ยิ่งไปกว่านั้นการลงทุนในกองทุนบางประเภทยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย แต่ถ้าการลงทุนในตลาดหุ้นไม่ใช่เรื่องที่คุณถนัดจริง ๆ การฝากประจำเพื่อรับดอกเบี้ยจากธนาคารก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่มั่นคงและมีความเสี่ยงน้อยที่สุดในบรรดาการลงทุนทุกรูปแบบ

 

7. ประมาทในการใช้เงิน 

ในขณะที่คนทำงานหลายคนไม่กล้าลงทุน แต่คนรุ่นใหม่บางคนกลับชอบการเล่นหุ้น ที่สำคัญพวกเขากล้าได้กล้าเสียมาก ซึ่งในบางครั้งอาจมากเกินไป แน่นอนว่าการลงทุนเพื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ดี แต่บางคนเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่ใจร้อน และอยากได้ผลตอบแทนที่รวดเร็วทันใจ ทำให้พวกเขาเลือกลงทุนแต่กับบริษัทใหญ่ ๆ ที่ตนเองสนใจ โดยไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากเพียงพอ

 

8. ไม่ทำประกัน 

ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันรถยนต์ ล้วนเป็นการลงทุนกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต  เพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน การไม่ทำประกันอาจจบลงด้วยการเสียเงินเสียทองจำนวนมาก การทำประกันสินค้าต่างๆ ก็ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้เช่นกัน เช่น ถ้าหากเราซื้อสินค้าที่มีประกัน เมื่อสินค้านั้นเสียหายระหว่างอยู่ในระยะประกัน เราจะไม่ต้องเสียค่าซ่อมสินค้านั้น คุณต้องชั่งใจดูว่า จะยอมเสียเงินล่วงหน้าเพื่อประกันอนาคต หรือจะเสียเงินจำนวนมากในภายหลังเมื่อเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา

 

9. พึ่งพาพ่อแม่มากเกินไป 

สังคมไทยมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทศตะวันตกที่มักจะให้ลูกพึ่งพาตัวเองและทำงานตั้งแต่ยังเด็ก ในขณะที่เด็กไทยส่วนใหญ่มักจะพึ่งพาพ่อแม่ตั้งแต่เล็กจนโต แม้แต่ตอนที่เรียนจบมีงานทำแล้ว คนที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ อาจจะยังไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆด้วยตัวเอง เช่น ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า หรือข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ อีกทั้งยังไม่ต้องเสียค่าที่พักเพราะยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้เงินและวินัยการบริหารเงินโดยตรง 

 

10. ไม่ประเมินศักยภาพของตัวเอง 
นักศึกษารวมไปถึงคนทำงานใหม่ ๆ หลายคน ติดนิสัยใช้เงินตามเพื่อนในกลุ่ม เพราะเพื่อนคือกลุ่มคนที่มีนิสัยหรือความชอบที่คล้ายคลึงกัน เช่น ไลฟ์สไตล์ การแต่งตัว การเลือกร้านอาหาร ซึ่งถึงแม้ความชอบจะเหมือนกัน แต่สถานะทางการเงินของทุกคนไม่เท่ากัน หากคุณมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเหมือนเพื่อนของคุณที่มีฐานะทางการเงินดีกว่า คุณอาจลงเอยด้วยการใช้จ่ายเงินเกินตัว ทำให้ไม่มีเงินเก็บออม และอาจต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่มีมูลค่าเกินกว่ารายได้ของตัวเองจะรองรับได้


 

JobThai.com/REACH มี Line10 พฤติกรรมทางการเงิน ที แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

10 พฤติกรรมทางการเงิน ที

เพิ่มเพื่อน




>>>ติดตามสาระดีๆเกี่ยวกับการทำงานและไลฟ์สไตล์ได้ที่นี่<<< 


★ สมัครสมาชิกกับ JobThai.com ฝากประวัติ ส่งใบสมัครได้ง่าย สะดวก รวดเร็วผ่านปุ่ม "Apply Now" (ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)  ค้นหางาน Part Time / Freelance / ฝึกงาน และ ในสายงาน 130 อาชีพ www.jobthai.com/Hn7Der
★ ค้นหางานอื่น ๆ จากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศกว่า 80,000 อัตรา ได้ที่  www.jobthai.com/hkYmhQ
อ่านบทความทั้งหมดในบล็อกของเราได้ที่นี่ 

 



loading...


โดย JobThai ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 25 ก.ย. 60 18:08 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 430 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 430 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง