กิจกรรมสร้างความสุขส่งท้ายปีที่มีดีมากกว่าแค่งานเลี้ยงสังสรรค์

ลบ แก้ไข
ในช่วงเวลาแห่งความสุขปลายปี เกือบทุกองค์กรก็จะจัดกิจกรรมสนุก ๆ ให้พนักงานได้ผ่อนคลายกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมจัดงานเลี้ยงตามร้านอาหาร หรือโรงแรม มีวงดนตรีมาบรรเลง พร้อมกับรับประทานอาหารเครื่องดื่มสังสรรค์กันแบบจัดเต็ม และปิดท้ายด้วยการจับสลากของรางวัล ซึ่งเป็นรูปแบบงานเลี้ยงดั้งเดิมที่หลายองค์กรก็จัดซ้ำ ๆ กันมานานหลายปีแล้ว

เชื่อว่าหลายองค์กรก็มีความคิดที่อยากจะหาอะไรแปลกใหม่มาสร้างความสุขให้กับพนักงานบ้าง แต่ติดตรงที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ทั้งที่จริง ๆ แล้วยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่สามารถสร้างสีสันให้กับออฟฟิศช่วงปลายปีได้ JobThai.com/REACH ขอแนะนำกิจกรรมปลายปีที่มีดีมากกว่าแค่งานสังสรรค์ ครบครันทั้งประโยชน์ และความบันเทิง ให้ลองนำไปเสนอหัวหน้าหรือ HR ได้เลย


 กิจกรรมสร้างความสุขส่งท

เรื่องควรรู้ก่อนคิดหากิจกรรมให้กับพนักงาน
ก่อนที่ไอเดียจะบรรเจิดเตลิดไปหากิจกรรมมากมาย อย่างแรกเลยเราควรเริ่มต้นจาก Mission, Core Values และวัฒนธรรมขององค์กรก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม เช่น Facebook ก็จะมีในเรื่องของ Make Social Value หรือการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ซึ่ง Mark Zuckerberg มีความตั้งใจที่จะให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าบางอย่างให้กับสังคมในทุก ๆ วันของชีวิต หรือ Fitbit ผู้นำด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อด้านการดูแลสุขภาพ ที่เน้นเรื่องของ Technology และ Healthy ซึ่งพนักงานของที่นี่จะต้องรักในการดูแลสุขภาพและสนใจในเทคโนโลยีโดยมีเป้าหมายหลักที่จะทำให้ชีวิตของคนดีขึ้นจากสินค้าที่พวกเขาสร้างขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถนำมาเป็นจุดกำเนิดไอเดียการจัดกิจกรรมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือพยายามให้พนักงานทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมคิดกิจกรรมให้มากที่สุด และถ้ารู้แล้วว่าองค์กรเราให้ความสำคัญกับอะไร ก็ไปดูกันเลยว่ามีกิจกรรมแปลกใหม่แบบไหนบ้างที่เหมาะกับองค์กรเรา
 
1. ประลองฝีมือ สร้างความสนุกและเพิ่มความสามัคคีในที่ทำงาน
ถ้าองค์กรของคุณมีวัฒนธรรมที่นิยมความสนุกสนาน และรักในการแข่งขันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน กิจกรรมที่ทำได้ง่าย ๆ เลยก็คือจัดการแข่งขันขึ้นภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการแข่งตีปิงปอง เล่น Board Game หรือเล่น Pool ซึ่งการแข่งขันเหล่านี้เป็นที่นิยมกันอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่ม Tech-Startup ที่ส่วนใหญ่แล้วต้องมีโต๊ะปิงปองหรือเกมไว้ในออฟฟิศให้พนักงานเล่นกันเป็นประจำอยู่แล้ว
 
แนวทางการจัดกิจกรรม
เริ่มจากการกำหนดวัน เวลา สถานที่ จำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขัน อาจจะแบ่งเป็นทีมหรือแข่งเดี่ยวก็ได้ จับสลากแบ่งสายทีมที่ต้องพบกัน โดยใช้ระบบแพ้คัดออก หรือเก็บคะแนน ขึ้นอยู่กับขนาดองค์กรและระยะเวลาการแข่งขัน ซึ่งถ้าพนักงานระดับหัวหน้า หรือผู้บริหารมาร่วมแข่งขันด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความสนุกให้กับการแข่งขันมากขึ้นไปอีก หลังจากจบนัดชิงชนะเลิศและมอบรางวัลกันแล้ว ถ้าได้ปิดท้ายด้วยงานปาร์ตี้ก็จะดีมาก
 
ข้อดีของการจัดกิจกรรม
- พนักงานได้ผ่อนคลายจากการทำงาน และเกิดบรรยากาศแห่งความสนุกสนานขึ้นในองค์กร
- พนักงานต่างแผนกได้รู้จักกันมากขึ้น จากการร่วมแข่งขันหรือร่วมเป็นกองเชียร์
- เป็นกิจกรรมที่ใช้งบประมาณไม่สูง
 
2. ทำความดีส่งท้ายปีด้วยกิจกรรมอาสาสมัคร
แทนที่เราจะหาความสุขกันเองในออฟฟิศ ปีนี้ลองเปลี่ยนไปสร้างประโยชน์และความสุขให้สังคมกันบ้างดีไหม HBO ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่เคยจัดงานเลี้ยงในโรงแรมมามากกว่า 10 ปีมีอาหารหรูหราและเครื่องดื่มครบครัน แต่ยิ่งจัดกลับพบว่าพนักงานยิ่งมาน้อยลง หรือไม่ก็มากันเป็นพิธีแล้วก็กลับ ภายหลังพวกเขาจึงเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยการเสนอให้พนักงานลาในช่วงบ่ายวันหนึ่งเพื่อออกไปทำงานเพื่อสังคม ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาพนักงานใน New York ออกไปเป็นจิตอาสากันสูงถึง 95% โดยที่ผู้รับผิดชอบโครงการได้เผยว่าพนักงานเกิดความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากที่จะได้ออกไปทำประโยชน์ให้กับสังคม
 
แนวทางการจัดกิจกรรม
หาเวลาหนึ่งวันเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานออกไปเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ยิ่งถ้าใช้ความเชี่ยวชาญขององค์กรออกไปสร้างประโยชน์ได้ด้วยก็จะยิ่งดี โดยจะไปกันทั้งบริษัท หรือแยกแผนกกระจายไปตามสถานที่ต่าง ๆ ก็ได้ หลังจากนั้นตอนเย็นค่อยจัดงานเลี้ยงตามปกติและให้แต่ละทีมขึ้นมาเล่าประสบการณ์อาสาสมัครของตัวเองให้ทุกคนฟังก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย
 
ข้อดีของการจัดกิจกรรม
- พนักงานเกิดความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับองค์กรในการสร้างประโยชน์ให้สังคม
- พนักงานต่างแผนกได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น
- สังคมได้รับประโยชน์จากกิจกรรมที่องค์กรจัดขึ้น
 
3. ความสุขที่ ได้จากการ ให้
การให้เป็นสิ่งสำคัญที่นอกจากผู้รับจะได้ประโยชน์แล้วผู้ให้ยังรู้สึกอิ่มเอมใจ ซึ่งเรามีตัวอย่างจาก DigitasLBi ผู้ให้บริการด้านการตลาดออนไลน์ระดับโลก ที่มีกิจกรรมน่ารัก ๆ ชื่อ Giving Tree โดยที่บริษัทจะนำต้นไม้มาตั้งไว้ในออฟฟิศ ซึ่งต้นไม้จะห้อยไว้ด้วยกระดาษมากมายที่ระบุรายการสิ่งของต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นของสำหรับเด็ก เช่น หนังสือ อุปกรณ์วาดภาพ เสื้อผ้าที่มีราคาไม่แพงมากนัก  พนักงานจะเลือกไปคนละ 1- 2 ใบแล้วไปซื้อของเหล่านั้นนำมาห่อของขวัญและวางไว้ใต้ต้นไม้แลกกับสลากจับรางวัลติดมือกลับไป ซึ่งทางบริษัทจะนำต้นขั้วสลากเหล่านั้นไปจับของรางวัลให้พนักงานต่อ ส่วนของขวัญใต้ต้นไม้จะถูกนำไปมอบให้กับหน่วยงานที่ต้องการ ซึ่งผู้จัดกิจกรรมนี้ต้องการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เป็นผู้ให้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และหลังจากที่พวกเขาเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้แล้ว ก็จะได้รับรางวัลคืนจากองค์กรเช่นกัน