รักวุ่นๆของยัยแก้มใส

ลบ แก้ไข

หน้าที่ 1 - แนะนำตัวละคร & ตอนที่ 1 (เจ็บไม่เคยจำ)

  


จิรายุ     เลิศอนันต์   (บาส)
หนุ่มหล่อหน้าตาคมเข้มวัย 22 ปี
นักศึกษาสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
พื้นฐานครอบครัว   เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลเลิศอนันต์
(ผู้ผลิตสินค้ากระป๋องส่งออกรายใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ)
ชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ(แต่ทางบ้านไม่ปลื้ม
เพราะอยากให้มารับช่วงต่อเกี่ยวกับธุรกิจของที่บ้าน
เขาจึงทำได้เพียงแอบหนีผู้เป็นพ่อไปรับจ็อบร้องเพลงที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง)
นิสัย ขี้เล่น ใจร้อน โผงผาง ไม่ยอมคน  รักใครรักจริง
สู้ไม่ถอยหากต้องปกป้องครอบครัวและคนรัก








ลลิดา     วรพันธ์   (น้ำอิง)
สาวแว่นน่ารักวัย 20 ปี
นักศึกษาสาขาโบราณคดีชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเดียวกันกับบาส
จากบ้านมาเพื่อตามหาความฝันของตัวเองโดยการเรียนในสาขาวิชาที่เธอรัก
 เพราะอยากเดินตามรอยผู้เป็นพ่อ โดยเธอได้พักอยู่กับฟ้าเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ
พื้นฐานครอบครัว   เป็นลูกสาวคนโตของครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น และ เรียบง่าย
มีพ่อเป็นนักโบราณคดี ส่วนแม่เปิดร้านเบเกอรี่
นิสัย เรียบร้อย อ่อ่นหวาน มองโลกในแง่ดี พูดตรง (แอบปากร้ายบ้างเป็นบางครั้ง)
มีโลกส่วนตัวสูง โปรดปรานการฟังเพลงและอ่านหนังสือ 
มักชอบอยู่ในโลกของความฝันมากกว่าความเป็นจริง








ธวัชชัย   (ชัย)
หนุ่มตี๋ รูปหล่อ หน้าทะเล้น เพื่อนคู่หูของบาส
พื้นฐานครอบครัว   เป็นลูกชายคนสุดท้องของเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง
        พ่อของชัยกับบาสเป็นเพื่อนรักกันสองหนุ่มจึงรู้จักกันและสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก               
นิสัย ขี้เล่น กวนๆ เจ้าชู้ไม่เบา







เกศกนก   (ฟ้า)
สาวสวยผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง เพื่อนซี้ของน้ำอิง
พื้นฐานครอบครัว   พ่อแม่อย่าร้างกัน พ่อทอดทิ้งให้ฟ้ากับแม่อยู่กันตามลำพัง
แล้วตัวเองก็ไปแต่งงานใหม่ ทำให้ฟ้าฝังใจ และมีทิฐิกับผู้ชายโดยเฉพาะกับโก้
(แฟนของน้ำอิง)เพราะฟ้าสังเกตเห็นมาตลอดว่า โก้ไม่จริงใจกับน้ำอิง
แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะเพื่อนดันรักเจ้าหมอนั่น 








หิรัญ   (โก้)
หนุ่มเพลบอยเจ้าสำราญ รูปหล่อ พ่อรวย
พื้นฐานครอบครัว   เป็นลูกชายคนรองของนักการเมืองชื่อดัง
พ่อแม่ตามใจ วันๆไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง
เอาแต่เที่ยวเล่นและผลาญเงินพ่อแม่ เรียนก็ไม่จบ เปลี่ยนที่เรียนเป็นว่าเล่น
รู้จักกับน้ำอิงตั้งแต่เด็กและติดต่อกันเรื่อยมาจนกระทั่งพ่อแม่ส่งไปเรียนเมืองนอก
พอกลับมาจึงได้มาสานสัมพันธ์กับน้ำอิงต่อ แต่ด้วยความเจ้าชู้ของตนเอง
จึงทำให้เขาทิ้งน้ำอิงไปหาสาวอื่น
นิสัย เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง










กมลพรรณ   (ก้อย)
สาวน้อยน่ารัก อ่อนหวาน อ่อนโยนน่าทะนุถนอม แฟนสาวของบาส
พื้นฐานครอบครัว   เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแม่ประคบประหมอย่างดี
ไม่ค่อยปล่อยให้เผชิญกับโลกภายนอก ทำให้ก้อยกลายเป็นคนหัวอ่อน
และเชื่อคนง่าย ตามเล่ห์เหลี่ยมคนไม่ค่อยจะทัน
นิสัย เรียบร้อย อ่อนหวาน อ่อนไหวง่าย






เมื่อรู้จักตัวละครครบแล้ว
คราวนี้ก็มาเข้าสู่เนื้อหาตอนที่ 1 กันเลยนะค่ะ






        ว้า
เหงาจังเลย...T_T

 "นี่มันปาเข้าไปกี่วันแล้วล่ะ ที่เรากับเค้าเลิกรากันไป"
 
ความเหงาเริ่มคลืบคลานเข้ามาบดบังความคิดของหญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ

ตามกระแสของสายฝนที่โปรยลงมาท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนเศร้าใจ
  
น้ำอิงหญิงสาววัย 20 หมาดๆ

 ที่เพิ่งเลิกรากับคนรักได้ไม่นานด้วยเหตุผลที่ว่าเทอดีเกินไป
 
ก็เพราะด้วยความที่เทอมักจะเป็นคนมองโลกในแง่ดี

และชอบผู้ชายที่แตกต่างกับเทอโดนสิ้นเชิง
 
เลยทำให้เทอมักจะชอกช้ำใจเรื่อยมาเกี่ยวกับเรื่องความรัก
 
เนื่องจากเทอมักคิดว่านางเอกผู้แสนเรียบร้อยมักจะมาหลงรักหัวใจกาเสมอ
 
แต่มีผู้ชายอีกประเภทนึงที่เทอสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจาไม่มีวันไปข้องแวะด้วยเด็ดขาด

 นั่นก็คือ "พวกหนุ่มวิศวะนั่นเอง"

นั่นก็เป็นเพราะว่าจากประสบการณ์ของคนรอบข้างและตัวเธอเองมันทำให้เธอนั้นคิดว่า

พวกหนุ่มวิศวะนั้น นอกจากจะเถื่อน ปากร้าย แล้วนั้น

ยังมีอีกอย่างที่เธอรับไม่ได้เด็ดขาดก็คือ การไม่ให้เกียรติผู้หญิงนั่นเอง

         





แสงแดดยามเช้าสาดส่องมากระทบกับผ้าม่านสีชมพู ชวนแสบตา
 
ค่อยๆปลุกให้คนที่เพิ่งร้องไห้และหลับไปได้ไม่นานค่อยๆตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ

"อืม เช้าแล้วเหรอเนี่ย"
 
ก๊อก ก๊อก ก๊อก  
 
 "โอ๊ย ใครมาปลุกแต่เช้าเนี่ย" 

หลังจากปล่อยให้แขกผู้มาเยือนยืนรออยู่หน้าประตูเป็นนานสองนาน

น้ำอิงก้อค่อยๆลุกเดินไปเปิดประตูอย่างช้าๆ
 
"นี่แกมัวแต่ทำอะรัยอยู่ กว่าจามาเปิดประตูได้ ช้านยืนรอซะจนขาแข็งเลย" 

ผู้มาเยือนบ่นพึมพรำด้วยเสียงอันสูงปรี๊ด
 
ชวนให้น้ำอิงตื่นจากความงัวเงียได้ดีทีเดียว
 
"เปนรัยของแกวะ มหาลัยก็ไม่ยอมไป

แล้วเนี่ยอารัย คนรึศพวะ ไหงถึงได้โทรมขนาดนี้"
 
ฟ้าเพื่อนสนิทจอมเจ้ากี้เจ้าการของน้ำอิงอดที่จะบ่นไม่ได้เมื่อเหนสภาพเพื่อนในตอนนี้

         "ไหนแกลองเล่าให้ช้านฟังซิ ว่าเกิดอะไรขึ้น"

         "ก็พี่โก้น่ะซิ เค้าเพิ่งบอกเลิกช้านเมื่อตอนเย็นวันศุกร์น่ะ

พี่เค้าบอกว่าช้านดีเกินไป ไม่เหมาะกะเค้า เราคงไปกันไม่

ได้ ปล่อยไว้มีแต่จะเสียใจเปล่าเปล่า"

"ช้านเคยเตือนแกแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าไปยุ่งกะผู้ชายประเภทนี้
 
นี่มันกี่ครั้งเข้าไปแล้วที่มันขอเลิกกะแกด้วยเหตุผลแบบนี้"

"แหม เล่นพูดซะฟังดูดี ผู้ชายแบบนี้เลิกไปได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว"

ฟ้าพูดพลางแอบดีใจเล็กน้อยที่เพื่อนสาวของหล่อนดันเลิกกะเจ้าหมอนี่ได้สักที

ในที่สุดแรงภาวนาของหล่อนก็เป็นผลซะที 

 "แต่ก็ช่างเถอะ ว่าแต่แกจะมานั่งเสียใจทามมัยวะปล่อยๆ มันไป

ผู้ชายอย่างไอโก้ มันไม่มีอะไรคู่ควรกับแกอยู่แล้ว"

เอางี้มั้ย คืนนี้เราไปเที่ยวกัน อย่ามามัวนั่งจมปลักกะผู้ชายแบบนี้เลย
 
เดี๋ยวช้านจะแปลงโฉมแกเอง เอาให้สวยเด้งไปเลย

 เชื่อมือช้านได้ ฟ้าซะอย่าง ไม่พลาดอยู่แล้ว

หญิงสาวในชุดแซคคล้องคอสีดำ ดูเรียบหรูมีสไตล์

ปรากฎกายคู่กับเพื่อนสาวอีกคน
 
ซึ่งในขณะนี้ทั้งคู่ได้มายืนอยู่หน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง

"เห็นมั้ยแก ฝีมือช้าน แปลงโฉมแกซะสวยเด้งจนไม่เหลือคราบของคนอกหักเลยสักนิด555+++"
 
ฟ้าพูดพลางรีบดึงมือน้ำอิงเข้าไปในร้าน

"มันจะดีเหรอแก ช้านไม่เคยมาเที่ยวสถานที่แบบนี้นะเว้ย"

"เหอะนา ตามช้านมาเดี๋ยวช้านดูแลแกเองไม่ต้องห่วง"

ขณะนี้สองสาวยืนอยู่ตรงโต๊ะที่อยู่ห่างเวทีไม่มากนัก

วันนี้คนในร้านดูจะมากเป็นพิเศษเพราะตรงกับช่วงวันหยุดพอดี

นักร้องประจำผับกำลังบรรเลงเพลงจังหวะมันส์ๆกระแทกใจ

ทำให้ฟ้าอดที่จะโยกจังหวะตามไม่ได้ซึ่งก็แตกต่างกับน้ำอิงโดยสิ้นเชิง

ที่เอาแต่เหม่อลอย ดูไม่มีอารมณ์ร่วมกับบรรยากาศตอนนี้เอาซะเลย 


"แกดื่มรัยดีวะน้ำอิง "

"ช้านเอาน้ำส้มล่ะกัน"

"อารายวะ มาเที่ยวที่แบบนี้ทั้งทีกินน้ำส้มเนี่ยอ่านะ "

"ก้อช้านกินเหล้าไม่เปนนี่หว่า"

"งั้นเดี๋ยวช้านสั่งเหล้ามาให้ ปลดปล่อยมันไปสักคืน แกจาได้หายเศร้า"

"อ่าว กินดิ แกจะได้ลืมไอโก้ไปบ้าง

อย่างน้อยก้อคืนนี้คืนนึงแหละที่แกจะจำมันไม่ได้"

"อย่าพูดถึงชื่อนี้ได้มั้ย ช้านไม่อยากฟัง"

"เออๆๆ"

แก้วที่หนึ่ง ช้านดีเกินไป

แก้วที่สอง เราเข้ากันไม่ได้เลย

แก้วที่สาม อย่าฝืนคบกันเลย

แก้วที่สี่ เราเลิกกันเถอะ

สภาพของน้ำอิงตอนนี้ก้อคือนางเมรีดีดีนี่เอง

จากหญิงสาวที่เรียบร้อย มองโลกในแง่ดี

และมักคิดเสมอว่าความรักคือสิ่งสวยงาม

บัดนี้ความคิดเธอได้เปลี่ยนไปแล้วโดนสิ้นเชิง

จากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และความผิดหวัง

"ฟ้าเดี๋ยวช้านมานะ "

"ไปไหนวะ"

"รู้สึกคลื่นไส้อ่ะ จาไปอ๊วก"
 
"ให้ช้านไปเปนเพื่อนมั้ย"

"ไม่เปนรัย โอ๊ยไม่ไหวแล้ว"

น้ำอิงพูดพลางรีบวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ


โครม "โอ๊ย เจ็บ"

"เอ่อขอโทษครับ พอดีผมรีบน่ะครับ เลยไม่ทันมอง"

"ไม่เปนรัยค่ะ"

"มาครับเดี๋ยวผมช่วยพยุง คุณเปนรัยมากรึป่าว"

ชายหนุ่มกำลังพยุงร่างของหญิงสาวขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล

"ป่าว อวก อ๊วกๆๆๆๆ "

นำอิงพูดพลางกับอาเจียนออกมารดเสื้อของชายหนุ่มผู้แสนหวังดีอย่างเสียไม่ได้

"นี่คุณ ??? อื้มหือ เลอะหมดแล้ว

แล้วนี่ผมจาขึ้นไปร้องเพลงได้งัยอ่ะคุณเล่นอาเจียนรดผมซะไม่มีชิ้นดีเลย"

"เอ่อ ช้านขอโทษละกัน

ก้อคุณเล่นเดินมาชนช้านก่อนทามมัยล่ะ ช้านจะถึงห้องน้ำอยู่แล้วเชียว"

เออ เอากะคุณเธอซิ แก้ตัวไปได้น้ำขุ่นๆเลยเว้ย??? เก่งวะ  ชายหนุ่มคิดในใจ

"วันนี้ผมยกให้คุณละกัน ผมต้องรีบไปร้องเพลง
 
ไปก่อนนะคร้าบบบคุณคนสวยขี้เมา" เหอะๆๆ

"อีตาบ้า อย่าให้เจออีกนะ น่าดู หยาบคายที่สุด ทามมัยซวยงี้วะ" เฮ้อ........ 

หญิงสาวในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ
 
เสื้อตัวโคร่ง กับ กระโปรงจีบรอบยาวถึงตาตุ่ม
 
รวบผมแบบหางม้าใส่แว่นตาหนาเตอะ
 
ขณะนี้เจ้าหล่อนกำลังเดินช้าๆผ่านลานจอดรถของตึกวิศวะ

"งาย คุนคนสวยขี้เมา จำผมได้มั้ยคร้าบบบบบบบ"

"นี่นายอีกแล้วเหรอ"

น้ำอิงเดินไปเรื่อยๆ พลางคิดในใจว่า

นี่มันเวรกรรมอะไรของช้านกันเนี่ย ดันมาเรียนมหาลัยเดียวกะอีตานี่อีก เฮ้อ...........

ห๋า นี่มันตึกวิศวะนี่หว่า สรุปว่าอีตานี่เรียนวิศวะ  

กรรมแท้ๆ  ก็รู้ๆกันอยู่ว่ากิตติศัพท์ของหนุ่มวิศวะของที่นี่น่ะ
 
เหอะๆแสบอย่าบอกใครเชียวล่ะ

ไม่ค่อยมีใครอยากไปข้องแวะด้วยหรอก 

"นี่ๆคุณถามรัยหน่อยดิ ทำมัยกลางวันแต่งตัวเปนป้าเชียว

ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะกับคืนนั้นน่ะ หุหุ"

หญิงสาวพูดพลางเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยสายตาพิโรธสุดฤทธิ์

"นี่นาย ให้มันน้อยๆหน่อย

นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าช้านอ่ะ ไอคนบ้า ไม่ให้เกียรติผู้หญิง

แล้วนายล่ะ หน้าตาดีนักรึงัย
 
เซอก็เซอ แถมไว้หนวดเครารุงรังอีกต่างหาก ชิ"

"อารัยกันคุณ มีตาแต่หามีแววไม่

เห็นผมเซอๆอย่างนี้น่ะ มีรุ่นน้องมากรี๊ดตรึมนะจะบอกให้
 
ว่าแต่คุณเหอะ แค่ผมเห็นสภาพคุณคืนนั้นก็รู้ว่าอกหักชัวร์ๆ

เปนงัย มีใครมาดามอกให้ยัง ถ้าสนใจติดต่อผมก็ได้นะ

แต่คงต้องรอคิวนานหน่อย อิอิ ไปล่ะนะ มีเรียนต่อ"

"อ้อ เกือบลืม หวังว่าคงได้เจอกันอีกน้า คุณคนสวยขี้เมา"

หนอยแน่ะ อีตานี่

คิดจะประกาศศึกกะช้านงั้นซิ แล้วเราจาได้เห็นดีกัน เย็นไว้น้ำอิง

เฮ้ย "ไอบาส รอด้วยดิ รีบไปไหนวะ"

ชัยพูดพลางวิ่งหน้าตั้งมาหาบาสอย่างกระหืดกระหอบ

"เอ็งจากลับกะข้ามั้ยวะไอชัย ถ้าจากลับก๊รีบๆหน่อย ข้ามีธุระต้องทำ"

"เออ กลับๆ ว่าแต่วันนี้เอ็งรีบไปทำธุระที่ไหนวะ ปกติแกก็แค่ไปร้องเพลงที่ผับตอนสามทุ่มนี่หว่า"

 "ไม่รู้สักเรื่องได้มั้ย"

"เออแต่เอ็งมากะข้าก็ดีแล้ว ข้าตั้งใจว่าจะไปเลือกของขวัญวันเกิดให้ก้อยหน่อย

แต่ข้าเลือกไม่ถูกว่ะ"

"แล้วแกจะซื้ออารัยให้ก้อยล่ะ"

"แหวน"

"วุ้ยๆๆๆ เดี๋ยวนี้ชักจะเอาใหญ่แล้วเว้ยเพื่อนเรา

มีการซื้อแหวนให้แฟนด้วย นี่กะว่าเรียนจบแล้วจาแต่งเลยรึงัย"

"ก็ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีน่ะซิ ก็ข้ารักของข้านี่หว่า ทำงัยได้วะ"












"ไอชัย เฮ้ย เรียกนานแล้วน้าเว้ย มัวแต่มองรายอยู่วะ"

บาสพูดพลางเหลือบมามองเพื่อนของเขาซึ่งกำลังจ้องมองอะไรบางอย่างอยู่อย่างสนใจ

"นั่นมันก้อยนิ หลบเว้ย"

บาสพูดพลางดึงชัยให้นั่งลงตรงเคาร์เตอร์ 

"เดี๋ยวก้อยรู้ว่าเรามาซื้อของขวัญให้แล้วจะไม่เซอร์ไพร์เอา"

"แต่เอ๊ะนั่น ก้อยมากะใครวะ จับมือถือแขนกันด้วย"

บาสพูดด้วยสีหน้าสงสัยพลางรีบเดินออกไปหาแฟนสาวของเขา

"เฮ้ย ไอบาส เดี๋ยวก่อน ใจเย็นเว้ย"

ชัยรีบวิ่งตามบาสไปอย่างไม่คิดชีวิตเพราะเขารู้ดีว่าบาสเป็นคนอารมณ์ร้อนแค่ไหน








"เอ่อ บาส คือว่า"

ก้อย พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ปนตกใจ

ตอนนี้สีหน้าของหญิงสาวซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด

"นายเป็นใครอ่ะ มีสิทธ์อะไรมาจับมือถือแขนแฟนชั้น"

บาสโพร่งออกมา

"แล้วทำมัยวะ ก็ก้อยเป็นแฟนเรานิ

ส่วนนายน่ะกำลังจาเป็นอดีตไปแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก 

วันนี้ก้อยก็เป็นคนบอกเราเอง ว่าจะไปบอกเลิกนาย
 
แล้วก็มาคบกับเราจริงจังซะทีถ้านายไม่เชื่อ ก็ลองถามก้อยดูดิ"

โก้พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและมั่นใจ เพราะเห็นว่าตนถือไพ่เหนือกว่าอีกฝ่าย

"เอ่อ บาส

คือว่าที่ผ่านมาน่ะก้อยขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่บาสทำให้ก้อยนะ

แต่พอระยะหลังๆมานี้ บาสไม่ค่อยมีเวลาให้ก้อยเลย ก้อยเหงา

 บังเอิญพี่โก้เค้าเข้ามาในช่วงนี้พอดี

ก้อยขอโทษ ก้อยไม่รู้จะบอกบาสยังงัย

ก้อยไม่กล้า ก้อยรู้ว่าก้อยผิด บาสอย่าโกรธก้อยเลยนะ

อย่าโกรธนะบาส ยังงัยเราก็ยังเปนเพื่อนกันได้ใช่มั้ย"

ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากชายหนุ่มทั้งสิ้น
 
เขารีบก้าวยาวๆออกไปโดยไม่ได้สนใจใยดีกับสิ่งรอบตัวเลย




บาสนักร้องหนุ่มไฟแรงแห่งผับดังย่านนึงในกรุงเทพ
 
ปกติเค้าจะชอบร้องแต่เพลงร็อค จังหวะมันส์ๆกระแทกใจ

แต่คืนนี้ เพลงที่นักร้องหนุ่มเลือกร้องนั้นมีแต่เพลงเศร้า ซึ้งกินใจ
 
ทำเอาแขก และ พนักงานหลายๆคน งงไปตามๆกัน

"น้ำอิง แกดูไรนี่ซิ การบ้านน่ะเด๋วค่อยทำ ตอนนี้มีอะไรที่น่าสนใจกว่านี้เยอะ"

ฟ้าพูดพลางสะกิดน้ำอิงซึ่งตอนนี้กะลังง่วนอยู่กะการปั่นรายงานส่งอาจารย์

"อารัยของแกอ่ะยัยฟ้า คนยิ่งรีบๆอยู่ นั่นมัน.......โก้นิ"

น้ำอิงพูดพร้อมกับสีหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด

"เออใช่ไอโก้คนเลว เอ้ยไม่ใช่ คนดีของแกอ่ะ ดูมัน ขับรถมาส่งใครไม่รู้ว่ะ"

"ช้านว่านะ นี่แหละคือเหตุผลที่แท้จิง ที่มันมาบอกเลิกแก"

"เออ ช่างเค้าเถอะ ไหนๆก็จบกันไปแล้ว ช้านไม่อยากสนใจว่ะ"

"เออ ดีมาก ให้มันได้อย่างนี้ซิ ถึงจะเป็นน้ำอิงคนเดิม เยี่ยมๆ"

เฮ้อ ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น ก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดี ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

น้ำอิงคิดในใจ

ทันใดนั้นสายตาของน้ำอิงก็ดันเหลือบไปเห็นบาส

กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะ ซึ่งไม่ไกลจากโต๊ะที่เธอนั่งมากนัก

"เฮ้ย ยัยฟ้า นั่นงัยหนุ่มวิศวะตัวแสบที่ช้านเล่าให้แกฟังอ่ะ นั่งอยู่โต๊ะโน้นแน่ะ 

มีอะไรสนุกๆให้เล่นแล้ว"

น้ำอิงรีบก้าวยาวๆไปหาบาสที่โต๊ะ

"งาย นายตัวแสบ มากินข้าวคนเดียวรึงาย

ไหนบอกว่าป๊อปนักป๊อปหนา ไหงไม่พาแฟนมากินข้าวด้วยล่ะ พ่อคุณ

เอ๊ะ รึว่า ที่พูดวันนั้นน่ะ แค่จะคุยให้โก้ว่างั้นเหอะ ใช่มะ"

น้ำอิงพูดพลางเชิดหน้าสุดฤทธิ์

"เธอพูดจบรึยัง

ถ้าพูดจบขอความกรุณากลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม ชั้นอยากอยู่คนเดียว"

"เฮ้ย งง ว่ะ ทามมัยวันนี้มาแปลก แต่ก็ช่างเหอะ ไปดีกว่า"

"อารัยกันเนี่ยมหาลัยก็ออกจะกว้างซะ

ไหง ดันมาเจอกะตานี่อีกจนได้

เช้าก็เจอ นี่เย็นก็ยังดันมาเจออีก เนี่ยช้านทำบุญด้วยอารายวะยัยฟ้า "

น้ำอิงพูดพลางทำหน้าเซ็งสุดฤทธิ์

"อะอะ อย่านะยัยน้ำอิง โบราณเค้าบอกว่าเกลียดอารัยจาได้อย่างนั้นนะ อิอิ"

"แหวะ ไม่เอาด้วยหรอกตาคนนี้น่ะ

แต่เอ๊ะตานั่นยืนมองรายอยู่อ่ะ ไปแอบดูดีกว่า อิอิ"

น้าอิงพูดพลางวิ่งพรวดไปแอบอยู่หลังพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว

"เฮ้ย ยัยน้ำอิงรอด้วยดิ"

"ยัยฟ้า นั่นมันโก้นิ แล้วก้อผู้หญิงคนนั้น กะลังเดินมาหาหมอนั่น"

"บาส เป็นงัยบ้าง ไม่ค่อยได้เจอกันเลย

ก้อยเป็นห่วงบาสมากเลยรู้มั้ย โทรเข้ามือถือก็ไม่ติด

โทรไปที่บ้านเค้าก็บอกว่าบาสไม่อยู่  บาสโกรธก้อยเหรอ"

"ป่าวนิ ก้อยไม่ต้องห่วงเราหรอกนะ ไปอยู่กับคนที่ก้อยรักเถอะ
 
เราไม่เป็นไร เราดูแลตัวเองได้ ขอให้ก้อยโชคดีนะ
 
ฝากดูแลก้อยด้วยนะครับ อย่าทำให้ก้อยเสียใจ

ไม่อย่างนั้นจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่ได้นะ"

บาสพูดด้วยสีหน้าซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด

แต่ก็ฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้อดีตแฟนสาวของเขาไม่สบายใจ

"ไม่ต้องเป็นห่วงครับ แฟนผมทั้งคน ผมไม่ปล่อยให้เป็นอะรัยง่ายๆอยู่แล้ว"

โก้พูดพลางโอบเอวก้อยเอาไว้

"ที่แท้เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้นี่เอง บังเอิญได้อีก

 จาว่าไปแล้วก็น่าสงสารตาคนนี้เหมือนกัน แกว่ามะยัยฟ้า
 
อ่าว หายซะงั้นโธ่เอ้ย ยัยฟ้าแล้วช้านจากลับยังงัยล่ะคราวนี้"

เฮ้อ....อารายกันเนี่ยไฟที่คอบเวอร์เวย์ดันเสียอีก

ฮือๆ มืดก็มืด ใกล้ผ่านห้องดนตรีไทยแล้วด้วย

น่ากลัวชะมัดเลย น้ำอิงคิดในใจ

หลังจากคุยกับก้อยเสร็จ บาสก็ไปรอชัยที่ลานจอดรถ

"นี่มันจาทุ่มนึงแล้วนิ ทำมัยป่านนี้ไอชัยยังไม่มา"

ชายหนุ่มตัดสินใจขับรถ ตระเวนไปทั่วมหาลัยเพื่อหาเพื่อน

จนมาถึงหน้าห้องดนตรีไทย

" ฮัลโหล ไอบาส วันนี้เอ็งกลับก่อนได้เลยนะเว้ย"

"แล้วทำมัยเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้วะ"

"เออ โทดทีว่ะ พอดีวันนี้ข้ามีนัดติวหนังสือกะน้องนุ่นคนสวย

แบบกระทันหันน่ะ แค่นี้แหละ ค่อยเจอกันพรุ่งนี้"

"อารายของมันวะ"

บาสโพล่งออกมาอย่างหัวเสีย

เฮ้ย... เบรก เอี๊ยดดดดดดดด
 
ชนป่าววะเนี่ย

"เป็นอะรัยมากป่าวครับ"

"ปวดขาน่ะค่ะ เอ่อ ชั้นมองไม่เห็นค่ะ

ช่วยหาแว่นให้หน่อย"

"อ้อ นี่ครับ"

"นี่มัน ยัยคนสวยขี้เมานิ"

"นี่นาย"

"หยุดนะ! ผมรู้ว่าคุณจาพูดอะรัย ถ้าอยากให้ช่วยก็สงบปากสงบคำซะ"

จะว่าไปยัยนี่ตอนไม่ใส่แว่นก็น่ารักดีแฮะ

บาสคิดในใจ

"แต่ว่า"

"รึว่าคุณอยากนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวก็ตามใจละกัน

ยังงัยก็คิดดูดีดีนะ นี่มันหน้าห้องดนตรีไทยเชียวนะคุณ

ก็รู้ๆกันอยู่ว่ากิตติศัพท์ห้องดนตรีไทยของมอเราน่ะ

เป็นยังงัย บรื๋อออออออ พูดแล้วขนลุก!

ไปดีกว่า 555"

บาสพูดพลางรีบก้าวไปที่รถ ทำเอาน้ำอิงนั่งงเป็นไก่ตาแตก

"นี่นาย รอด้วยดิ"

"ก็แค่เนี๊ย"

เก๊กอยู่นั่นแหละ ฟอร์มจัดไม่เบายัยคนนี้


บาสยังคงขับรถไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกะลังพยายาม

เริ่มบทสนทนากับอีกฝ่ายแต่ทว่าเขาไม่รู้จะเริ่มยังงัยดี


"เอ่อ..."

"เอ่ออะรัย จาพูดรัยก็พูดมาซิ"

น้ำอิงพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ

"คุณ ชื่อรายอ่ะ"

"ชื่อ น้ำอิง ว่าแต่ว่านายถามชื่อชั้นก็ดีแล้วแหละ

จะได้ไม่ต้องมาเรียกชั้นผิดๆอีก"

"ออ ครับ คุณคนสวยขี้เมา

เอ้ยไม่ใช่ คุณ น้ำอิง"

"น้ำอิงเฉยๆก็ได้ ไม่ต้องมีคุณนำหน้า มันฟังดูแปลกๆ"

"คร้าบบบบ"

"เดี๋ยวทำแผลเสร็จ ไปหาอะรัยอร่อยๆกินกันมั้ย

ผมชักหิวแล้วล่ะ วันนี้ทั้งวันยังไม่มีข้าวตกถึงท้องสักเม็ดเลย"

ชายหนุ่มพูดพลางเอามือลูบท้องตัวเองไปด้วย เพราะอยากให้อีกฝ่ายเห็นใจ

"นี่มันมืดค่ำแล้วนะ ช้านจะไปกะนายได้งัย

ทำแผลเสร็จแล้วก็ควรจะรีบไปส่งชั้นสิ ถึงจาถูก"

น้ำอิงโพล่งออกมาอย่างเหลืออด

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ผมไม่ทำอะรัยคุณหรอก

แค่ไม่อยากกินข้าวคนเดียวก็แค่นั้น

แต่ถ้าคุณไม่อยากไปจริงๆก็ไม่เป็นรัย"

บาสพยายามพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสารสุดฤทธิ์

"จาว่าไป ตานี่