โครงสร้างการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น

ลบ แก้ไข

www.eduzones.com


หลายคนที่มีโครงการอยากไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นมักมีปัญหาคาใจว่าจะไปเรียนที่ไหนดีถ้าอยากจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก นักศึกษาวิจัย  และทางด้านวิชาชีพ จะต้องทำอย่างไร อย่างแรกเรามาทำความเข้าใจกับระบบการศึกษาของและการสอบวัดระดับในแต่ละส่วนของประเทศญี่ปุ่นกันก่อนดีกว่า
โครงสร้างการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น

ระดับประถมศึกษา หลักสูตรประถมศึกษา 1-6 ปี

ระดับมัธยมตอนต้น หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น 1-3 ป

ระดับมัธยมตอนปลาย หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย 1-3 ปี

วิทยาลัยอาชีวศึกษา (หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย) ระยะเวลา 3 ปี , วิทยาลัยเทคนิค ระยะเวลา 3-5 ปี

ระดับอุดมศึกษา * มหาวิทยาลัย ปริญญาตรี 4 ปี * วิทยาลัยอาชีวศึกษา (หลักสูตรวิชาชีพชั้นสูง)ระยะเวลา 2 ปี

* วิทยาลัย หลักสูตรระยะสั้น ระยะเวลา 2 ปี * มหาวิทยาลัย ปริญญาตรี (ปี 3-4)

ระดับบัณฑิตวิทยาลัย * ปริญญาโท 2 ปี * ปริญญาเอก (ไม่เกิน 5 ปี)


* คือ สถาบันการศึกษาระดับสูงที่รับนักเรียนชาวต่างชาติเข้าศึกษาการเข้าศึกษาในระดับสูงสำหรับนักเรียนชาวต่างชาติต้องนั้น จะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำในระดับมัธยมปลาย รูปแบบการศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นแบ่งออกได้ 3 แบบ

  • การศึกษาต่อเฉพาะภาษา  จุดมุ่งหมายเพียงเพื่อเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวเท่านั้น(เพื่อฝึกฝนทักษะทางด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน)  ซึ่งใช้ระยะเวลา 6 เดือนถึง 2 ปี  สามารถเข้าศึกษาได้ตามสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นของเอกชน หรือหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นพิเศษในมหาวิทยาลัยของเอกชน
  • เพื่อเรียนต่อระดับปริญญา หรือทำวิจัยระยะยาว ซึ่งใช้ระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป สถาบันที่เปิดสอนได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยหลักสูตรระยะสั้น
  • ศึกษาต่อในระยะสั้น จุดมุ่งหมายคือศึกษาโดยไม่ต้องการปริญญา จะอยู่ในลักษณะนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยน นักศึกษาวิจัยระยะสั้น ที่ไม่ต้องการหน่วยกิต หรือนักศึกษาที่ไปเรียนภาษาในหลักสูตรระยะสั้น  1 – 3 เดือน

 มหาวิทยาลัย

โดยปกติมหาวิทยาลัยจะเปิดรับนักศึกษาในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี  คุณสมบัติต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากมัธยมตอนปลายในประเทศของตน และคุณสมบัติอื่นๆ ตามแต่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้
สิ่งที่ต้องใช้สำหรับการสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศญี่ปุ่นจำเป็นต้องสอบข้อสอบที่เป็นที่รู้จักกันในนาม EJU (Examination for Japanese University Admission for International Students) เป็นการสอบเพื่อวัดระดับความรู้ในด้านต่างๆ  ซึ่งมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะถือผลสอบ EJU เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกควบคู่กับการพิจารณาเอกสาร  และยังมีการสอบสัมภาษณ์  การเขียนเรียงความ การสอบเฉพาะวิชา หรือความถนัดอื่นๆ (แต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดระดับคะแนน EJU แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยนั้นๆ)  ฉะนั้นควรศึกษาระเบียบการรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยและคณะที่ต้องการเข้าศึกษาให้ดีเสียก่อน สำหรับนักศึกษาที่มีฐานพื้นวิชาความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่ยังไม่แน่นนัก ควรเข้าศึกษาเตรียมความพร้อมทางด้านภาษาในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนอย่างน้อย 1 ปี  เป็นการปูพื้นและเสริมทักษะทางด้านภาษา เพื่อที่จะสามารถเข้าสอบและเรียนร่วมกับนักศึกษาญี่ปุ่นได้ ซึ่งหากถ้าพื้นภาษาไม่ดี คงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าไปร่วมเรียนกับคนญี่ปุ่นได้
สิ่งที่ควรค้นหา ศึกษาก่อนเลือกคณะและสถาบัน

  • ข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย สถานที่ตั้ง จำนวนนักศึกษาชาวต่างชาติที่เปิดรับในแต่ละปี หลักสูตร และคณะที่เปิดสอน
  • ควรเลือกให้สอดคล้องกับอาชีพการงานที่จะทำในอนาคต
  • หลักในการพิจารณา การคัดเลือกและคุณสมบัติของผู้เข้าสมัครในสาขาวิชานั้นๆ ที่ทางสถาบันได้กำหนดไว้  เพื่อดูความเหมาะสมระหว่างตัวเรากับข้อกำหนดของสถาบัน
  • งบประมาณ ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆ  ตลอดระยะเวลาการศึกษาว่าครอบคลุมอยู่ในงบที่เราได้กำหนดไว้หรือไม่

ระดับบัณฑิตวิทยาลัย

ระดับปริญญาโท
จะใช้ระยะเวลาในการเรียน  2 ปี  โดยจะต้องสอบผ่านตามจำนวนหน่วยกิตที่กำหนด    และสอบวิทยานิพนธ์ด้วย

ระดับปริญญาเอก
จะใช้ระยะเวลาในการเรียนไม่เกิน 5 ปี (รวมระยะเวลาในการเรียนปริญญาโท 2 ปี)  ยกเว้นผู้ที่ศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งจะต้องใช้เวลา 6 ปี  และนักศึกษาจะต้องสอบผ่านตามจำนวนหน่วยกิตที่กำหนดไว้ (รวมทั้งหน่วยกิตในระดับปริญญาโทด้วย) 

นักศึกษาวิจัย
คือนักศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากทางมหาวิทยาลัยให้ทำวิจัยเป็นระยะเวลาสั้นๆ  โดยที่จะไม่ได้รับปริญญา และหน่วยกิตจากการเข้าเรียนหรือการทำวิจัย (ซึ่งเป็นระบบเฉพาะของญี่ปุ่นเท่านั้น) ใช้ระยะเวลาในการทำวิจัยประมาณ 6 เดือน หรือ 1 ปี การศึกษา โดยที่นักศึกษาวิจัยนั้นจะต้องเป็นผู้ที่จบในระดับปริญญาตรีขึ้นไป 

การเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตวิทยาลัย


1. นักศึกษาภาคปกติ
นักศึกษาจำเป็นต้องผ่านการสอบที่ญี่ปุ่นเสียก่อน และวิธีการการคัดเลือกนักศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตวิทยาลัยของภาคปกตินั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.1 การสอบเข้า
 นอกเหนือจากการตรวจสอบเอกสารในการสมัครแล้ว นักศึกษายังต้องสอบข้อเขียนตามสาขาวิชาเอก   การสอบภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษ  และยังจะต้องสอบสัมภาษณ์เกี่ยวกับหัวข้อวิจัยหรือสาขาที่จะเข้าศึกษาต่อด้วย บางแห่งต้องใช้ผลการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นประกอบด้วย

1.2 การติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษา
วิธีนี้เป็นวิธีที่นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ใช้กัน ซึ่งในการติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษานั้น นักศึกษาควรส่งผลงานหรือวิทยานิพนธ์ที่ทำในสมัยที่เรียนปริญญาตรี(ถ้ามี) หรือส่งแผนการทำวิจัยที่จะทำในระดับปริญญาโท รวมทั้งควรชี้แจงเหตุผลที่เลือกอาจารย์เป็นที่ปรึกษา  นอกจากนั้นนักศึกษาควรที่จะศึกษาผลงานวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษาโดยละเอียด หากเป็นไปได้ควรแนบใบรับรองของอาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาตรีไปด้วย สำหรับการติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษานั้นต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูง  เพราะอาจารย์มักจะไม่ตอบกลับในครั้งแรกๆ นักศึกษาจะต้องเพียรพยามยามติดต่ออาจารย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและความกระตือรือร้น

2. นักศึกษาวิจัย 
มหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากเอกสารและการสัมภาษณ์เป็นหลัก  โดยนักศึกษาจะต้องนำหัวข้อ
วิจัย หรือผลงานที่ทำในระดับปริญญาตรีเสนอกับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อประกอบการพิจารณา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาของผู้สมัครด้วย  

การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์ที่ปรึกษาในระดับบัณฑิตวิทยาลัย

  • ค้นหารายชื่ออาจารย์และสังกัดจากหนังสือแนะนำมหาวิทยาลัย หนังสือแนะนำอาจารย์ของมหาวิทยาลัย
  • ค้นหาจากข้อมูลของสาขาวิชาที่จะศึกษาต่อจาก โฮมเพจของมหาวิทยาลัย หรือ ส่งอีเมลล์ โทรสาร หรือ จดหมายเพื่อขอรายละเอียดไปที่มหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าศึกษาต่อโดยตรง
  • ค้นหาจากข้อมูล “สถาบันข้อมูลแห่งประเทศญี่ปุ่น(NII)” ที่

    http://www.nii.ac.jp/indexj.html
      

ที่มา : http://www.studyplus.co.th
 

 



loading...


โดย roro ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 22 ม.ค. 51 15:51 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 28,279 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 28,279 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย ยูนิต้า จันทรักษ์
IP : 118.173.129.***

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง