ความเป็นจริงใน..มน.

ลบ แก้ไข

เผื่อมีใครอยากมาเป็นลูกพระนเรศด้วยกัน


 มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก มีชื่อเล่น ว่า มน.(NU) (มอ-นอ)

เป็นมหาวิยาลัยที่ร้อนและแดดแรงมากๆ ที่สุดในสยามประเทศ (ร้อนไปได้ไงซัมเมอร์ 43 องศา และแดดแรงขนาดมีศูนย์พลังงานแสงอาทิตย์)

เราเรียกนักศึกษาที่นี่ ว่า "นิสิต"

สิ่งที่นิสิตเคารพบูชาที่สุดคือพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในท่าประทับ นั่ง พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคารหลั่งทักษิโณทก เราเรียกที่นี่ ว่า "ลานสมเด็จ"

ลานสมเด็จนี่เองจะมีช่วงคึกคักมากๆที่สุดในรอบปี คือ สอบมิดเทอม และช่วงสอบไฟนอลเท่านั้น

สิ่งที่นิสิตมักบน สมเด็จเสมอคือ

วิ่งรอบลานสมเด็จ(เมื่อก่อนเล็กกว่านี้ ปัจจุบันขยายกว้างขึ้น)

ถูลานสมเด็จ (อันนี้สมเด็จท่านอนุโลมให้เอาเพื่อนมาช่วยถูได้)

ดอกไม้สีสันสวยงามต่างๆ

ตุ๊กตาไม้ที่เป็นช้าง ม้า และไก่ชน (เท่านั้น)

ผลไม้ที่นำมาไหว้สมเด็จ ห้ามใช้ผลไม้สีแดง เช่น เงาะ

ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกเสลา ซึ่งเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์มากๆ บางคนเรียนมา สี่ปียังไม่เคยเห็นดอกเสลาซะที

สีประจำมหาวิทยาลัย คือ เทา-แสด สีเทาเป็นสีของสมอง สื่อถึงความรู้ สีแสดหรือส้มมาจากสีแดงและสีเหลือง สีแดงหมายถึงความกล้าหาญ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สีเหลืองสื่ื่อถึงพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก

แต่นิสิตจำนวนไม่น้อยให้ความหมายของสีเทาว่า เป็นสีของยุง ซึ่งมีชุกชุมทั้งมอ(ก็เล่นขุดสระกันรอบมอ) ส่วนสีแสดหมายถึงแสงแดดอันแสนจะร้อนแรงตลอดกาล

หน้ามหาวิทยาลัย ยังทำนา และเลี้ยงเป็ดอยู่ ถนนหน้ามหาวิทยาลัยถือว่าเป็นถนนสายเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้(บางทีชาวบ้านก็ เอาข้าวเปลือกมาตากซะงั้น)

ช่วงใกล้รับปริญญาคนสวนของมหาลัยจะมีอิทธิปาฏิหาริย์สามารถเนรมิตพื้นที่และดอกไม้ให้สวยได้ภายใน3-4วัน

และช่วงรับปริญญานี่เองเป็นช่วงที่น้องหมาสุดรักประจำคณะต้องเก็บตัว

คณะเราต้องเรียกพี่ยามเท่านั้น ห้ามเรียกลุงยาม แกบอกแก่ไป พี่ก็พอ

พาหนะที่ใช้มากที่สุด คือ รถ มอเตอร์ไซต์ และรถวิ่งรอบมอ เมื่อก่อนเราเรียกว่ารถส้ม ปัจจุบันมันเป็นรถไฟฟ้าไปซะแล้ว

ใครขับรถรอบม.ตอนเที่ยงๆถึงบ่าย สาม สิ่งที่คุณได้รับอย่างไม่น่าเชื่อ คือ สีผิวเปลี่ยนได้ทันตาเห็น และคุณจะกลายเป็นลูกครึ่งผมแดง ทั้งที่พ่อแม่คุณเป็นคนไทยปนลาว

ตอนที่ยังไม่เป็นหวยบนดิน นิสิตสามารถแอบซื้อหวยได้กับป้าแม่บ้าน

สะพานลอยหน้ามหาลัยมีไว้ให้มอเตอร์ไซต์หลบฝน และนิสิตไว้หลบแดดตอนรอรถเท่านั้นไม่ได้มีไว้ใช้ข้าม

มนุษย์เพศชายในคณะมนุษย์ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่น่าสงสัยว่าเป็นมนุย์กึ่งชาย

มน.มีการแข่งขันประกวดดนตรี เราเรียกมันว่าNU VOICE

มน. มีระบบ SOTUS เด็กปีหนึ่งต้องผ่านการว้าก และการเข้าห้องเชียร์มาอย่างโชกโชน ซึ่งทางอาจารย์ก็พยายามหาทางควบคุมให้อยู่ใน limit ที่พอควรมาตลอด แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนกระทั่งเกิดเรื่องนศ.ม.เกษตร ฆ่าตัวตาย เนื่องจากทนไม่ได้กับการรับน้อง

น้องปีหนึ่งจะต้องแต่งตัวถูกระเบียบ น้องผู้หญิงใส่เสื้อนิสิตที่เชยที่สุด คือเสื้อไม่มีสาบ ติดกระดุมคอ กระโปรงคลุมทรงเอคลุมเข่าสีดำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ห้ามมีลวดลาย น้องผู้ชายใส่เชิตขาวแขนยาว ผูกไทด์สีเทา กางเกงสแล็ค รองเท้าหนัง

กระดุมคอและเนคไทด์ของน้องปีหนึ่ง จะได้รับการปลดให้โดยพี่รหัส เมื่อปิดห้องเชียร์เรียบร้อยแล้ว

ชุดพิธีการของมน.หมายถึง ชุดที่ใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ ซึ่ง คือการแต่งกายถูกระเบียบ แต่เปลี่ยนจากกระโปรงและกางเกงสีดำ เป็นกระโปรงและกางเกงสีเทาแทน

ช่วงเทอมหนึ่ง น้องปีหนึ่งทุกคนจะได้รับการบอกกล่าวให้ไหว้รุ่นพี่และอาจารย์ที่เดินผ่าน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อรุ่นพี่หรืออาจารย์เดินผ่านหรือขับรถ ผ่านจะมีน้องๆซึ่งแต่งตัวถูกระเบียบไหว้และร้องทักว่า "พี่คะ/ครับ สวัสดีค่ะ/ครับ"

ช่วงก่อนเปิดเทอม 1 จะมีการจัดค่ายให้น้องๆ ปี 1 มาอยู่รวมกันทำความรู้จักกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เรียกว่า "begining Camp" โดยน้องปีหนึ่งจะได้รับการบายศรีสู่ขวัญ และผูกข้อมือ

ครุยมน. เป็นครุยผ้าโปร่งสีขาว มีแถบสีเทา-แสด อันเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย มองเผินๆคล้ายกับชุดพระยาแรกนาขวัญ (อันนี้เพื่อนชอบแซว) ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพฯ ในช่วงธ.ค.- ม.ค.

ช่วงรับปริญญาที่มน. เป็นช่วงที่คึกคัก และทำให้การจราจรติดขัดที่สุด

ชื่อเดิมของ มน.คือ "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขต พิษณุโลก"

ที่นั่งเล่น ออกกำลังกายในมอนอ มี 2 แห่งคือที่โอเอซิส หรือที่เรียกอีกชื่อว่า เทเลทับบี้ ใครนึกไม่ออกจินตนาการถึงสนามหญ้าที่พวกเทเลทับบี้ชอบออกมาเต้น กับอีกแห่ง คือ อ่างเก็บน้ำ ที่นี่มักมีคนไปให้อาหารปลาด้วย

มีผับที่แทบจะติดรั้วของมหาลัย ประมาณห้าเมตรได้ (toxic)

เด๋วนี้ซอยตรงข้ามทางออกข้างมอ เป็นซอยโลกีย์ เข้าไปเหอะ ผับให้เลือกเพียบ (ปัจจุบันเขาเรียกกันว่าซอยเอกมัย เพราะกลางซอยจะมีร้านเหล้าชื่อเอกมัย)

ร้านนั่งเล่นที่ซอยเอกมัยไม่ตรวจบัตรตอนมีงานบายเนียร์ เคยมีนิสิตบัญชีเอาน้องอายุ 14 เข้ามาแล้ว

มีโลโก้ประจำม.ก็คือ ยุงที่มีมือซ้ายกางร่ม มือขวาครีมกันแดด (ยุงเยอะมากกกกกกก แดดแรงมั่ก )

รถไฟฟ้าที่วิ่งรอบมหาวิทยาลัยจะเรียกสั้นๆว่า " โดเรม่อน" หรือ "เตาอบเคลื่อนที่ " หรือ "รถไฟช้า"

ลานสมเด็จจะคึกคักช่วงก่อนสอบ และจะมีควันธูปตลบอบอวนอยู่ตลอดเวลา

เด็กปี 1 ผู้ ญ จะต้องโดน "รองเท้าคัทชูกัด" แทบจะทุกคน

ดังนั้น ช่วงรับน้อง สิ่งนิสิตหญิงที่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ ที่กันรองเท้ากัด และพลาสเตอร์ผ้าหนาๆ (ไม่งั้นส้นเท้าจะเปิดเปิงตอนถูกสั่งให้วิ่ง)

ทุกคนจะต้องได้ไปเรียนที่ตึก MD และ QS

ที่นี่จะขับรถเหมือนเวียดนาม ก็คือ ไม่มีไฟเขียวไฟแดง นึกจะเลี้ยงก็เลี้ยว นึกจะปาดก็ปาด ไฟเลี้ยวไม่เปิด

ที่นี่จะมีอยู่ 2 ฤดู ก็คือ ร้อน กับ ร้อนอิ๊บอ๋าย.. - -*

ต้นไม้ที่ ม.น. จะถูกตัดเฉลี่ยทุกๆ 3 เดือน

วิศวะชอบไปกินข้าวที่โภชนาคาร เวลาไปกินที่โภนิ จะเจอพวกนี้เยอะมากกก..

บางคนคิดว่าที่เรียกโรงอาหารว่าโภ มาจาก ต้นโพธิ์ รอบๆอาคาร แต่ความจริงอาคารมันมีชื่อว่า "โภชนาคาร"

ทางหลังม. ตรงทางแยก ถนนตรงนั้นจะไม่สามารถซ่อมได้ และ สามารถเลี้ยงปลาได้

ประตูทางออกตรงคลองหนองเหล็ก ส่วนใหญ่เค้าจะเรียกว่า " ป่าดงดิบ "

เทเลทับบี้มีไว้ให้ลูกหมาวิ่งเล่น

ที่ฟิตเนสจะมีพวก กึ่งๆชายกึ่งหญิง ตัวล่ำขาวๆ มักจะเล่นอยู่ประจำ

อ่างเก็บน้ำมีไววิ่งออกกำลังกาย และ ให้อาหารปลา และเคยเป็นที่อยู่ ของตัวเงิน ตัวทองอีกด้วย

รถไฟฟ้า เปิดประทุน ช่วงเย็น ถ้าคุณจะนั่ง คุณต้องไปขึ้นที่ตรงเก็บรถ

อ.ผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดของมหาวิทยาลัย อยู่ที่คณะเภสัช หน้าตาดี เป็นจำนวนมาก ด้วย จนไม่น่าเชื่อว่า เป็นศูนย์รวม อ.หน้าตาดีอะไรได้ขนาดนี้ แต่ 80 เปอร์เซนต์ของอาจารย์ที่ว่าเป็น...

คณะที่รวมนิสิตหน้าตาดีเยอะไว้ที่สุดคือ คณะเภสัช ไม่รู้ทำไม คณะนี้เค้าคัดหน้าตาเข้าหรือไง พิสูจน์มาแล้ว จากเด็กวิศวะ ไม่เชื่อลองไปเดินในคณะเค้าดู

มีลานเทเลทับบี้ อยู่ใกล้หอสมุด หมดเวลาสนุกแล้วสิ...

นาฬิกาที่ ลานเทเลทับบี้ เคยเดิน อยู่ครึ่ง ชั่วโมง เป็นบุญตาแก่ผู้มีบุญพบเห็นเป็นอันมาก

ตรงลานเทเลทับบี้ เด็ก มน.หลายคนอาจไม่ทราบ มีการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดของทั้ง76จังหวัด ปลูกเรียงกัน เป็นแผนที่ประเทศไทย

บริเวณตลาดหลังมอ เรียกอีกอย่างว่า ตลาดปอยเปต เพราะสภาพไม่ต่างอะไรกับตลาดชายแดน

แยกวัดใจ ตรงหน้าคณะมนุษย์

ลานสมเด็จ โหดร้ายมากๆ ถ้ารุ่นพี่ให้ไปยืนร้องเพลงคณะตอนเที่ยงตรง

เด็กรุ่นรหัส43 เป็นรุ่นสุดท้าย ที่เกรดไม่มีประจุ (บีบวก ซีบวก ดีบวก)

รหัส 43 นอกจากเป็นรุ่นสุดท้ายที่เกรดไม่มีประจุ ยังเป็นรุ่นสุดท้ายที่เวลาตกจะได้ "E" แทน "F" ในรุ่นต่อๆ มา

รุ่นรหัส43 ยังเป็นรุ่นสุดท้ายด้วย ที่รู้จักการต่อคิวลงทะเบียน หลังจากนั้น ลงผ่านเนทหมด

รพ.มหาลัย ก่อนเปิดเป็นรพ.ในปัจจุบัน เริ่มแรก เปิดเป็นหอหญิงด้วย

รพ.นอกจากนี้ เมื่อก่อนยังถูกเรียกติดปากกันว่า ศูนย์วิจัย (รหัส 46-47 ขึ้นไปจะทราบกันดี)

คณะเภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร เป็นคณะเภสัชแห่งแรกในประเทศไทย ที่เปิดหลักสูตร6ปี

คณะเภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร เป็นคณะเภสัชศาสตร์ที่มีพื้นที่กว้างที่สุดในเอเชียอาคเนย์ และมีแบบแปลนแทบจะเหมือนกับคณะมนุษยศาสตร์

ตึกแรกๆของมหาวิทยาลัย คือตึกของคณะศึกษาศาสตร์

สภานิสิตมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสภาแห่งแรกที่จดโดเมนเนมเป็นของตัวเองในชื่อ sapanisit.com

เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียว ที่คณะเภสัชศาสตร์เป็นคณะบุกเบิกในการถ่ายภาพ และที่่คณะเภสัชฯ แห่งนี้ มีห้องมืดล่างอัดภาพขาวดำเป็นของตัวเอง

ในอดีต ไม่มีหอพักชายภายในตัวมหาวิทยาลัย มีแต่หอพักหญิง

พระรูปสมเด็จพระนเรศวร ทรงคนโฑด้วยพระหัตถ์คนละข้างกับพระรูปที่อยู่ที่ในตัวเมือง

เป็นมหาวิทยาลัยที่มีตราสัญญลักษณ์สองแบบ คือองค์สมเด็จไว้สำหรับติดในที่สูง และช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพไว้ติดในที่ต่ำ (เช่นหัวเข็มขัด)

ร้านข้าวใต้ตึก EN อาหารที่ฮิต คือ ข้าวไข่เจียว

ร้านถ่ายเอกสาร ตาตู้ มี ชีท ของ ทุึกคณะทุกวิชา ที่เรียนที่ตึก EN

อาจารย์ วิดวะ สามารถแจ้งข่าวการสอน ได้ที่ร้านตาตู้

เมื่อก่อน รุ่นพี่วิดวะพาน้องไปลองของที่ วัดจูงนาง

สมัยก่อนลานสมเด็จ ยังไม่กว้าง แก้บนด้วยวิ่งรอบมอ

คนที่แก้บนด้วยการถูลานสมเด็จคนแรก เป็นเด็กคณะวิดวะ

ช่วงก่อนสอบและหลังสอบ ผ้าถูพื้นลานสมเด็จไม่เคยแห้ง

เด็กวิดวะ ถ้าไม่เข้าครอบครูประจำปี จะเรียนไม่จบ

คณะวิดวะใช่จะมีชายแท้ หญิงแท้มาเรียน เคยมีกระเทย มาเรียน แล้วเรียนไม่ไหวลาออกไปแปลงเพศ

ประตูหน้ามอ ใกล้ๆ กับศูนย์วิจัยจะเปิดตอนรับปริญญา

ก่อนที่จะมีลูกระนาด เคยมี เด็กวิดวะเคยแข่ง มอไซค์รอบมอด้วยความเร็วกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มีบางคนเรียนจบแล้วยังไม่รู้ว่า มีประตูออกจากมออีก ตรงคณะวิทยาศาสตร์ (เข้าได้ตรงซอยคลองหนองเหล็ก ซึ่งเปลี่ยวมาก)

ตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับตึกมิ่งขวัญแล้ว เพราะกองบริการการศึกษาย้ายไปอยู่ที่ตึก QS

มีต้นไม้อยู่รอบ ม เเต่พอมันโตก็จะตัด เพราะคนสั่งตัดอยู่เเต่ในรถติดเเอร์ (มันร้อนนะลองมาขี่รถไหม?)

เข็มขัดของนิสิต มีก้านกล้วย บ่ใช่พระนเรศวร

เคยมีรถไฟฟ้าล้อหลุดที่ข้างตึกคณิตศาสตร์(เห็นกับตา) << จขกท เจอมากับตัว

คณะแพทย์เพิ่งเปิด รพ.ม. เป็นของตัวเองเมื่อก่อตั้งคณะครบ 10 ปี

ช่วงหน้าฝนตอนดึกๆมักมีเต่าน้อยมาเดินบนถนนบริเวณสระน้ำข้างตึกวิทยาศาสตร์และคณะแพทย์ ใครโชคดีเคยเจอบ้าง

หอพักใหม่สร้างเสร็จหลังจากที่มีนิสิตมาพักได้แล้วเกือบ 1 เทอม

เมื่อก่อนลานจอดรถไม่ได้ใช้ เลยใช้เป็นตลาดนัดแทน << ปัจจุบันย้ายตลาดไปซอยโลกีย์

ปัจจุบัน ม บังคับให้นิสิตที่พักหอใหม่นำรถไปจอดที่โรงรถ

ตอนนี้ศาลากลางน้ำตรงข้าม รพ.มน.ได้สร้างเสร็จแล้ว

ปัจจุบันนี้มีโรงเรียนสาธิตมหาวิยาลัยนเรศวรเปิดที่ ม.ในแล้ว

นิสิตคณะพยาบาลได้เรียนที่มหาลัยตลอด 4 ปีแล้ว ไม่ต้องไปเรียนที่วิทยาลัยพยาบาลอีกแล้ว

หนุ่มขาวหน้าตี๋ในมหาลัยมักถูกสาวๆมองว่าเป็นเกย์

ที่ตึก QS มีโรงละครที่หรูหรา แต่ไม่ค่อยเปิดให้นิสิตเข้าไปใช้บริการบ่อยนัก

ตรงทางเดินที่อยู่ระหว่างตึก QS กับตึกศึกษา มีซุ้มอยู่ชุดนึงเรียงกันเป็นแถวๆ มันถูกเรียกขานจากบางคนว่า "ซุ้มบุหรี่" อันเนื่องมาจากลักษณะของเสาที่ซุ้มนั้น

บางคนเรีกว่าทางเดิน season change และยังเรียกศาลาแถวนั้นว่า ศาลา season change อีกด้วย

สระน้ำหน้าโรงพยาบาลถูกเรียกว่าอ่างพระ ใครอย่าเผลอเอาปลาไปปล่อยหละ เพราะเป็นการทำบาปอย่างแรง และไม่ต้องนำอาหารไปให้ปลาด้วยเพราะม่มีปลามากินหรอก ยิ่งฝนตกกลิ่นนี่.....ใช้ได้ ^^

หอพักนิสิตหลังใหม่ชั้น 4 ของทุกตึกเวลาหน้าฝน ถ้าฝนตกแรงฝ้าจะเลื่อน น้ำจะรั่ว ไฟฟ้าจะถูกตัด (เพราะผู้จัดการกลัวไฟช็อตนิสิต) นิสิตชั้น 4 จึงต้องไปหาที่นอนใหม่ (เซง)

นิสิตหอพักหลังใหม่จะต้องแสดงบัตรเข้าหอทุกครั้ง (ขี้เกียจควักมากๆ)

ประมาณปรายเทอม 1 จะมีงานประจำคณะและเอก นั่นคืองานบายเนียร์ เปนงานอำลารุ่นพี่ปี 4 จึงเปนที่ประชุมและพบปะญาติมิตร (ญาติมิตร คือ สายรหัส ทั้ง พี่, ป้า/ลุง ,ย่า/ปู่)

"begining Camp" ในคืนสุดท้ายรุ่นพี่จะให้น้องๆ หลับตา แล้วรุ่นพี่จะดับไฟแล้วจุดเทียนยืนอยู่รอบๆ น้องๆ แล้วรองเพลงเทียนและอีกหลายเพลง (ตอนฟังเพลงนี้ครั้งแรกน้ำตาไหลทีเดียวเป็นเพลงที่เพาะมากและกินใจทีเดียว) หลังจากนั้นรุ่นพี่จะผูกข้อมือและอวยพรให้น้องๆ

ร้านข้าวขาหมู ชุมชนหน้ามหาวิทยาลัย ใช้พนักงานแทบไม่ซ้ำหน้ากันเลยในรอบสัปดาห์

เครือข่ายอินเตอร์เนตและเซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยมีเสถียรภาพสูงมากๆ ไม่เคยมีปัญหาใดๆในการใช้งานตลอดทั้งปี ยกเว้นเวลาเที่ยงคืนของวันที่เปิดลงทะเบียนเรียนทางอินเตอร์เนตวันแรกเท่า นั้น ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าทุกปี **เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ลงทะเบียนเป็นของกองบริการการศึกษา ไม่ใช่เครื่อข่ายของมหาวิทยาลัยนะครับ

ถนนข้างคลองชนจะเต็มไปด้วยหลุมและบ่อ ขี่รถตอนกลางคืนไปทางนั้นอันตรายกว่าโดนปล้นอีก

เสื้อคลุมที่สาวๆมอนอนิยมที่สุดคือเสื้อคลุมคณะวิดวะ

หากเห็นสาวคนไหนใส่เสื้อคลุมวิดวะให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีแฟนแล้ว

ทุก5โมงเย็นสี่แยกวัดใจหน้าตึกวิทยาการจะรถติดมากมาย จนปัจจุบันต้องมีตำรวจจราจรคอยโบกให้ บางครั้งรถติดตั้งแต่แยกนี้ยาวไปถึงเกือบๆตึกเกษตรเลยทีเดียว(ประมาณ 150เมตร)

หากคุณขี่รถผ่านหอในใหม่ตอนเย็นๆ คุณจะรู้สึกเหมือนว่าคุณผ่านมาฟิวเจอร์พาร์ค(เด็กปีหนึ่งน่าตากิ๊งๆเพียบเลย)

CITCOMS คือ ศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตของมอ อยู่ชั้น5 ชั้น6 เน็ตแรงมาก นิสิตส่วนมากมาใช้บริการเพื่อ โหลดเกม,หนัง เล่นHi5 DotA ฯลฯ

ช่วงใกล้สอบ หอสมุดจะเปิดตลอด24ชั่วโมง ให้นิสิต ติวกันอย่างเมามัน

รถไฟฟ้าสามารถจุคนได้มากกว่า20คน เกาะประตูข้างได้3คน นั่งหน้าได้2คน

ทุกคณะไม่ว่าจะสูงแค่ไหน จะไม่มีลิฟท์ ต้องเดินบันได ยกเว้นคณะแพทย์ พยาบาล และวิทยา QS ก็มีแต่สำหรับอาจารย์เท่านั้น

คณะสาธารณสุข เป็นคณะที่น่าสงสาร เพราะต้องเรียนในหลีบๆป้ายคณะไม่มีใครมองเห็น

จากการสำรวจ เป็นมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่ที่สุดรองจาก ม.แม่ฟ้าหลวง แต่ร้อนที่สุดอันดับหนึ่งของสยามประเทศ

นอกจากยุงชุมแล้ว ยุงมอนอยังสามารถกัดทุลุกางเกงยีนได้ นิสิตวศวะทุกคนที่เข้าห้องเสียยืนยันได้

นอกจากสวนเทเล และอ่างเก็บน้ำแล้ว ตอนนี้ยังมีบริเวณรอบศาลากลางน้ำที่จะเห็นนิสิตมาเดินออกกำลังกายกัน

มีร้านอาหารที่ไกลออกจากมอมาก แต่ก็มีนิสิตไปกันเยอะจนเต็ม ตั้งอยู่ริมทุ่ง ชื่อร้าน ปลายฟ้า

ถึงสถานบรรเทิงถูกสั่งให้ปิด เที่ยงคือแต่นักท่องราตรีก็ทราบกันว่าสามารถหาสถานที่ต่อได้ที่ไหนจนเช้า (ใกล้มอจนเหมือนอยู่ใต้จมูก)

เครดิต >> http://th.uncyclopedia.info/wiki/มหาวิทยาลัยนเรศวร

 



loading...


โดย Juitie ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 25 ต.ค. 52 12:09 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 22,387 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 22,387 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย อานุภาพ ศิรินิล
IP : 110.78.171.***
ผมว่าลืมต้นตีนเป็ดที่เหม็นสุดๆ แต่ก็ยังปลูกทั่วมอ (ไม่รู้ว่าปัจจุบันมีหรือเปล่านะ)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement