19 ตุลาคม 2551ตอนที่แล้วทำความคิดกันอยู่ดีๆ ว่าจะไปไหนดีกันมหาวิทยาลัยในฝัน วิทยาเขตวิมานบนฟ้า สถาบันอันเลื่องสนั่นโลกา .... ว่าแล้วกันไปถามตัวเองแล้ว ยังก็บ่นอุบอิบกันให้แซ่ด ว่าคนเขียนน่ะ รู้จริงหรือเปล่า มีอะไรตกหล่นไปเปล่าเพ่ อะไรทำนองนี้ แต่ความคิดการไปศึกษาต่อระดับสูงขึ้นไป หลายคนเขาก็ใฝ่ฝันกันนั่นแหละ (ไม่รู้จะคว้าดาวมาชมบ้างหรือเปล่านะ ถ้าเอามาชมได้ก็ตบมือให้แล้วกัน แล้วว่าคุณสำเร็จแล้วนะที่ทำได้ ดีใจด้วยจ้า) ใฝ่ฝันไปใฝ่ฝันมา ฝันจนหลับเห็นสาวข้างบ้านไปแล้วก็มี แต่ยังไงก็ตามเราคิดวางแผนไว้แล้วว่า จะทำให้เป็นจริง จะไปสุดขอบฟ้าของความฝัน ไปมหาวิทยาลัย อาชีพที่มั่นคง และทำได้ดี เรามาเข้าเรื่องกันต่อครับ
หลังจากเราได้คิดและสร้างทางเลือกสายชีวิต ว่าจะไปต่อไหน จะเรียนอะไร คราวนี้เมื่อวาดโครงสร้างไว้ แต่แล้วยังต้องสะดุด เพราะกฎกติกาของการรับสมัคร สภาพเศรษฐกิจ การคมนาคม ค่าคอมมิชัน และอีกนานาสรรพสิ่งอันกองพะเนิน อุปสรรคเหล่านี้เหมือนเป็นศัตรู ที่เราต้องต่อสู่ และแก้ไข อย่างไรก็ดี คนไทยเรายังโชคดีที่ปัญหาเหล่านี้ยังได้ไม่ยากไม่เย็นเลย จะมีใครรู้บ้างว่า ไอ้ตรงที่สะดุดไปน่ะ หาอะไรมาเชื่อมให้เรื่องต่อเนื่องขึ้นก็ยังดี อย่างเช่นมาดูกรณี ของผู้ที่เกิดปัญหาสะดุดกันครับ
นางสาวแพทซี่ เป็นนักเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมปลาย เธอจะไปรั้วมหาวิทยาลัยอีกไม่กี่ปีแล้ว เธอก็เลยวาดความคิดว่าจะไปเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุดกับความคิดของตน เพราะทางบ้านฐานะยากจน เอาหล่ะครับจากปัญหาข้างตนของแอนนา จะคิดกันยังไงครับพอช่วยแนะนำเจ้าหล่อนอะไรได้บ้างครับ ถ้าแนะนำเธอว่าให้เธอไปทำเรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาล่ะก็ ถูกต้องนะครับ หรือบางคนให้เธอไปทำงานรับจ๊อบ ระหว่างเรียน ก็ดีเหมือนกันครับ ทำให้เธอได้ประสบการณ์เพียบในด้านการอยู่รอดดำรงชีวิต รู้จักบริหารทรัพยากรเงินของเธอเอง หรือให้เธอย้ายไปเรียนสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ก็ดีนะครับ เช่นเดียวกัน อุปสรรคเหล่านี้แก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิด รู้จักวางแผน รู้จักการหาทดแทนในสิ่งที่หายไป สร้างเลือก อ้อ ยังมีปัญหาอื่นนะครับที่ยังไม่ได้กล่าว นั่นคือ ปัญหาสุขภาพ ถ้าใครพิกลพิการอะไรไป หรือเป็นอย่างอื่น (โรคอกหัก ไม่นับนะครับ) ถ้าสุขภาพเป็นอุปสรรคในเรียน หรือการทำงาน บางสาขาวิชากำหนดเอาไว้ ไม่สามารถรับการศึกษาได้เลย เพราะว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังจาก ข้ารับการศึกษาแล้ว คิดดูแล้วไม่คุ้มเลยนะครับ ถ้ามีทางออกที่ดี ก็ลองอาจหาสาขาอื่น หรือคณะวิชาที่ชอบ ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ในเรื่องสุขภาพเป็นเกณฑ์การรับเข้าสมัคร ก็ใช้ได้แล้วนะครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องคมนาคมจากบ้านสู่มหาวิทยาลัย ตัวอย่างเช่นบ้านผมอยู่บางนา ถ้าผมไปเลือกเรียนสถาบันการศึกษาที่อยู่ไปถึงชานเมืองและปริมณฑล ไปเช้ากลับเย็นคงไม่ไหวแน่ครับ เพราะอาจหมดตัวกับค่าใช้จ่ายในการคมนาคมขนส่งทางดีควรเลือกความเป็นไปได้ในการเดินทางที่เร็วที่สุด หรือใกล้บ้านที่สุด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรทำเวลาให้ไปทันก่อนเข้าเรียน หรืออาจพักหอนิสิตก็ได้ (อันหลังนี้ไม่แนะนำนะครับ ควรปรึกษาผู้ปกครองก่อน) สำหรับเรื่องอื่นๆ นั้นสามารถแก้ไขด้วยตัวเองก็ได้ในทางที่เป็นไปได้ หรือถูกต้อง ถ้าจะทำอะไรที่จะแก้ปัญหา ควรถามผู้ปกครอง หรือปรึกษาอาจารย์ด้วยจะเป็นการดี เพราะท่านยังช่วยแก้ปัญหา ช่วยแนะนำอะไรได้บ้าง ถ้าคิดผิด ท่านช่วยแก้ไขให้ถูกต้องในสิ่งที่ถูกที่ควร และเป็นผลประโยชน์ของตนเองได้นะครับ
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |