ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

เลอเผือกวาไรตี้

เผือก ณัฐธีร์ เรขะพรประสิทธิ์ ปัจจุบันได้เข้าทำงานรับราชการไปแล้ว เป็นคนที่ชื่นชอบเรื่งอการแนะแนว ให้กับกลุ่มทีนเอจเป้นชีวิตจิตใจ หากอยากถมเรื่องเรียนๆ ละก็ ถามพี่ละกันครับ

respond15 กรกฎาคม 2551

WORK & TRAVEL ท่องเที่ยวเชิงกรรมกร

“Summer นี้ ไปฝึกภาษาในต่างแดน แถมได้เที่ยวโดยไม่ต้องเสียเงิน เพราะหักจากค่าแรง”
      
       “สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ฝึกงานในต่างประเทศ เรียนรู้ภาษาจากเจ้าของภาษา”
      
       เหล่านี้ล้วนเป็นข้อความเชิญชวนที่ปรากฏให้เห็นในหน้าหนังสือพิมพ์อย่างดาษดื่น ชักชวนให้นิสิต นักศึกษาวัยกำลังเรียนรู้ให้อยาก “ลองของ” หาช่องทางบินลัดฟ้าไปไขว่คว้าประสบการณ์แปลกใหม่ในต่างแดน
      
       โครงการทำงานภาคฤดูร้อนในต่างแดนนั้น รู้จักกันดีในหมู่นักศึกษาในชื่อ “โครงการทำงานและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน” (Summer Work/travel Program) หรือ WAT นั่นเอง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ เดินทางเข้าประเทศได้ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน โดยได้รับวีซ่าประเภท J-1 สำหรับการศึกษาแลกเปลี่ยน ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการ WAT จะไปทำงานตามสัญญาการจ้างงานระยะสั้นและท่องเที่ยวภายในระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน
       

       
       ธัญญาภรณ์ จันทรเวช เจ้าของวิทยานิพนธ์เรื่อง “ชีวิตข้ามแดนกับโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโลกาภิวัตน์” คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้รายละเอียดของโครงการ WAT ไว้ในหนังสือ “Work & Travel เสี่ยงบริสุทธิ์ ขุดคุ้ยเส้นทางท่องเที่ยวเชิงกรรมกร” ว่า การเข้าร่วมโครงการ WAT ผู้เข้าร่วมต้องมีสถานภาพเป็นนิสิตนักศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท โดยจะได้รับค่าแรงประมาณ 6-8 เหรียญสหรัฐอเมริกาต่อชั่วโมง ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถทำงานได้สูงสุด 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และสามารถหางานอื่นๆ ได้ในเวลาว่าง หลังสิ้นสุดการทำงานตามสัญญาจ้าง
      
       การเดินทางเข้าร่วมโครงการ WAT นั้น มิใช่ว่าใครๆ ก็เดินทางไปได้ เพราะปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้ลัดฟ้าไปต่างประเทศได้ก็คือ “เงิน”
      
       ขวัญมนัส เบญญาอภิกุล นักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel เมื่อปี 2549 เล่าถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างแดนว่า ค่าเข้าร่วมโครงการใช้ไปประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน เงินที่นำติดตัวไปใช้ในต่างประเทศ และค่าเดินทางเมื่อไปถึงต่างประเทศแล้ว ซึ่งรวมๆ แล้วใช้เงินสำหรับเข้าร่วมโครงการนี้ ประมาณ 2 แสนบาท
      
       “ดิฉันเข้าร่วมโครงการ WAT เมื่อประมาณปี 2549 โดยสมัครผ่านทางนายหน้าในเมืองไทย และได้เดินทางไปรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อไปถึงได้พบกับนายหน้าชาวรัสเซีย ซึ่งทางนายหน้าแจ้งให้ทราบว่ามีงานให้ทำ 2 ประเภท แต่ไม่ใช่งานที่เราแจ้งขอไว้ แต่เราเดินทางไปถึงแล้วก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่รีบรับทำงาน ก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทุกๆ วัน สรุปดิฉันได้งานแม่บ้านทำความสะอาดห้องพักในโรงแรม”
      
       ส่วนที่พักอาศัยนั้น ขวัญมนัส เปิดเผยว่า นายหน้าชาวรัสเซียได้จัดบ้านพักให้ โดยในบ้าน 1 หลัง มีเด็กไทยพักอยู่ด้วยกัน 12 คน ซึ่งนายหน้าระบุว่าค่าที่พักคิดในอัตราสัปดาห์ละ 70 เหรียญฯ
      
       “ถ้าคิดตามราคาที่นายหน้าบอกเรา เราก็เข้าใจว่าเดือนละ 280 เหรียญ แต่เราต้องจ่ายจริงเดือนละ 300 เหรียญฯ เพราะเขาคิดในอัตราวันละ 10 เหรียญฯ นอกจากนี้เขาจะจัดรถรับส่งไปทำงานโดยคิดค่ารถด้วย ซึ่งรถที่เอามารับส่งเรานั้น ก็จะรับส่งคนอื่นๆ เช่นกัน ก็จะต้องนั่งกันแออัดมาก โดยค่าที่พักและค่ารถที่เราต้องจ่ายให้กับนายหน้าชาวรัสเซียนั้นเขาจะเก็บล่วงหน้าเลย”
      
       ขวัญมนัส บอกอีกว่า ก่อนสมัครเข้าร่วมโครงการฯ บริษัทนายหน้าที่ประเทศไทย ได้แจ้งว่าโครงการWork and Travel คือการไปทำงาน ว่างจากงานก็ไปเที่ยว โดยเอาเงินที่ได้จากการทำงานไปเที่ยว ซึ่งทันทีที่เดินทางออกจากเมืองไทยแล้ว นายหน้าที่ประเทศไทยแทบไม่มีบทบาทใดๆ ในการเข้าไปดูแลเด็กไทยเลย
      
       “เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เราจะถูกส่งตัวให้กับนายหน้าชาวรัสเซียเมื่อเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา แต่เราจะค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยตัวเองว่า สุดท้ายจะไม่มีใครเข้ามาดูแลช่วยเหลือเรา จะมีแค่เรากับเพื่อนๆ เท่านั้น ที่จะต้องช่วยเหลือกันและกัน ซึ่งเคยมีกรณีที่เพื่อนป่วยและไม่สามารถทำงานได้ จึงแจ้งขอเปลี่ยนงานกับนายหน้าชาวรัสเซีย ก็ได้รับแจ้งว่าหากไม่ทำงานก็ให้ออกจากโครงการฯ ไปเลย พอติดต่อกลับมาที่นายหน้าในเมืองไทยก็ได้รับคำตอบว่า ขอให้ทนๆ ทำไปเถอะ นายหน้าในไทยบางคนปิดมือถือหนีไปเลย ขณะที่หน่วยงานของสหรัฐอเมริกาก็จะอยู่ไกลจากที่ทำงาน และเมื่อโทรไปขอความช่วยเหลือก็จะให้ข้อมูลเป็นหลักการกว้างๆ เท่านั้น”
      
       ขวัญมนัส บอกด้วยว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ บางคน แจ้งขอเปลี่ยนงานแต่นายหน้าไม่หางานใหม่ให้ หรืองานใหม่ยังไม่น่าพอใจ นายหน้าก็อาจจะให้ออกจากบ้านพักเลย และถือว่าสิ้นสุดการร่วมโครงการฯ ซึ่งเด็กต้องออกมาหาที่พัก และหางานทำใหม่เอาเอง แต่ก็ถือว่าการออกมาหางานทำเองก็จะมีรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ถูกนายหน้าหักค่าแรง
      
       “หลังจากกลับมามีเงินกลับมาคืนให้แม่ ประมาณ 700 เหรียญฯ และได้เที่ยวที่สหรัฐอเมริกาแค่วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับวันเดียวเท่านั้น แต่ถามว่าหากมีโอกาสอยากจะไปอีกไหม ก็อยากจะไปอีก เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราควรจะทำอะไรบ้าง”
       

       
       ธัญญาภรณ์ เสริมข้อมูลที่ได้พูดคุยกับนักศึกษาที่เดินทางเข้าร่วมโครงการ WAT เพิ่มเติมว่า ใช่ว่าคนที่เข้าร่วมโครงการ WAT จะพบเจอแต่ประสบการณ์เลวร้าย บางคนก็ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับมา แต่ที่ผ่านมาก็มีนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมโครงการฯ เสียชีวิตมาแล้ว โดยเด็กคนดังกล่าวทำงานในสวนสนุกที่สหรัฐอเมริกา ตำแหน่งผู้คุมเครื่องเล่น ทุกวันช่วงเช้าต้องดูแล ตรวจสอบ และควบคุมอุปกรณ์เครื่องเล่น
      
       “น้องเขาได้รับมอบหมายให้คุมรถไฟเหาะ ขณะที่ทำหน้าที่เดินตรวจสอบรางรถไฟอยู่บนรางรถไฟก่อนให้บริการ พนักงานอีกคนหนึ่งได้ทำการทดสอบรถไฟ ทำให้น้องคนนั้นถูกรถไฟเหาะชนและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งทางสวนสนุกได้บอกว่ามีทางเดินเล็กๆ ไว้สำหรับใช้เดินตรวจสอบรางรถไฟ แต่จากคำบอกเล่าของเพื่อนคนไทยที่ทำงานที่เดียวกันบอกว่า แม้จะมีทางเดินไว้ให้เดินตรวจรางรถไฟ แต่โดยปกติไม่มีใครเดินตามทางนั้น เนื่องจากเป็นทางที่เล็กและแคบมาก ลำบากต่อการเดินตามปกติ ซึ่งกรณีดังกล่าว ไม่ทราบว่าหลังจากนั้นได้มีการดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร”
      
       ธัญญาภรณ์ บอกด้วยว่า จากการเก็บข้อมูลพบว่าตำแหน่งงานที่เด็กไทยได้รับในการเข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารจานด่วน ร้านขายลูกอม ร้านขายไอศกรีม งานโรงแรม และงานในสวนสนุก เป็นต้น ซึ่งลักษณะการทำงานจะอยู่ภายใต้วัฒนธรรมอเมริกันโดยแท้ และเด็กไทยมักได้รับมอบหมายให้ทำงานหนัก หรือเข้าทำงานในเวลาที่ต้องทำความสะอาดร้าน โดยพนักงานชาวอเมริกันมักจะเลือกงานและช่วงเวลาทำงานที่ไม่ต้องรับภาระหนักไปก่อน นอกจากนี้หากมีการทำงานล่วงเวลาก็มักจะไม่มีการจ่ายโอที
      
       “ปัญหาคือระบบการดูแลและสวัสดิการในต่างแดนไม่มีใครดูแล ขณะที่ความแตกต่างทางวัฒนธรรมก็เป็นปัญหาสำคัญ และเมื่อเกิดปัญหาหนึ่งขึ้นก็มักจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาเป็นห่วงโซ่ ซึ่งเราควรจะมีเจ้าภาพที่จะทำหน้าที่รับผิดชอบเด็กที่ข้าร่วมโครงการ WAT โดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา”
              
       ขณะที่ สุภัท กุขุน ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่นักศึกษาโครงการ WAT เป็นอย่างมาก หลายๆ กรณีที่เกิดปัญหาขึ้นกระทรวงแรงงานไม่สามารถเข้าไปดำเนินการทางกฎหมายได้ เนื่องจากบริษัทนายหน้าเหล่านี้จะอ้างว่า ไม่ใช่บริษัทจัดหางาน
      
       “เมื่อสอบถามไปยังกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ก็ได้รับคำตอบว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ได้จัดการศึกษา ไม่สามารถดำเนินคดีได้ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ก็บอกว่าดูแลนักเรียนไทยที่ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ไม่มีอำนาจในการดำเนินการ จึงไม่มีเจ้าภาพในการดูแลเด็กกลุ่มนี้”
      
       ขณะเดียวกันเด็กไทยที่เดินทางไปบางส่วนไม่มีความพร้อม ทำให้ไม่สามารถดูแลตนเองได้ ซึ่ง ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานไทยฯ แบ่งกลุ่มเด็กที่เข้าร่วมโครงการ WAT ออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ 1.พวกที่อยากไปต่างประเทศ และได้ไป ผลที่ตามมาคือ ได้ไปแต่ไม่พร้อมที่จะไปจึงเกิดปัญหาตามมาเช่น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 2.อยากไปและพัฒนาตัวเองจนสามารถไปได้ มีความพร้อมระดับหนึ่งแต่ยังไม่ดีที่สุด และ 3.มีความพร้อมจะไปต่างประเทศและได้ไปต่างประเทศ จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อกลับมาก็จะเป็นคนที่มีคุณภาพ ดังนั้น หากนักศึกษาต้องการเข้าร่วมโครงการ WAT ก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตนเอง
      
       ด้าน ชาญชัย เจียมบุญศรี กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาสถานกงสุลไทยในต่างประเทศได้รับการร้องเรียนถึงปัญหาในโครงการ WAT จำนวนมาก ปัญหาที่ร้องเรียนบ่อยคือ ถูกส่งไปฝึกงานในบริษัทที่นักศึกษาไม่สนใจ และอยู่รวมกันอย่างแออัด การบริหารจัดการไม่ดีพอ ไม่เหมาะสม หลายคนจึงไม่สามารถอยู่ได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดจากการจัดการไม่ดีพอ ส่วนหนึ่งเพราะการจัดการในบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ทำงานอย่างเป็นระบบ และไม่มีหน่วยงานหลักที่เป็นกลไกดูแลให้เหมาะสม หลายกรณีนักศึกษามาร้องเรียนได้แจ้งหน่วยงานที่คิดว่าเกี่ยวข้องแก้ไขให้เหมาะสม
      
       “แต่สถานกงสุลก็เป็นแค่หน่วยงานปลายทางที่ไม่สามารถเข้าไปป้องกันปัญหาได้ ซึ่งสถานกงสุลได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ศธ.และกระทรวงพาณิชย์ ให้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดระเบียบ กฎเกณฑ์ที่ถูกต้องในเรื่องนี้ เนื่องจากคาบเกี่ยวกับหลายหน่วยงาน ควรมีเจ้าภาพหลักที่จะรับผิดชอบและเราควรร่วมกันออกระเบียบที่ถูกต้อง ครอบคลุมทุกแง่มุม เพื่อควบคุมดูแลธุรกิจเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักศึกษาไทย เพราะเท่าที่ผ่านมาไม่มีระเบียบใดๆ รองรับ ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเจ้าภาพที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้เลย”
      
       ข้อแนะนำเพื่อลดโอกาสเสี่ยงสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ WAT
      
       1.ตรวจสอบการรับรู้ของตนเองที่มีต่อโครงการฯ ว่าเข้าใจสถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญอย่างถูกต้องและครบถ้วนเพื่อจำกัดความคาดหวังที่พอเหมาะต่อการเข้าร่วมโครงการ
      
       2.จัดหาข้อมูลเพื่อการเตรียมตัวเข้าร่วมโรงการฯ และประกอบการการตัดสินใจเลือกในทุกขั้นตอนการเข้าร่วมตามแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลจากบริษัทตัวแทน ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน และข้อมูลคำบอกเล่าประสบการณ์ผ่านกระทู้ต่างๆ ในเว็บไซต์
      
       3.ประมินความสามารถ ศักยภาพ และความพร้อมโดยพิจารณาความต้องการและบริบทของตนให้เหมาะกับทุกขั้นตอนการเข้าร่วม โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ
      
       - การเลือกบริษัทตัวแทนในประเทศไทย เนื่องจากในแต่ละบริษัท มีข้อแตกต่างกัน กล่าวคือ บริษัทใหญ่จะมีระบบการจัดการที่รัดกุมเชื่อถือได้มากแต่การคัดเลือกค่อนข้างยากและมีคนเข้าร่วมเยอะ เกิดปัญหาแย่งงานกัน ขณะที่บริษัทขนาดเล็กจะดูแลทั่วถึง และขั้นตอนดำเนินงานไม่ยุ่งยาก มีผู้เข้าร่วมในแต่ละแห่งน้อย มีงานให้ทำงาน แต่วิ่งที่สำคัญคือ ไม่มีความปลอดภัยและระบบการจัดการไม่รัดกุมนัก เหล่านี้เป็นต้น เวลาเลือกบริษัทตัวแทนจึงต้องพิจารณาโดยเริ่มที่พื้นฐานตัวเยาวชนเองก่อนว่าต้องการอะไรจากการเข้าร่วมโครงการเป็นหลัก รวมทั้งปัจจัยพื้นฐานของเยาวชนเอื้ออำนวยให้มากน้อยเพียงใด เช่น ฐานะการเงินจากทางบ้านที่พร้อมให้การสนับสนุนกรณีไม่มีงานทำหรือไม่ ขณะที่ตัวเยาวชนก็ต้องการเปิดประสบการณ์การทำงานและการอยู่ร่วมกับสังคมคนหมู่มาก ซึ่งต้องการความปลอดภัยสูง ความเสี่ยงน้อย เพราะฉะนั้น ด้วยเงื่อนไขภายใต้บริบทดังกล่าว เยาวชนคนนี้จึงมีความเหมาะสมกับบริษัทใหญ่มากกว่า เป็นต้น
      
       - การเลือกสถานที่ทำงานและนายจ้าง เช่นเดียวกับการเลือกบริษัทตัวแทน เยาวชนจำเป็นต้องพิจารณาสถานการณ์เฉพาะของตนให้ถี่ถ้วน แล้วจึงศึกษาข้อจำกัดและข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันในสถานที่ทำงานแต่ละแห่ง เช่น การไปทำงานที่สวนสนุกที่มีคนไทยเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมาก การเลือกไปทำงานในโรงแรม หรือธุรกิจที่พักนั้นจะได้รับค่าทิปพิเศษ นอกจากนี้ หากต้องการประสบการณ์ทำงานที่ตื่นเต้นหลากหลาย เยาวชนอาจเลือกไปทำงานในร้านสะดวกซื้อต่างๆ เป็นต้น
      
       - การเลือกตำแหน่งงาน ที่พักและวิถีการดำเนินชีวิต นอกจากการเลือกบริษัทที่ดำเนินการต่างๆ หรือการเลือกสถานที่ทำงานในเมืองที่อาศัยอยู่แล้ว เยาวชนต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดไปถึงตำแหน่งงาน โดยเฉพาะวิถีการกิน อยู่ หลับนอน และการเดินทาง เหล่านี้เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตระหว่างเข้าร่วมโครงการฯ
      
       4.หลังจากได้รับข้อมูล และประเมินความเหมาะสมของตัวเองแล้ว ต้องมีการวางแผนการดำเนินชีวิตทั้งแผนการเที่ยว แผนการสำรองเงินใช้จ่าย แผนรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เท่าที่พอทำได้อย่างรอบคอบเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ต่อไป
      
       ข้อมูล : หนังสือ WORK & TRAVEL เสี่ยงบริสุทธิ์ขุดคุ้ยเส้นทาง “ท่องเที่ยวเชิงกรรมกร”
      
       *****************
      
       เรื่อง...คีตฌาณ์ ลอยเลิศ
Posted by : Le puarc
เวลา : 20:34
จำนวนผู้อ่าน : 12556 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://blog.eduzones.com/lepuarc/7326
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (10)  respond แสดงความคิดเห็น
 

ความคิดเห็นที่ 10

วันที่ 25 ธันวาคม 2551 เวลา 22:18
โดย : LittlemonK
อีเมล์ : little_monk26@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 118.175.147.xxx

ใครอยากรู้ประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆ  เช่น โดน ตร จับ โดนไล่ออกจากงานต้องทำไง จัดกับกับการหางานใหม่  ก้อลองแอดมานะ  

 ประสบการณืจริงจากเวิร์คแอนด์ทราเวลล้วนๆ

 

 



 

ความคิดเห็นที่ 9

วันที่ 08 ธันวาคม 2551 เวลา 01:22
โดย : Pom_HF
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 124.121.134.xxx

<div align="center"><span class="style1"><a href="http://www.hiflyeducation.com" target="_blank">www.hiflyeducation.com</a></span><br>
  <a href="http://www.hiflyeducation.com" target="_blank"><img src="http://www.hiflyeducation.com/th/images/stories/pro2.jpg" alt="pro_october.jpg" width="595" height="842" border="0" style="margin: 5px; width: 595px; height: 842px; border: #000000 1px double" title="Hi-Fly" /></a></div>

ลองดูนะครับคุยอยากเป็นเป็นทางเลือกนะครับ อย่าคิดว่าเป็นการโฆษณาเลย



 

ความคิดเห็นที่ 8

วันที่ 05 ธันวาคม 2551 เวลา 14:51
โดย : net
อีเมล์ : little_dogk@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 125.27.247.xxx

พอดีว่าเรากะเพื่อนๆ กำลังทำงานวิจัยเรื่องนี้อยุ่

 อยากสัมภาษณ์คนที่เคยไป แว้วมีประสบการณ์

ทั้งดีและไม่ดี

 ไงก้อช่วยติดต่อมาทางเมล์หน่อยน้า

 ด่วนๆๆมากเลย  ขอบคุงมากนะจ่ะ



 

ความคิดเห็นที่ 7

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา 21:31
โดย : ปอ
อีเมล์ : princo_canon@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 202.28.27.xxx
อ้วน!!!! !แค่ไหนก็ไม่หวั่น
สุขภาพดี ลดน้ำหนัก 3-10 กก./เดือนรูปร่างสวย…..สุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ 
ขอรับตัวอย่างฟรี.........มีจำนวนจำกัด 081-6009024

 

ความคิดเห็นที่ 6

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา 18:00
โดย : think+
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 124.121.238.xxx

เค้าจบจุฬาฯ

เค้าก็เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างที่ถูกปลูกฝังมานะแหละ

อย่าไปว่าเค้าเลย



 

ความคิดเห็นที่ 5

วันที่ 05 พฤศจิกายน 2551 เวลา 22:37
โดย : me
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 222.123.135.xxx


 

ความคิดเห็นที่ 4

วันที่ 10 ตุลาคม 2551 เวลา 13:07
โดย : noi
อีเมล์ : kosachan_001@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 124.120.156.xxx

ช่วยแนะนำเอเจนซี่ที่ดูแลเราแบบเป็นธรรมด้วยค่ะ



 

ความคิดเห็นที่ 3

วันที่ 16 กันยายน 2551 เวลา 15:32
โดย : เป็นกลาง
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 202.57.156.xxx
เห็นด้วยกับคุร MasterPete น่ะครับ คืออยากขายหนังสืออย่างเดียวเลย ทำตัวให้เด่น หนังสือจะได้ขายได้ ทั้งๆ ที่มีคนไปตั้งมากมายที่รู้มากก็คงเป็นหลายพัน ส่วนใหญ่เลยกลับมาก็มาเล่าให้ฟังว่าค่อนข้างกี คือคงมีบ้างเรื่องที่ไม่ดีหรือไม่ได้คาดหวัง และที่ไม่ชอบมันเป้นเรื่องปกติ แต่ก็เห็นแต่ละคนโตขึ้น กล้าขึ้น ทำอะไรได้เองมากขึ้น แล้วก็มาเล่าแต่ว่าไปไหนมา เจออะไรบ้าง ซึ่งฟังดูแล้วน่าสนุกดี แต่ก็มีมาบ่นให้ฟังบ้างว่าเหนื่อยงานไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ของชีวิต เพราะโดยภาพรวมได้มากกว่า อย่างสิทยานิพนธ์ ที่บอกวง่าทำข้างบนอะ เอาแต่ด้านลบมาทำ ไม่รู้ว่าอาจารย์ให้ป่านได้ไง มันดูแบบว่าไม่เป้นกลาง ไม่สมเป็นงานจบของ ป.โท เลยน่ะครับ ยังไงหาข้อมูลเยอะ จากคนที่ไปมาหลายที่ก่อนตัดสินใจ แล้วเอาใจเป้นกลางน่ะครับ

 

ความคิดเห็นที่ 2

วันที่ 13 กันยายน 2551 เวลา 18:50
โดย : CCUSA
อีเมล์ : info@ccusa.co.th
เว็บไซต์ : www.ccusa.co.th
IP 58.10.90.xxx
ฟรี!!! สัมมนา October, CCUSA DAYมาเจอกันได้นะจ๊ะในวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2008เวลา 13:30 -15:00 น.Camp Counselors USA 2009( ผู้นำเยาวชนทำกิจกรรมในค่ายฤดูร้อนที่ประเทศอเมริกา )&เวลา 16:00 -17:30 น.Work Experience USA Summer 2009( Work and travel สำหรับน้องๆที่ปิดเทอมช่วง มิถุนายนถึงสิงหาคม)

เจอกันเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าวอาคารสำนักงานชั้น 12

และพบกับโปรโมชั่นพิเศษได้ในงานรีบด่วนจำนวนจำกัดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ 02-937-2112WWW.CCUSA.CO.TH

 

ความคิดเห็นที่ 1

วันที่ 05 สิงหาคม 2551 เวลา 19:48
โดย : MasterPete
อีเมล์ : chasperd@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 58.9.163.xxx

เฮ้อ เศร้าจัง ความยุติธรรม อยู่ไหนนะ ทำไมถึงมีแต่คนถ่ายทอดประสบการณ์ของโครงการนี้แต่ในด้านที่ไม่ดี ก็เข้าใจนะคับ ว่า อยากจะให้เรื่องน่าสนใจ แต่ว่า ถ้าคุณคิดจะถ่ายทอดประสบการณ์ก็น่าจะถ่ายทอดทั้งสองด้าน คนที่เจอเรื่องดีๆจากการร่วมโครงการก็มีเยอะแยะไป น่าจะถ่ายทอดทั้งสองด้านนะคับ เพราะคนสนใจเยอะ ถ้ารับข่าวสารทั้งสองด้าน ก็จะได้เป็นประโยขน์ประกอบการตัดสินใจ ของคนเหล่านั้น น่าเศร้า แทนสังคมไทย มีแต่คนอยากจะแฉๆๆๆ บ้านนี้เมืองนี้มันเปงยังงัยกัน

ผมก็คนนึงที่เคยไป เคยใช้ชีวิต แต่ในความรู้สึกผม มันแตกต่างจากคำว่ากรรมกร มากนะคับ นั่นแหละ คับ นานาจิตตัง

 ผมก็ได้ประสบการณ์ดีๆ มากมาย อยากให้ลองชั่งน้ำหนักหน่อยนะคับ ว่าคุณจะมองสิ่งที่คุณเห็นด้านเดียวแลว เอาด้านเดียวที่คุณได้รับรู้ ได้เห็น แต่อาจจะไม่เคยสัมผัส มาเผยต่อคนอื่น โดยที่คุณไม่คิดจะมองอีกด้านที่มีคนบางคน หรือหลายๆคนเจอสิ่งดีๆ

 ถ้าคุณอยากได้ข้อมูลจิงๆ ม่ะช่าย เอาเรื่องที่เกิดขึ้นมาผสมกับความคิดที่ไม่เคยได้สัมผัสมัน แอดเมวมาได้นะคับ

chasperd@hotmail.com



 

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ ความคิดสุด Freedom… แล้วใยยังมีอุปสรรค
+ แนะนำวไลย กิ่งเพชร
+ 7 หลักสูตร วไลยฯ กรุงเทพฯ เปิดรับสมัครนักศึกษา ปี2552
+ คิดแล้วจะไปไหน (ภาค 2)
+ คิดแล้วจะไปไหน
+ พี่เผือกอธิบาย โครงสร้างและสัดส่วนของ Admission 2553
+ Small corner room : ห้องมุมเล็กๆ
+ เกริ่นนำ คู่มือเอนทรานซ์ 2004
+ จี้ศธ.เร่งฟื้นครูแนะแนวดูแลนักเรียน
+ มุมหนึ่งของคนไทยไปทำงานต่างประเทศ
+ รู้แกว แบไต๋ 10 กลยุทธ์ดึงเด็กเข้ารั้วอุดมศึกษา (3)
+ รู้แกว แบไต๋ 10 กลยุทธ์ดึงเด็กเข้ารั้วอุดมศึกษา (2)
+ รู้แกว แบไต๋ 10 กลยุทธ์ดึงเด็กเข้ารั้วอุดมศึกษา (1)
+ พี่เผือกอธิบาย Admission 2553
+ เบื้องหลังผู้จัดทำเว็บไซต์ hrh84yrs.org
+ WORK & TRAVEL ท่องเที่ยวเชิงกรรมกร
+ รภ.วไลยฯ พร้อมปั้นนักเรียนไทยได้รางวัล Grand Prize จาก GHOP
+ เตรียมความคิดถ้าฉันหรือเธอ “แอดไม่ติด”
+ วิธีลดโลกร้อน ฉบับเด็กแนว
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1


Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo
นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : สอบตรง , รับตรง , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ใจร้าว, การ์ตูน, ซุปซิป ดารา, ผลบอล, ข่าว IT,
                               หาเพื่อน, ข่าว, hi5, รถ, แบบทดสอบ, เกมส์รถแข่ง, หนังสือพิมพ์ , ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ,
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission , ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย , ศึกษาต่อต่างประเทศ
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์ , สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัย , เรียนต่อ
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง , แนะแนว
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา , wallpaper , wallpaper น่ารัก
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , ปาย , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เกม , เกมส์ ,
                   โหลดเพลง , หางาน , งาน , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมส์ขุดทอง , Moha , การประปานครหลวง , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005