ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ผมได้แนะนำเกี่ยวกับการตั้งคำถาม ให้แก่ตนเอง และวิธีช่วยทำให้ท่านๆ ทั้งหลายหาความสามารถพิเศษของตน ค่านิยม และความสนใจกันแล้วต่อไป จะมาดูทางเลือกกันดีกว่าครับ พวกพี่ๆ หรือน้องๆ คงจะไม่ต้องไปสิ้นเปลืองความคิดให้มาก ถ้าจะสิ้นเปลืองก็ต้องสิ้นเปลืองเรื่องการจัดการตัวเองแล้วหล่ะครับ เอาหล่ะถึงเวลาแล้วที่จะไปสู่โลกนรกยมบาลกันที เอ๊ย โลกกว้างแห่งการศึกษาขั้นสูงกัน ในการเลือกเส้นทางเพื่อศึกษาต่อนั้น มีหลากหลายร้อยพันทาง แต่ทางเลือกสายหลักๆ มี 7 เส้นทาง ได้แก่ดังนี้
- เรียนต่อมหาวิทยาลัยปิด เป็นมหาวิทยาลัยที่ดูในการดูแลของภาครัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณมาให้ในการใช้จ่ายรายการต่างในด้าน อุปโภคบริโภค ของมหาวิทยาลัย (ไม่รวมตัวนักศึกษาเอง ซึ่งนักศึกกษาจะใช้ค่าจ่ายน้อยลง เพราะไม่รวมค่าบำรุงอุกรณ์ และการใช้อุปกรณ์การเรียน) แต่นักศึกษาต้องไปสอบคัดเลือกเพื่อเข้าสถาบันศึกษา หรือสอบตรง เท่านั้น
ในปี 2546 เป็นต้นไป การเข้ามหาวิทยาลัยจะรับตรงมากขึ้นเพื่อให้เด็กมีทางเลือกและต้องการเรียน ส่วนการใช้จ่ายจะเท่าเทียมกับเอกชนมากขึ้นทุกประการ เนื่องจาก ได้มหาวิทยาลัย ขอแยกตัวจากรัฐบาล เพื่อในการพัฒนาปรับปรุงอุปกรณ์การศึกษาให้ดีขึ้น
- ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐ มหาวิทยาลัยนี้จะไม่จำกัดการลงทะเบียนหน่วยกิตการเรียน โดยใช้ระบบเก็บหน่วยกิตสะสม และไม่จำเป็นต้องสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย และเมื่อจบปริญญาตรี จะมีศักดิ์และสิทธิเท่ากันกับนักสึกษาที่จบมหาวิทยาลัยเปิดทุกประการ
ม. รามคำแหง ปัจจุบันไม่ใช่ การเป็นมหาวิทยาลัยเปิดเท่านั้น ซึ่งเป็นระบบตลาดวิชา ซึ่งในบางสสาขาจะจ่ายเท่าเทียมกับการเรียนที่รัฐบาลและเอกชน เช่นคณะวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ อันเองจากการใช้อุกปรณ์ในการสอนใช้มาก
- ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชน โดยมหาวิทยาลัยมีการสอนเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยปิด แต่จะต้องเสียค่าหน่วยกิจ และค่าใช้จ่ายในการศึกษาสูงขึ้นเท่านั้น
- ไปเรียนต่อด้านพยาบาล - สาธารณสุข การเรียนของวิทยาลัยพนาบาลนั้นจะอยู่ในหลักสูตรแพทย์ศาสตร์ และพยาบาลศาสตร์ เมื่อจบการศึกษาแล้วสามารถเป็นหมอหรือพยาบาล มืออาชีพได้อย่างดี
- ไปเรียนต่อด้านทหาร - ตำรวจ โรงเรียนดังกล่าวจะเปิดสอนหลักสูตรนักเรียนนายร้อย ในระหว่างเรียนจะมีเบี้ยเลี้ยง และสวัสดิการต่างๆ มากมาย เมื่อจบแล้วจะบรรจุเข้ารับราชการทันที ปัญหาการตกงานยากมาก สำหรับการไปเรียนสายนี้
ในปี 2546เป็นต้นไป การผลิตนักเรียนเตรียมทหารทั้ง 4 เหล่า และ จปร. ลดน้อยลงเพราะว่า ได้มีโครงการให้แก่ข้าราชการพลเรือน มาเข้าทำงาน โยต้องเรียนจบ โรงเรียนรักษาดินแดน เป็นเวลา 3 - 5 ปี เข้าสู่นายทหารชั้นประทวน และพลทหาร - ไปเรียนต่อสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ จะมีการเรียนการสอนเหมือนกับมหาวิทยาลัยปิดทุกประการ
- ไปเรียนต่อสถานศึกษาวิชาชีพอื่น ๆ จะเป็นการสอนเพื่อการผลิตบุคคลากรที่มี ความสามารถทางด้านอาชีพเฉพาะทาง ดังนั้นเมื่อจบมาสามารถทำการประกอบอาชีพได้ทันที
แต่ยังไงก็ตามยังมีการเรียนสายต่ออีกมากกว่า การไปศึกษาต่อ 7 สายทางที่กล่าวดังข้างต้นบางคนอาจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เรียนลัดบ้าง เรียนวัฒนธรรมบ้าง แล้วแต่ตามกันไป บางคนนะครับเรียนจบวิศวะที่นิวยอร์ก ยังมาเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ในมัธยมปลายก็มี (ความน่าจะเป็น2.85 %) แต่ยังไงก็ตามสายการศึกษายังมีร้อยสายพันทางที่ยังเดินกันได้ไม่สะดุด เอาหล่ะครับต่อไปมาดูตัวเองกันเถอะ ครับ อย่าปล่อยเวลาไปกับการเล่น การผลัดวันเอาเรื่อยๆ การขี้เกียจ การร้อนตัวเมื่อใกล้ตาย ไม่เอานะครับ นิสัยอย่างนี้ตัดทิ้งได้เลย ไม่งั้นจะทำให้เกิดอาการ เอนแทร็ก ระดับใกล้โคม่าดื้อๆ (คู่แข่งโรคแอนแทร็ก) คงจะไม่คุ้มนะครับ