ไม่มีสื่อใดจะสอนแทน "ครู" ได้อย่างสมบูรณ์

ลบ แก้ไข

ไม่มีสื่อใดจะสอนแทน "ครู" ได้อย่างสมบูรณ์
 
ไม่มีสื่อใดจะสอนแทน ครู



เทคโนโลยีการศึกษา (Educational Technology)
             หลายท่านอาจจะคิดว่า "เทคโนโลยีการศึกษา" ก็คือ การนำเอาอุปกรณ์กลไกต่าง ๆ อันเป็นผลผลิตของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มาใช้ในทางการศึกษา เช่น เทปบันทึกเสียง วิทยุ วีดิทัศน์ สไลด์ ภาพยนตร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

             แต่แท้จริงแล้ว คำว่า "เทคโนโลยีการศึกษา" ไม่ได้หมายเฉพาะสิ่งเหล่านี้เท่านั้น วิธีการหรือเทคนิคใหม่ๆ ที่ไม่ต้องใช้ผลิตผลดังกล่าวเลย แต่นำมาปรับปรุงให้การศึกษามีผลดีขึ้น ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีการศึกษาเหมือนกัน เช่น บทเรียนสำเร็จรูป อาจเป็นเพียงหนังสือเล่มเดียว ซึ่งผู้เรียนสามารถศึกษาตามขั้นตอนได้อย่างมีระบบจนบรรลุผลสำเร็จ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์อื่นใดมาประกอบ

              ศ.ดร.วิจิตร  ศรีสะอ้าน กล่าวว่า "เทคโนโลยีการศึกษา" เป็นการประยุกต์เอาเทคนิค วิธีการ แนวความคิด อุปกรณ์ และเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาของการศึกษา ทั้งในด้านการขยายงานและด้านการปรับปรุงคุณภาพของการเรียนการสอนตามนัยนี้เทคโนโลยีการศึกษา จึงครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ 3 ด้าน คือ การนำแครื่องมือใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน การผลิตวัสดุการสอน แนวใหม่ และการใช้เทคนิควิธีการใหม่ ๆ

ศ.ดร.ชัยยงค์  พรหมวงศ์ ได้ให้คำนิยามไว้ว่า  
"เทคโนโลยีการศึกษา" หมายถึง ระบบการนำวัสดุ อุปกรณ์และวิธีการ
มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการเรียนรู้ให้สูงขึ้น

           ดร.สมบูรณ์  สงวนญาติ ก็ได้ให้คำจำกัดความของ "เทคโนโลยีการศึกษา" ว่า หมายถึง ระบบการนำเอาวัสดุ ซึ่งเป็นผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์ ซึ่งเป็นผลผลิตทางวิทศวกรรมศาสตร์และวิธีการ  ซึ่งเป็นหลักทางพฤติกรรมศาสตร์ มาประยุกต์รวมกันเพื่อให้เกิดแนว ปฏิบัติที่จะทำให้การศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น

 
           ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ใช้คำเรียก เทคโนโลยีการศึกษา ใหม่ เป็น "เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" และกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ ดังนี้

"เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" เป็นระบบการประยุกต์ผลิตผลทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ผสมผสานกับหลักการทางสังคมวิทยา และมานุษยวิทยา มาใช้ในการศึกษาเพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยครอบคลุมการจัดและออกแบบระบบ พฤติกรรม เทคนิคและวิธีการ การสื่อสาร การจัดสภาพแวดล้อมการจัดการเรียนการสอน และการประเมิน

           เมื่อพิจารณาถึงความหมายของ "เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ก็น่าจะหมายถึง การประยุกต์เอาวัสดุอุปกรณ์และเทคนิควิธีการต่าง ๆ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างผสมผสานกันในเชิงระบบ มาผลิต ใช้และพัฒนาการศึกษาในรูปแบบ ...

- สื่อสารมวลชน (ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์)
- เทคโนโลยีสารสนเทศ (คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต มัลติมีเดีย) และ
- โทรคมนาคม (โทรศัพท์ เครือข่ายโทรคมนาคม การสื่อสารอื่น ๆ)

เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียนในทุกเวลาและสถานที่ ดังนั้น "เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" มีความหมายกว้างกว่า "โสตทัศนศึกษา"  ซึ่งเน้นเพียงการใช้สื่อแต่ละชนิดที่เกี่ยวข้องกับประสาทการรับรู้เป็นสำคัญ มิได้คำนึงถึงระบบวิธีการที่ดี การนำวัสดุ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ มาใช้ แต่จากวิธีการที่เหมาะสม พฤติกรรมของผู้เรียนอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามจุดประสงค์ที่ต้องการก็ได้จะเห็นว่าระบบและวิธีการที่ดีจึงเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

สรุป เทคโนโลยีการศึกษา หมายรวมถึง Hardware, Software, Technique นั่นเอง นั่นหมายความว่า เทคโนโลยีการศึกษา ได้แก่ เครื่องมือ วัสดุ และเทคนิคการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งหมด มิใช่ เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยในเทคโนโลยีเท่านั้น ส่วนปัญหาด้านเทคโนโลยีการศึกษาที่ได้เกิดขึ้นและเขียนบอกไว้นานแสนนานแล้ว ก็คือ

              ปัญหาด้านเทคโนโลยีการศึกษา เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำวัสดุและวิธีการ มาผสมผสานใช้ร่วมกันอย่างมีระบบ ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่ ยังขาดวัสดุอุปกรณ์ และสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ตามหลักสูตร ดังนั้น ถึงแม้หลักสูตรจะเขียนไว้อย่างดี รวมทั้งมีคู่มือแนะนำแนวการจัดการเรียนการสอนไว้สำหรับครู แต่ยังขาดความพร้อมในด้านอุปกรณ์ แนวการสอนของครูส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิมคือ บรรยายหน้าชั้น ทำให้นักเรียนขาดโอกาสที่จะฝึกฝนจากกิจกรรมที่หลากหลาย

แต่ปัญหาด้านเทคโนโลยีการศึกษาเท่าที่ผมพบมา และประมวลผลออกมาเล่น ๆ ดังนี้ ...

- การขาดแคลนงบประมาณในการจัดซื้อ จัดทำ และ่ซ่อมบำรุงสื่อการเรียนการสอน
- ครูผู้สอนทำสื่อไม่เป็น ดัดแปลงสื่อที่มีอยู่ไม่ได้
- ครูผู้สอนไม่พัฒนากระบวนการและเทคนิคการสอนใหม่ ๆ สอนเมื่อ ๑๐ ปีอย่างไร ๑๐ ปีต่อมาก็ยังคงสอนอย่างนั้น
- มีสื่อการสอน แต่ครูผู้สอนใช้ไ่ม่เหมาะสมกับวัย ช่วงอายุ ระดับชั้นของผู้เรียน ทำให้การเรียนรู้เกิดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพที่ควรจะเป็น
- สภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ทำให้พฤติกรรมผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนมากมาย แต่ครูผู้สอนปรับสภาพตัวเองไม่ทันต่อยุคสมัย เรียกว่า ตามเด็กไม่ทัน ตามเทคโนโลยีไ่ม่ทัน และตามโลกไ่ม่ทัน
- ระบบขวัญและกำลังใจของครูผู้สอน ทำลายโอกาสและลดทอนความอยากเป็นครูที่ดีให้ลดลง มีภาพสะท้อนไปถึงวิธีการสอนของครูผู้สอนอย่างชัดเจนว่าศักยภาพต่ำลงเรื่อย ๆ สวนทางกับความใหม่ของเทคโนโลยี
- ผู้บริหารชี้เป็นชี้ตายการนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในสถานศึกษา หากโรงเรียนไหนได้ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ ใจกว้าง โรงเรียนนั้นก็จะเดินหน้าเร็ว หากโรงเรียนไหนได้ผู้บริหารที่ไร้วิสัยทัศน์ ใจแคบ โรงเรียนนั้นก็จะเดินอยุ่กับที่ พร้อมพาโรงเรียนลงเหวไปด้วย
- กระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้บริหารที่ฉลาดน้อย (แต่คิดว่าตัวเองฉลาดมาก)  พยายามทำหมั้นคนเรียนในสาขาเทคโนโลยีการศึกษาให้น้อยลง เช่น การพยายามทำให้เป็นเอกคู่มากกว่าเอกเดี่ยว รวมถึง การเปิดรับตำแหน่งครูเทคโนโลยีการศึกษาในปัจจุบันน้อยมาก หรือแทบจะไม่เปิดเลย

            แล้วใครที่ไหนจะไปพัฒนาสื่อการสอนในโรงเรียน ให้คนที่จบคอมพิวเตอร์ศึกษาไปพัฒนาน่ะหรือ เขาไม่ได้เรียนมาทางพัฒนาสื่อการสอนโดยตรง ได้แต่เรียนการออกแบบทางคอมพิวเตอร์ เน้นไปทาง Computer Science + การศึกษาที่เรียนบ้างตามที่บังคับไว้ เท่านั้น
(ไม่เชื่อลองไปดูหลักสูตรเขาดูครับ) 


"คอมพิวเตอร์" เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ "เทคโนโลยี" เทคโนโลยีการศึกษา มิใช่ พัฒนาแต่คอมพิวเตอร์ที่ไหนกัน ยังมีด้านอื่นอีกตั้งมากมาย เช่น งานกราฟิก งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ งานโทรทัศน์ งานภาพนิ่ง งานนิทรรศการ การออกแบบด้านต่าง ๆ ฯลฯ

 

"ไม่มีสื่อใดจะสอนแทน "ครู" ได้อย่างสมบูรณ์"

 
"... สื่อการเรียนการสอนทุกชนิดมีคุณค่า แต่จะปรากฏออกมามากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถ การวางแผนการสอนอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน เทคนิควิธีการสอน และการนำเสนอของครูผู้สอนสื่อการเรียนการสอนเปรียบได้กับตัวกลางในการสื่อความเข้าใจระหว่างครูกับนักเรียนให้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามครูผู้สอนโปรดระลึกอยู่เสมอว่า ไม่ควรใช้สื่อแทนการสอนโดยตรงเพราะไม่มีสื่อใด ๆ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนครูได้สมบูรณ์อย่างแท้จริง ..."

             ดังนั้น อย่าไปคาดหวังว่า การที่โรงเรียนได้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีสูง ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในโรงเรียนแล้ว จะทำให้โรงเรียนมีความเป็นเลิศทางวิชาการ เด็กจะเรียนเก่งขึ้น ... No Way Station ;)...


ทุกอย่างมันอยู่ที่ "ครู" นั่นแหละว่าจะนำเครื่องมือดังกล่าว
ไปปรับใช้กับวิธีการสอนและตัวนักเรียนได้อย่างไร เด็กจึงจะีมีการเรียนรู้ได้ดีที่สุด


 
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Wasawat Deemarn
เรียบเรียงโดย : พี่นุ๊ก eduzones
____________________________________________________________
และมาอัพเดตเทคนิคเคล็ดลับความรู้กับนุ๊กได้ใหม่ได่ที่ BLOG : ครู eduzones นะคะ 
ขอบคุณค่ะ
P'nook eduzones :)

 
 



loading...


โดย ครู Eduzones ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 5 ม.ค. 60 16:36 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 10,218 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 10,218 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย Kasiti Panthanom
IP : 223.206.249.***
มันก็ไม่แน่ครับ เทคโนโลยีไปไว เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี Bot Assistant กำลังมา แม้แต่ "ครู" เองในปัจจุบันบางคนยังเป็นไม่ได้อย่างสมบูรณ์ กับเทคโนโลยีที่ใช้ตรรกะ ไม่มีความผิดพลาด Content นี่จะบอกว่าสมบูรณ์กว่าการถ่ายทอดที่มีทั้ง Bais และคลาดเคลื่อนจากคนด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาสื่อการสอนออนไลน์นี่ไม่ต่างจากเป็นอาจารย์ผมเลย โลกปรับตัว เราก็ต้องปรับตัวตามโลก ไม่มีอะไรที่แน่นอนไม่ตลอดหรอกครับ

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง