สิ่งที่ต้องรู้ สำหรับครูมืออาชีพ

ลบ แก้ไข



สิ่งที่ต้องรู้ สำหรับครูมืออาชีพ



*** ในโลกนี้ไม่มีใครโง่ ไม่มีใครฉลาด มีแต่คนที่รู้และไม่รู้เท่านั้น..ครูจึงเป็นคนที่มีหน้าที่ “ทำให้คนไม่รู้ เกิดความรู้ขึ้นในตัวผู้เรียนให้ได้ ด้วยวิธีการอันชาญฉลาดของครู”***
ต้องรับทราบว่า...งานครู เป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ “Art and Science”
 
ดังนั้น “จิตวิญญาณครู” จึงเป็นส่วนผสมของ “ศิลปะ กับ วิทยาศาสตร์”อย่างพอเหมาะในตัวคนเป็นครู คือ..
 
***Art เป็นงานศิลปะ สร้างขึ้นได้จาก ความรู้ บวกกับความชำนาญ “Knowledge +Skill”
 
***Science วิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ที่เรียกว่าจิตวิทยาการศึกษา “Educational Psychology” การวิจัยชั้นเรียน “Classroom research” และวิธีการทางวิทยาศาสตร์ 5 ขั้นตอน..
 
จากลักษณะงานครู ดังที่กล่าวข้างต้นนี้ คุณครูจึงจำเป็นต้อง “มีความตระหนัก Awareness”ในสิ่งต่อไปนี้ (เป็นอย่างมาก) คือ
 

1.ความหมายของความถนัดและความสามารถ
 
>>> “ความถนัด” สามารถอธิบายได้ว่า เป็น “ความสามารถตามธรรมชาติ” Aptitude can be defined as natural ability.
 
>>> “ความสามารถ”เป็นอำนาจ “ที่จะทำอะไรบางอย่างได้” Ability can be defined as he power to do something.
 

2.พรสวรรค์และทักษะ
 
>>> “พรสวรรค์ หรือ ความถนัด” จะใช้ในความหมายของ “ความสามารถพิเศษโดยธรรมชาติ” Aptitude is used in the sense of natural talent.
 
>>> “ความสามารถ” ถูกนำมาใช้ในความหมายของ “ทักษะ” Ability is used in the sense of skill.
 
>>>Skill หมายถึง The ability to do something well; expertise.
ทักษะ หมายถึงความชำนาญ คือ ความสามารถที่จะทำสิ่งต่างๆได้อย่างดี
 
***ความชำนาญ “Expertise” เกิดขึ้นได้จากการ “ฝึกฝนตนเอง” เท่านั้น***
 

3.ศักยภาพและทักษะ:
 
>>>ความถนัดเป็นศักยภาพ Aptitude is a potential.
 
>>>ความสามารถเป็นทักษะ Ability is a skill.
 
***ดังนั้น ถ้าอยากจะมีความสามารถในเรื่องใดๆ ก็ต้องฝึกทักษะคือความสามารถในเรื่องนั้นๆจนเกิดชำนาญ***
 

4.ความฉลาด 8 ด้านตามทฤษฎีพหุปัญญา (8 Multiple Intelligences)
 

***เด็กแต่ละคนมีความฉลาดแต่ละด้านที่แตกต่างกันไป และมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคน ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ และคุณครูจึงควรพยายามค้นหาจุดเด่นของเด็กว่ามีความฉลาดทางด้านใดบ้าง และมีรูปแบบอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจและสามารถช่วยส่งเสริมให้เขามีพัฒนาการตามแบบฉบับของเขาเองได้อย่างเหมาะสม***
 
1. ความฉลาดด้านภาษา (Linguistic)
2. ความฉลาดด้านคณิตศาสตร์และตรรกะ (Logical-Mathematical)
3. ความฉลาดด้านดนตรี (Musical)
4. ความฉลาดด้านร่างกาย (Bodily-Kinesthetic)
5. ความฉลาดด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial)
6. ความฉลาดด้านมนุษย์สัมพันธ์ (Interpersonal)
7. ความฉลาดด้านเข้าใจตนเอง (Intrapersonal)
8. ความฉลาดด้านรู้จักธรรมชาติ (Naturalistic)
 
จึงเป็นไปไม่ได้ ที่คุณครูจะสอน “ด้วยวิธีเดียวกัน” แล้วเด็กบรรลุวัตถุประสงค์ และตัวชี้วัดพร้อมกันไปหมดทั้งชั้นเรียน..ความอดทนของครูที่จะหาทางเก็บตก “ด้วยเทคนิคการเรียนการสอนด้วยวิธีอื่นๆที่เหมาะสม และหลากหลาย จึงมีความจำเป็นตลอดเวลาที่มีการเรียนการสอนเกิดขึ้น..
 
หน้าที่ของครูก็คือ “พยายามหาความฉลาด หรือ ความถนัด” ในเด็กแต่ละคนซึ่งไม่ค่อยจะเหมือนกันนักนี้ “ให้พบ” เมื่อพบแล้วก็พัฒนา และ หาทางพัฒนาความถนัด หรือความฉลาดที่เขามีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ให้กลายเป็นความสามารถถึงที่สุด..โดยไม่ลืมที่จะรักษาคุณภาพระดับมาตรฐานกลางเอาไว้ให้ได้ ด้วยความมุมานะ อดทน อดกลั้น ต่อความยากลำบากทั้งปวง..เพราะจิตวิญญาณของเราคือ “คุณครู” นั่นเอง
 

โดยอาจารย์สุทัศน์ เอกา





 
 



loading...


โดย ครู Eduzones ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 19 เม.ย. 60 15:20 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 3,754 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 3,754 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง